
'มะกัน'สั่งอพยพนักการทูตในปากีฯ
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ สั่งอพยพนักการทูตส่วนใหญ่ออกจากเมืองละฮอร์ ของปากีสถาน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ที่มีต่อสถานกงสุลสหรัฐ
9 ส.ค. 56 เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการสหรัฐ เปิดเผยต่อสำนักข่าว CNN ว่า กระทรวงสั่งประเทศได้สั่งอพยพนักการทูตทุกคนในเมืองละฮอร์ ไปยังกรุงอิสลามาบัดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา ยกเว้นบุคคลากรที่มีภารกิจเร่งด่วน
กระทรวงต่างประเทศ ยังประกาศเตือนภัยการเดินทาง โดยระบุว่า คำสั่งนี้มีขึ้นเนื่องจากภัยที่เฉพาะเจาะจงต่อสถานทูตกงสุลสหรัฐในเมืองละฮอร์ และให้พลเมืองอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังปากีสถาน เนื่องจากมีกลุ่มก่อการร้ายทั้งพื้นเมืองและต่างชาติหลายกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อพลเมืองอเมริกัน ทั่วประเทศปากีสถาน
ยังไม่แน่ชัดว่า ภัยคุกคามล่าสุดที่มีต่อสถานกงสุลสหรัฐ เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามต่อสถานทูต และสถานกงสุล รวมถึงบุคลากรของสหรัฐ จนต้องปิดสถานทูตและสถานกงสุลทั่วตะวันออกกลาง , เอเชียและแอฟริกาหรือไม่ // เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพยายามหาร่องรอยว่า มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่
การเตือนภัยครั้งล่าสุด มีผลบังคับใช้แค่ที่สถานกงสุลในเมืองละฮอร์เพียงแห่งเดียว ส่วนที่อื่นยังเปิดดำเนินการตามปกติ // เชื่อว่า พวกแกนนำของอัล ไกดา ส่วนใหญ่ฝังตัวอยู่ในปากีสถานและเมืองละฮอร์ก็เป็นบ้านของพวกหัวรุนแรงที่ฝักใฝ่อัล ไกดา โดยเฉพาะกลุ่มลัชการ์-อี-ไทบา ที่สหรัฐตราหน้าว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย
ในสัปดาห์นี้ ทางการจังหวัดปันจาบของปากีสถาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองละฮอร์ ได้คุมเข้มด้านการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการตั้งด่านตรวจของตำรวจที่ทางเข้าและทางออก นายชูจา ข่านซาดา รัฐมนตรีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ระบุว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยมีขึ้นหลังจากรัฐบาลได้รับรายงานข่าวกรองว่าอาจมีการก่อวินาศกรรมในช่วงอิดิล ฟิตรี ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการสิ้นสุดเดือนรอมฎอน หรือ การถือศีลอด
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐได้เข้าไปรณรงค์ต่อต้านการก่อการร้ายในปากีสถาน ใช้ทั้งโดรน และทำงานร่วมกับกองทัพและหน่วยข่าวกรองปากีสถาน แต่ปากีสถานก็ยังคงเป็นแหล่งของลัทธิก่อการร้าย ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้พยายามโน้มน้าวให้เห็นว่า สหรัฐได้เปรียบในการสู้รบกับอัล ไกดา ที่มีฐานอยู่ในปากีสถาน โดยในระหว่างการเยี่ยมทหารที่่ค่ายนาวิกโยธิน ที่แคมป์ เพนเดิลตัน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันพุธ เขาได้กล่าวว่า อัล ไกดา ถูกทำลายยับเยินไม่มีโอซามา บิน ลาเดน อีกต่อไป สมาชิกระดับสูงถูกกำจัด แกนกลางของอัล ไกดา ในอัฟกานิสถานและปากีสถาน กำลังจะพ่ายแพ้
มือปืนยิงถล่มนอกมัสยิด ตาย 10 เจ็บ 30
กลุ่มมือปืน 4 คน บุกยิงถล่มที่ด้านนอกมัสยิดของชาวสุหนี่ ในเมืองเกตต้าของปากีสถานวันนี้ ขณะผู้คนทยอยออกจากมัสยิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน และบาดเจ็บ 30 คน ในช่วงที่ประชาชนกำลังฉลองสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เหตุรุนแรงเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังเกิดเหตุนักรบตาลิบัน ระเบิดฆ่าตัวตายในเมืองเกตต้าเช่นกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 37 คน
ตำรวจ คาดว่า เหตุยิงถล่มน่าจะมีมูลเหตุจากความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า และอดีตผู้ว่าการจังหวัดที่อยู่ในมัสยิดขณะเกิดเหตุ อาจตกเป็นเป้าหมาย แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปโดยยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง
เหตุรุนแรงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลสหรัฐเพิ่งประกาศเตือนเมื่อวานให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีกิจจำเป็นอพยพออกจากสถานกงสุลในเมืองละฮอร์ หลังจากได้เบาะแสว่าสถานกงสุลแห่งนี้ อาจตกเป็นเป้าโจมตี และขอให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังปากีสถาน
ผู้เชี่ยวชาญเตือน กลุ่มก่อการร้ายฝังระเบิดไว้ในร่างกาย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ
ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองของสหรัฐ เตือนว่า เราอยู่ในยุคของระเบิดมนุษย์ และนายอิบราฮิม อัล-อัสสิรีร์ ผู้เชี่ยวชาญการทำระเบิดของอัล ไกดา อาจใช้วิธีการผ่าตัดฝังระเบิดไว้ในร่างกายมนุษย์ เพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับโดยเครื่องสแกนเนอร์
อัล ไกดา ได้พัฒนาระเบิดเหลวที่ตรวจจับไม่ได้ ที่สามารถราดลงไปบนเสื้อผ้าและจุดระเบิดได้เมื่อแห้งแล้ว นับเป็นภัยคุกคามล่าสุดหลังมีการเตือนภัยก่อการร้ายในเยเมน ที่อัล ไกดา กลับมารวมตัวกันใหม่ และเตรียมเปิดฉากโจมตีเป้าหมายที่เป็นตะวันตก
ที่จริง " มนุษย์ระเบิด " เคยถูกใช้มาแล้ว โดยมีการยืนยันที่กรุงคาบุล ของอัฟกานิสถานว่า ได้มีเหตุโจมตีเมื่อปีที่แล้ว โดยมือระเบิดพลีชีพที่ฝังระเบิดไว้ในร่างกายของตัวเอง และเป้าหมาย คือ นายอัสซาดัลลาห์ คาลิด ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของอัฟกานิสถาน ที่เชื่อว่าจะทำงานกับสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ หรือ CIA มาตั้งแต่มีการจัดตั้งกองกำลังต่อต้านตาลีบัน ระหว่างปี 2539-2554
เมื่อต้นปี 2550 นายคาลิดรอดจากการโจมตีของมือระเบิดพลีชีพ และตาลีบันพยายามสังหารเขาอีก ในปี 2554 จากนั้นในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เขาได้รับแจ้งว่าจะมีทูตสันติภาพที่ถูกส่งจากสภาชูร่าของตาลีบันไปพบ และเขาได้ต้อนรับทูตผู้นี้ที่เกสต์เฮาส์ ในกรุงคาบุล // ทูตถูกส่งตัวไปที่ห้องใต้ดิน และถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าต่อหน้ากล้องวงจรปิด และไม่พบว่ามีอาวุธ หรือระเบิดซุกซ่อน จึงได้ถูกนำไปพบนายคาลิด และเขาก็ระเบิดตัวเองต่อหน้าคาลิด // คาลิดรอดชีวิตอีกครั้งแต่ได้รับบาดเจ็บที่ช่องท้อง มือและแขน
ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า ระเบิดถูกฝังไว้ที่ใดในร่างกาย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอัฟกันเชื่อว่า อาจจะอยู่ที่ทวารหนักหรือถุงอัณฑะ แต่ไม่ทราบวิธีจุดชนวนระเบิด // คาลิดถูกส่งตัวไปรักษาที่ศูนย์การแพทย์วอลเตอร์ รี้ด ในกรุงวอชิงตัน ก่อนกลับไปอัฟกานิสถานเมื่อเดือนเมษายน และกลับไปที่สหรัฐอีก เพราะมีอาการแทรกซ้อน
มือระเบิดลึกลับที่ยอมพลีชีพตัวเอง ไม่ใช่คนแรกที่ถูกส่งไปสังหารเป้าหมายสำคัญที่ได้รับการคุ้มกันอย่างดี ยังมีมือระเบิดมนุษย์อีกคนหนึ่ง ที่พยายามสังหารสมาชิกพระราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียเมื่อปี 2552
ซาอุดีอาระเบีย ได้พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงพวกญีฮัด หรือ พวกที่เรียกตัวเองว่า นักรบเพื่อศาสนาให้กลายมาเป็นพลเมืองธรรมดาที่ไม่ก่อเหตุรุนแรง ด้วยการเปิดทางให้พวกเขาได้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติกับครอบครัว แต่มีเงื่อนไขว่าต้องผ่านกระบวนการ "ลดความเครียด" ด้วยการเข้าอบรมศิลปะการบำบัด และศาสนศาสตร์ และถ้าผ่านขั้นตอนแล้ว ก็จะได้รับความช่วยเหลือเรื่องงานที่พักอาศัย แต่งงานและสร้างครอบครัว
-------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว : AP)



