
แทนคุณแผ่นดินปีที่3เฟ้นหาคนดีจากทุกจังหวัด
เครือเนชั่นฯ จับมือพันธมิตรจัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการแทนคุณแผ่นดินปีที่ 3 เน้นเฟ้นหาคนดีจากทุกจังหวัด พร้อมเพิ่มโครงการตามหา "6 เยาวชนต้นแบบ คนรุ่นใหม่" จากทุกภาคทั่วไทย หวังใช้เป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตให้มีคุณภาพในสังคมต่อไป
มื่อวันที่ 10 มิถุนายน บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จับมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงานแถลงข่าวโครงการแทนคุณแผ่นดิน ปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำดีในสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ อาทิ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ ประธานกรรมการบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางอุบล หลิมสกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวแทนผู้สนับสนุนหลักซึ่งปีนี้ได้เข้าร่วมเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นที่ห้องอินฟินิตี้ 2 โรงแรมพูลแมน ถนนรางน้ำ กรุงเทพมหานคร
นายธนาชัย กล่าวถึงที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ว่า โครงการแทนคุณแผ่นดินเริ่มดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี 2550 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับอย่างดีจากทุกภาคส่วน การคัดเลือกคนดีทั้ง 76 จังหวัด หลากหลายในทุกสาขาอาชีพ ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และสำหรับปีนี้ ได้ขยายโครงการเพิ่มขึ้น โดยการตามหา "เยาวชนต้นแบบ คนรุ่นใหม่" 6 คน จากพื้นที่ทุกภาคทั่วประเทศ
"เราเฟ้นหาเยาวชนทั้งจากภาคเหนือ อีสานเหนือ อีสานใต้ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเชื่อว่าเยาวชนเหล่านี้จะเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นใหม่ในการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพในสังคมต่อไป และเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดี ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นในที่สุด" นายธนาชัยกล่าว
ขณะที่ ศ.นพ.เกษม มองว่าการที่มีคนดีในสังคมไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะเป็นประโยชน์มหาศาล บางคนเข้าใจว่าคนแก่ไร้ประโยชน์ แต่ความจริงสมองของทุกคนมีเซลส์เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลาหากไม่ใช้จะฝ่อลงไปในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ สิ่งที่สะท้อนความดีไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล หากขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่คนคนนั้นทำ อยากให้สิ่งที่สื่อออกไปเป็นเรื่องของความดี ไม่ใช่สื่อถึงหน้าตาและรูปลักษณ์ภายนอก จึงอยากให้กิจกรรมนี้แพร่หลายออกไป เพราะในอนาคตอาจจะต้องศึกษาจากคนต้นแบบเหล่านี้
ด้าน ดร.มารวย กล่าวถึงภาพของโครงการที่เผยแพร่ทางสื่อ ที่ทำให้คนไทยได้รับรู้โครงการนี้มากขึ้นว่า ปีนี้คณะกรรมการได้คัดเลือกคนดีขึ้นมาจังหวัดละ 1 คน ซึ่งทุกคนได้ผ่านการรับรองจากกรรมการให้เป็นคนดีประจำจังหวัดนั้นๆ โดยหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกมีองค์ประกอบ 3 ข้อ ได้แก่ รู้จักละอายต่อบาป คือการกระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามไม่เบียดเบียนผู้อื่น การทำความดี โดยการทำประโยชน์ให้แก่สังคม และความดีมีน้ำใจดี พร้อมทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมเสมอ
"สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการเบื้องต้น จนมาถึงคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ ยังไม่เคยมีผู้ใดถูกโต้แย้ง เนื่องจากคณะกรรมการทุกท่านได้คัดสรรมาอย่างรอบคอบ สำหรับคนที่ได้รับเลือกให้เป็นคนดีในแต่ละจังหวัดจะเป็นตัวอย่างอันดีที่จะทำให้ความดีเข้าถึงคนทั้งประเทศ และเชื่อว่าคนดีมีอยู่เยอะแต่จะทำอย่างไรให้มีคนมองเห็นคนเหล่านั้น เราก็ควรช่วยกันตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมรับรู้มากกว่านี้" หนึ่งในคณะกรรมการกิตติมศักดิ์กล่าวเสริม
ขณะที่ นางอุบล หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักกล่าวถึงโครงการเยาวชนต้นแบบคนรุ่นใหม่ ซึ่งนับว่าเป็นโครงการใหม่สำหรับครั้งนี้ว่า เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ดีๆ ให้กระจายเป็นตัวอย่าง เป็นกำลังใจ อีกทั้งยังแรงจูงใจให้เยาวชนอื่นๆ รู้สึกอยากทำความดีขึ้นมาบ้าง ในอนาคตเชื่อว่าเด็กเหล่านี้จะไม่ทำเรื่องเลวร้าย เพราะเขาจะรู้สึกภูมิใจในคุณค่าของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารจากค่ายเนชั่น ได้ย้ำถึงหลักเกณฑ์การค้นหา 76 คน นำทางจาก 76 จังหวัด ว่า เปิดกว้างสำหรับคนไทยทุกคน หรือแม้แต่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 5 ปี โดยไม่จำกัดเพศ และวุฒิการศึกษา เพียงแต่ต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด คือ เป็นคนดีมีจริยธรรม เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีมุมมองนอกกรอบ มีผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง โดยผลงานที่เกิดขึ้น สร้างคุณประโยชน์ให้สังคมและชุมชนแบบยั่งยืน พร้อมทั้งประวัติชีวิต ผลงานที่ผ่านมา มีผลช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สังคมในการยึดถือเป็นแบบอย่าง



