ข่าว

ชาวนายืนกราน'จำนำข้าว'1.5หมื่น!

ชาวนายืนกราน'จำนำข้าว'1.5หมื่น!

08 ส.ค. 2556

พาณิชย์หารือสภาเกษตรกรฯ ซาวเสียงก่อนเคาะตัวเลขรับจำนำข้าวฤดูใหม่ ชาวนายันต้องตันละ 1.5 หมื่นบาท แนะปรับหลักเกณฑ์อื่นลดค่าใช้จ่าย

 

                          รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกตัวแทนสภาเกษตรกรแห่งชาติมาหารือถึงแนวทางการรับจำนำข้าวเปลือกในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ 2556/57 โดยสภาเกษตรกรฯ ยืนยันให้รัฐบาลใช้ราคารับจำนำข้าวเปลือกที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท แต่อาจปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์บางอย่าง เพื่อให้รัฐบาลสามารถประหยัดงบประมาณได้ แม้จะรับจำนำในราคาสูงเท่าเดิม ซึ่ง รมว.พาณิชย์ได้รับข้อเสนอดังกล่าวไว้พิจารณา และจะมีการเรียกกลุ่มเกษตรกรจากสมาคมอื่นๆ เข้ามาหารือ เพื่อใช้เป็นข้อมูลกำหนดแนวทางก่อนที่จะเรียกประชุมทุกสมาคมในการหาข้อสรุปการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ให้ทันกับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนตุลาคมนี้

                          นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้เสนอให้รัฐบาลรับจำนำข้าวเปลือกและขายข้าวเปลือกออกทันที เพื่อให้รัฐบาลไม่ต้องมีภาระในการเก็บสต็อกข้าว ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้หลายส่วน และสามารถกำหนดราคารับจำนำให้ชาวนาได้ที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท โดยที่มีสามารถประหยัดงบประมาณลงได้

                          ด้านนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์การคลังสินค้า (อคส.) อยู่ระหว่างการร่างเงื่อนไขประกวดราคา (ทีโออาร์) การขายข้าวในสต็อกรัฐ ผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2-3 วันนี้ เบื้องต้นจะกำหนดให้ยื่นซองประมูลข้าวหอมมะลิ ชั้น 2 จำนวน 5 หมื่นตัน และข้าวขาว 5% จำนวน 1 แสนตัน รวม 1.5 แสนตัน โดยกำหนดให้อ้างอิงกับราคาในตลาดเอเฟท เปิดให้มีการยื่นซองประมูลวันที่ 15 สิงหาคมนี้ และเปิดซองในวันเดียวกัน

                          ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการระบายข้าวจะพิจารณาโดยอ้างอิงกับราคาในตลาดเอเฟท โดยจะไม่มีการต่อรองราคาเหมือนกับการประมูลทั่วไป แต่จะเลือกเอกชนที่เสนอราคามาดีที่สุด จากนั้นจะเสนอต่อ รมว.พาณิชย์ เพื่อให้ความเห็นชอบกับราคาที่เอกชนเสนอมา และหากพบว่าราคาที่เสนอมาต่ำเกินไปก็จะยกเลิกการประมูล แต่ยืนยันว่าจะมีการประมูลโดยวิธีการดังกล่าวไปเรื่อยๆ ให้ระบายข้าวได้มากที่สุด

                          "มั่นใจว่าจะมีเอกชนให้ความสนใจประมูลข้าว เพราะเป็นการประมูลเป็นรายกอง กองละประมาณ 2,000 ตัน หรือจำนวน 20,000 กระสอบ ทำให้เอกชนรายเล็กมีโอกาสเข้ามาประมูลมากกว่าการเปิดประมูลทั่วไปที่ทางกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ดำเนินการ ซึ่งกำหนดให้ประมูลแบบยกโกดังและกำหนดให้ประมูลเพื่อการส่งออก แต่การขายผ่านเอเฟทไม่ได้จำกัดว่า เมื่อประมูลไปแล้วจะต้องส่งออก หรือเพื่อการจำหน่ายในประเทศ รวมทั้งการประมูลแบบทั่วไปแบบยกโกดังบางครั้งเอกชนก็ไม่เชื่อมั่นในคุณภาพข้าว เพราะเป็นการขายปริมาณมาก" นายยรรยง กล่าว

                          นายยรรยงกล่าวว่า จะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าประมูลสามารถตรวจสอบคุณภาพข้าวได้ก่อน ประมาณวันที่ 9-13 สิงหาคม โดยมีโกดังที่จะเปิดให้ประมูลทั้งหมด 18 โกดัง คือ ข้าวหอมมะลิโกดังใน จ.อุลบราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ส่วนข้าว 5% ในพื้นที่ จ.ชัยนาท นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ยืนยันว่าราคาที่เอกชนเสนอเข้ามาน่าจะเป็นราคาที่สูงกว่าราคาที่ได้จากการเปิดประมูลทั่วไป 2-3% เพราะมีเอกชนเข้ามาประมูลหลายราย