ข่าว

'ประชา'แย้ม!อาจยุติ'พรบ.มั่นคง'

'ประชา'แย้ม!อาจยุติ'พรบ.มั่นคง'

08 ส.ค. 2556

'รองนายกฯมั่นคง'แย้มอาจยุติ 'พรบ.มั่นคงฯ'ก่อนกำหนด หาก'ศอ.รส.'ประเมินสถานการณ์ไม่น่าห่วง เผยเห็น'คลิปบีอาร์เอ็น'ประกาศล้มโต๊ะเจรจาแล้ว เชื่อชะลอพูดคุย

                8 ส.ค. 56 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองภายหลังจากมีการประกาศ พรบ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมค่อนข้างเรียบร้อย ว่า ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนไม่เกิดความวุ่นวายใดๆ ส่วนการพิจารณาต่อไป ก็คงต้องรอการสรุป ประเมินสถานการณ์จากผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย(ผอ.ศอ.รส.) ที่จะมีการประชุมกันวันนี้ และจะรายงานให้ตนทราบในวันนี้เช่นกัน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มไม่น่าจะมีการประกาศเพิ่มใช่หรือไม่ รองนายกฯมั่นคง กล่าวว่า ถ้าประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วงอะไร การขยายเวลาประกาศ พรบ.ความมั่นคงฯ ก็ไม่น่าจะมี ซึ่งตนเห็นว่าแนวโน้มอาจจะประกาศยุติเร็วขึ้นด้วยซ้ำ และจนถึงขณะนี้สถานการณ์ของม็อบก็ยังไม่มีท่าทีอะไรที่น่าเป็นห่วง

 

               
เผยเห็น "คลิปบีอาร์เอ็น" ประกาศล้มโต๊ะเจรจาแล้ว เชื่อชะลอพูดคุย 

               
                พล.ต.อ.ประชา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มบีอาร์เอ็น เผบแพร่คลิปผ่านเว็บไซต์ยูทูป ว่าล้มโต๊ะการเจรจากับฝ่ายไทยว่าได้รับการรายงานจากผู้ประสานงานฝ่ายไทยและได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางสันติบาลฝ่ายไทยที่ทำหน้าที่ประสานงานได้แจ้งมาว่า ทางกลุ่มบีอาร์เอ็นยังไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ เขายังเห็นเหมือนกันว่าการเจรจาเป็นหนทางที่ดีที่สุด จึงคิดว่าน่าจะมีการเจรจาต่อไป

                “ความจริงแล้วยังไม่มีการล้มโต๊ะ เพราะเขาเองก็เห็นว่าการเจรจายังมีความสำคัญอยู่ เพียงแต่ช่วงนี้เขาจะขอชะลอการพูดคุยกันไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับคำตอบจากทางฝ่ายไทยเรา 5 ข้อที่เขาเสนอมาว่าฝ่ายไทยจะตอบเขาอย่างไร เพราะเรายังไม่มีคำตอบให้เขาเลย จึงอยากรอความชัดเจนตรงนี้ก่อน ซึ่งใน 5 ข้อนั้นเท่าที่จำได้คือ 1.รัฐสยาม(รัฐไทย) ต้องให้มาเลเซียเป็นคนกลางในการเจรจา ไม่ใช่ผู้อำนวยความสะดวก 2.ต้องเป็นการพูดคุยระหว่างชาวมลายูปาตานีที่นำโดยกลุ่มบีอาร์เอ็น กับฝ่ายสยาม 3.ในระหว่างการพูดคุยจะต้องมีผู้สังเกตการณ์จากประชาคมอาเซียน โอไอซี(องค์การการประชุมอิสลาม) และเอ็นจีโอ (องค์กรพัฒนาเอกชน) 4.รัฐสยามต้องปล่อยนักโทษที่ถูกคุมขังและยกเลิกหมายจับทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ และ 5.รัฐสยามจะต้องยอมรับว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นองค์กรเพื่อการปลดปล่อยปาตานี ไม่ใช่กลุ่มแบ่งแยกดินแดน ซึ่งเรื่องนี้จะได้คำตอบชัดเจนก็ต่อเมื่อได้มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศปก.กปต.)” รองนายกฯมั่นคง  กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เราจะไปยอมเจรจากับเขาทำไม เราต้องเป็นตัวของตัวเอง รองนายกฯมั่นคง กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับพี่น้องทางใต้เราด้วย ถ้าเราประกาศยุติการเจรจา ก็จะทำให้เสียขวัญกันหมด  ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงหลังนี้ เป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ต้องการตอบโต้ไทยที่ไม่ทำตามเงื่อนไข 5 ข้อที่เขาเสนอหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า อย่างกรณีเหตุการณ์ยิงโต๊ะอิหม่ามยะโก๊บ นั้น ทางกลุ่มบีอาร์เอ็นก็ปฏิเสธมาแล้วว่าไม่ใช่ฝีมือเขา เป็นเรื่องของผู้ที่ไม่ต้องการให้การเจรจาประสบความสำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการสืบสวนสอบสวนพยานเพื่อคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งแนวโน้ม 90 เปอร์เซ็นต์แล้วที่จะสามารถออกหมายจับได้ 2-3 คนในเร็วๆ นี้ ซึ่งได้กำชับไปแล้วว่าการทำคดีต้องมีความละเอียด และชัดเจน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเงื่อนไข 5 ข้อนี้ มีการวิเคราะห์แล้ว เราควรจะมีคำตอบให้เขาไหม และเราควรจะมีการยื่นข้อเสนออะไรไปที่เขาบ้าง รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า คงต้องมีการหารือกันในที่ประชุมก่อน ศปก.กปต.ที่นายกฯทำหน้าที่ประธาน ก่อน เพราะนายกฯทราบเรื่องนี้แล้ว และเห็นว่าน่าจะมีการหารือกันในที่ประชุม ศปต.กปต.เพราะ ศปต.กปต.ถือเป็นยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็คงเป็นสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน และเชื่อว่าภายหลังการประชุมกปต.จะมีข้อสรุปที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำตามเงื่อนไขของกลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะเราต้องดูก่อนว่าใน 5 ข้อนั้นเป็นอย่างไร และจะสามารถปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่รู้ๆ เราก็ทำอยู่แล้วในบางข้อ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้อาเซียนหรือหน่วยงานอื่นมาเป็นคนกลาง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไม่น่าจะพัฒนาไปถึงขั้นนั้น เพราะขณะนี้เราก็มีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกอยู่  ผู้สื่อข่าวถามว่า   ความจริงแล้วมาเลเซียก็ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย ทำไมไม่เอาประเทศอินโดนีเซียหรือใครที่เป็นกลาง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่เราคงต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเหมือนกัน

                เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ที่ เราขอให้เขาหยุดการกระทำก่อการร้ายที่ผ่านมา จนเกิดความเสียหาย จะต้องให้เขาตอบเราบ้างหรือไม่ รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า หลังจากที่เรามีข้อสรุปที่ชัดเจนในที่ประชุมศปก.กปต.แล้ว เราก็คงมีบางข้อที่ต้องถามเขากลับไปด้วยเช่นกัน ว่าทำไมต้องมีเงื่อนไขนี้ ประเด็นนี้ สอบถามกันได้

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของผู้ประสานงานภายใน ได้มีการพูดคุยกันบ้างหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เขาก็มีการพูดคุยกันอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อถามว่ามีการประเมินกันหรือไม่ว่า หากเจรจาต่อจะมีผลดี หรือผลเสียอย่างไร หรือถ้าไม่มีการเจรจาจะเป็นผลดี ผลเสียอย่างไร รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า ถ้าไม่มีการเจรจา ก็จะเป็นการปฏิบัติการทางด้านทหารแต่เพียงฝ่ายเดียวซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง

                เมื่อถามว่า ควรจะมีการปรับบทบาทของฝ่ายไทยหรือไม่ เพราะมีการติติงมาตลอดว่าฝ่ายไทยมีท่าทีที่เป็นรอง เป็นฝ่ายตามอยู่ตลอด รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า ตนมองว่ายังไม่น่าจะไปถึงจุดนั้น เป็นการหารือกันเพื่อหาข้อยุติร่วมกันมากกว่า เราไม่ได้อยู่ภายใต้การครอบงำของเขา หรือไม่ใช่ว่าเขาสามารถมาคอนโทรลเราได้