
'ชีวิตหลากหลาย'ค้าน..กม.นิรโทษกรรม
'ชีวิตหลากหลาย'ค้าน..กม.นิรโทษกรรม : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
เช้าตรู่วันที่ 7 สิงหาคม ผู้คนเริ่มทยอยเข้าร่วมเดินขบวน “เวทีผ่าความจริง” พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ณ ลานกีฬาใต้ทางด่วนอุรุพงษ์ จากกำหนดการเดิมจะเคลื่อนตัวเวลา 09.00 น. ถูกเลื่อนออกไปจนถึงเกือบ 10.00 น. ตัวแทน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมทั้งหมด ทยอยเดินเท้าผ่านไปยังเส้นทางแยกอุรุพงษ์ ถ.พระราม 6 มุ่งหน้าโรงพยาบาลรามาธิบดี เลี้ยวซ้ายผ่านแยกตึกชัย และสวนสัตว์ดุสิต ก่อนจะไปสิ้นสุดที่จุดนัดหมายหน้าสะพานข้ามแยกราชวิถี ซึ่งมีกองกำลังตำรวจตั้งแถวรอรับพร้อมลวดหนาม 2 ชั้น
ระหว่างทางที่ผู้เข้าร่วมเดินไปนั้น บางรายโบกธงชาติไทยและธงสีเหลืองไปด้วย บางคนชูมือตบขึ้นมาส่งเสียงโห่ร้องเป็นระยะๆ จากการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่บอกว่า "ต้องออกมา เพราะอยากรู้ความจริง หลายคนแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลไม่อนุญาตให้ทีวีถ่ายทอดสด"
“เสนีย์ นันทมนตรี” ปั่นจักรยานคู่ชีพไปสังเกตการณ์ที่สวนลุมฯ ตั้งแต่ 7 โมงเช้า เมื่อไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆ จึงขี่จักรยานต่อมายังแยกอุรุพงษ์ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า เมื่อขบวนออกเดินทางมารัฐสภาเขาก็ปั่นตามมาเป็นระยะๆ
“ผมมาเพราะไม่พอใจที่ไม่ถ่ายทอดสดทางทีวี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นเรื่องใหญ่มากนะ ถ้าประชาธิปัตย์พาประชาชนเข้ารัฐสภาได้จริง ผมจะขออนุญาตปั่นจักรยานเข้าไปด้วย บอกไว้ก่อนว่า ผมไม่ใช่พันธมิตร แต่เคยเข้าร่วมกับกลุ่มหน้ากากขาวที่เซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนออกมาร่วมทุกครั้งจะดูคอนเซ็ปต์ว่าตรงกับที่ตัวเองต้องการหรือเปล่า คราวนี้ผมว่ามีการหมกเม็ดอะไรบางอย่าง ทำไมต้องปิดหูปิดตาพวกเราด้วย เรื่องนี้ควรให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วม รับฟังความเห็นจากคนเยอะๆ จะดีกว่า” เสนีย์ นักปั่นจักรยานวัย 36 แสดงความเห็น
ขณะที่ ลุงตี๋ แซ่เตียง หนึ่งในผู้เข้าร่วมชุมนุมพันธมิตร เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ชี้ขาขวาที่ได้รับบาดเจ็บจากโดนยิงบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล วันนี้ลุงตี๋ขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งมีการดัดแปลงเป็นพิเศษมาด้วย โดยมีจุดมุ่งหมายต่อต้านคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
“วันนั้นโดนยิงจนขาเละ กว่าจะมีคนเข้าไปช่วยเกือบตาย ผ่านไป 5 ปี เสียค่ารักษาไปเกือบ 5 แสนบาทแล้ว โชคดีได้กองทุนเยียวยามาช่วย คดีผมตอนนี้อยู่ชั้นศาลฎีกา ผมจะต่อสู้ไม่ให้มีการนิรโทษกรรมใครทั้งสิ้น ผิดถูกอย่างไรต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ฟ้องร้องกันตามพยานหลักฐานจริง ถึงต่อต้านไม่สำเร็จ ผ่านสภาไปได้ พวกเราก็จะรวมตัวกันฟ้องศาลปกครอง เอากันให้ถึงที่สุด” ลุงตี๋ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ด้านความเคลื่อนไหวของ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่มาปักหลักชุมนุมกันอยู่บริเวณสวนลุมพินี มีมติไม่เคลื่อนขบวนไปสมทบกับมวลชนของ “เวทีผ่าความจริง” พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จึงขอให้มวลชนรออยู่ในที่ตั้งก่อน
แม้ตลอดวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีมวลชนมาร่วมชุมนุมและฟังปราศรัยจำนวนมาก ต่างลุ้นว่าจะได้เคลื่อนพลไปแสดงเจตนารมณ์อย่างสันติวิธี พวกเขาต่างพกพาสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต มาอัพเดทสถานการณ์และข่าวสาร ระหว่างการฟังปราศรัย "ป๋าติ๋ม" วัย 62 ปี ที่มาจาก จ.สมุทรปราการ นั่งพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้พับที่พกมา อยู่ภายใต้เต็นท์ผ้าใบที่นำมากางไว้ โชว์ให้ "คม ชัด ลึก" ดูหน้าจอบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน พร้อมกับเล่น "เฟซบุ๊ก" ระหว่างฟังการปราศรัยบนเวที บอกว่า เวลาว่างๆ จะติดตามสถานการณ์ผ่านโลกออนไลน์ เพราะอยู่ที่นี่อาจไม่ได้ติดตามข่าวสารที่อื่น ต้องอาศัยเฟซบุ๊กในการติดตามข่าว ใครอยู่ที่ไหนมีเรื่องอะไรก็ติดตามข่าวสารได้หมด
ส่วน "หญิง" วัย 56 ปี ใช้แท็บเล็ตเป็นช่องทางติดตามข่าวสารผ่านเฟซบุ๊ก และไลน์ ยอมรับว่ามาร่วมชุมนุมเป็นวันที่สอง บอกว่าอยู่ที่นี่อาจจะไม่ได้รับข่าวด้านอื่นๆ ต้องติดตามข่าวผ่านแท็บเล็ต พร้อมกับคิดวิเคราะห์ตามไปด้วย ที่สำคัญการมาชุมนุมครั้งนี้ ต้องพกผ้าขนหนู ร่ม เสื้อกันฝน แว่นว่ายน้ำ เผื่อมากันแก๊สน้ำตา เผื่อมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา
ต้องยอมรับว่า ยุคโซเชียลมีเดีย อุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ย่อมมีความสำคัญในการสื่อสารกับโลกภายนอก แต่อุปกรณ์เหล่านี้ก็มีข้อเสียที่แบตเตอรี่หมดเร็ว ทำให้การชุมนุมครั้งนี้ มีหน่วยบริการ "ชาร์จไฟฟรี" เพิ่มขึ้นมา "ปุ๊ก" วัย 50 ปี ผู้ดูแลบริการชาร์จอุปกรณ์ไฮเทค บอกว่า แต่ละวันจะมีคนจำนวนมากมาลงทะเบียนในสมุดรายชื่อ ขอใช้บริการชาร์จไฟ เพราะตอนมารับคืนจะได้รู้ว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริงหรือไม่
"หลายคนมาจากต่างจังหวัด ไม่รู้จะไปชาร์จที่ไหน อาจจำเป็นต้องมีการติดต่อญาติพี่น้อง จึงมาอำนวยความสะดวกให้เขา ถึงแม้จะมีปัญหาตอนฝนตกแบบไม่ทันตั้งตัวก็ตาม ก็พยายามหาผ้าพลาสติกมาวางไว้ข้างๆ เมื่อฝนตกก็พับปิดได้เลยทันที" ปุ๊ก กล่าว
นอกจากจะมีบริการชาร์จพลังงานให้แก่อุปกรณ์สื่อสารของผู้มาร่วมชุมนุมแล้ว เรื่องปากท้องการชาร์จพลังของผู้ชุมนุมก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะ "กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" ตามวลีอมตะของ "นโปเลียน โบนาปาร์ต" จักรพรรดิฝรั่งเศส ผู้พิชิตทั่วทวีปยุโรป
การชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนฯ จะมีถึง 3 ครัว ทำอาหารกันสดๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารมังสวิรัต ผัดผัก น้ำพริก แกงเผ็ด แต่อาหารยอดฮิตที่สุดของทุกวันก็คือ "ไข่เจียวหอมหัวใหญ่" ที่เพียงแค่ลงกระทะน้ำมันร้อนๆ ก็ส่งกลิ่นหอมหวนชวนหิวให้ผู้ชุมนุมต่างแวะเวียนกันมาเติมข้าวกันเป็นทิวแถว
"ส่วนใหญ่เมนูจะดัดแปลงจากเครื่องปรุงที่เรามี มีอะไรก็ดัดแปลงปรุงได้เลย แต่ไข่เจียวจะมาในช่วงแก้ขัด หรือในช่วงเวลากลางคืน เป็นเมนูฉุกเฉินเมื่อทำอะไรไม่ทัน ก็ตอกไข่ ทอดได้เลย โดยจะมีอาสาสมัครมาเป็นลูกมืออยู่ตลอดทั้งวัน ทั้งหั่นผัด ทอดไข่ ตอกไข่.. " แม่ครัวรายหนึ่ง บอกด้วยรอยยิ้ม ..เกือบ 4 ทุ่ม โรงครัวจะปิด ผู้ชุมนุมยังเดินมาตักข้าวพร้อมไข่เจียวท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เพื่อเพิ่มพลังในการเคลื่อนพลในพรุ่งนี้
เวลา 9 โมงเช้า วันที่ 7 สิงหาคม มวลชนต่างทยอยมาร่วมชุมนุมที่สวนลุมพินีตามนัดหมาย เพื่อรอคำสั่งเคลื่อนทัพ.. จนกระทั่งราวบ่าย 3 โมงเย็น "ไทกร พลสุวรรณ" เสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) แถลงว่า จะติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างใกล้ชิด และจะยังคงปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินีต่อไป
..................................
(หมายเหตุ : 'ชีวิตหลากหลาย'ค้าน..กม.นิรโทษกรรม : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



