
กกต.สั่งยุติเรื่องมาร์คขอคนถูกตัดสิทธิร่วมตั้งรัฐบาล
ตั้งอนุฯสอบ ภท. จัดสัมมนาที่สกลฯ แถม ชวรัตน์ แจกเงิน ให้เวลา 10 วัน พร้อมขยายเวลาสอบ เทพเทือก แทรกแซงข้าราชการ สั่งตั้งวงจรปิดจับตาซื้อเสียงเลือกตั้งซ่อม
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต.แถลงว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณามีมติเสียงข้างมากให้ยุติเรื่องกรณีคำร้องของนายพิชา วิจิตรศิลป ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์และเครือข่าย ที่ขอให้ กกต.ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยน่าจะมีการขอให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เช่นนายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นต้น นั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ เนื่องจากเห็นว่าข้อร้องเรียนของนายพิชา มีสาระในทำนองเดียวกับที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ร้องเรียน และกกต.ก็เคยมีความเห็นให้ยุติเรื่องไปแล้วก่อนหน้านี้
ตั้งอนุฯสอบ ภท. จัดสัมมนาที่สกลฯ
นายสุทธิพล แถลงว่า ที่ประชุมกกต.มีมติให้ตั้งอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัตน์และเครือข่าย ยื่นให้กกต.ตรวจสอบกรณีที่พรรคภูมิใจไทยจัดงานสัมมนาพรรคในจ.สกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง และกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิไทยแจกเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยการตรวจสอบจะต้องแล้วเสร็จในเวลา 10 วัน ส่วนกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องขอให้กกต.ควบคุมการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สกลนคร เขต 3 เป็นไปโดยสุจริต โดยยื่นคำร้อง 4 ข้อนั้น กกต.เห็นว่าสามารถดำเนินการตามคำขอได้เพียง 3 ข้อ ทั้งการดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในอาคารสถานที่การจัดเก็บหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตั้งคณะกรรมการดูแลรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และเข้มงวดบุคคลที่มาขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า
ส่วนข้อเรียกร้องที่ขอให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเพียง 1 วัน ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีการประกาศพ.ร.ฎ.เลือกตั้งไปแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้การเลือกตั้งล่วงหน้ากกต.ก็มีแนวปฏิบัติให้กำหนดวันเลือกตั้งโดยใช้เวลา 2 วัน หากมีการเปลี่ยนแปลงกกต.อาจถูกมองว่า 2 มาตรฐาน
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า ในวันนี้ที่ประชุมกกต.ได้เชิญผอ.กต.จว.สกลนครเข้ามาชี้แจงและมอบนโยบายการทำงาน รวมทั้งได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ป้องปรามหาข่าว โดยกกต.จะมีการส่งทีมงานจากส่วนกลางลงไปในพื้นที่ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะมีการฝังตัวในพื้นที่จนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น และจะมีการประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกกต.จังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาทำหน้าที่เป็นทีมเสริฒในการหาข่าวการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้น
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า ที่ประชุมกกต.เห็นชอบขยายเวลาเป็นครั้งที่ 3 ให้อนุกรรมการไต่สวนกรณีนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์และเครือข่าย ยื่นคำร้องขอให้กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติราชการในกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) หลังมีหนังสือถึงรมว.วัฒนธรรม เพื่อให้ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 19 คน ไปช่วยราชการ ซึ่งถือเป็นกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 (1) จนเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) หรือไม่ เนื่องจากการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ โดยให้ขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน
สั่งตั้งวงจรปิดจับตาซื้อเสียงเลือกตั้งซ่อม
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเลือกตั้งเขต 3 สกลนคร และการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 ศรีสะเกษ ว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมาทางผอ.กต.จว.สกลนคร ได้เข้ามารายงานสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งตนก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจจะต้องมีการเรียกกกต.เขต 3 ทำการซักซ้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงให้มีการจับตาการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่คาดว่าจะมีการขนคนไปลงคะแนน และจะมีเจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง
"กกต.ได้ให้เจ้าหน้าที่บันทึกภาพ หรือ ติดกล้องวงจรปิด บันทึกภาพไว้เพื่อเป็นหลักฐานหากมีการร้องเรียนเข้ามา และยังได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข่าว และประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งนั้นกกต.ยืนยันว่าจะเป็นกลาง โปร่งใส และไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง " นายประพันธ์ ระบุ
ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องเรียนถึงการที่พรรคภูมิใจไทยจัดสัมมนาในพื้นที่ใกล้เคียงนั้น กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ขณะนี้ก็ต้องรอรายงาน ซึ่งอาจจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ ซึ่งจะสามารถให้ใบเหลืองใบแดงผู้สมัครก่อนการเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น ก็ต้องรอดูข้อเท็จจริงที่จะรายงานเข้ามา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอยู่ ส่วนคนของพรรคการเมืองจะไปช่วยผู้สมัครหาเสียง ถือว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีตำแหน่งใน
ค้านข้อสรุปกก.สมานฉันท์ริดอำนาจแจกใบเหลือง-แดง
นายประพันธ์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีความเห็นให้ยกเลิกโทษยุบพรรคตามมาตรา 237 และเสนอให้ตั้งศาลเลือกตั้งแจกใบเหลืองแดงแทนกกต. ว่า สำหรับการให้ใบเหลืองใบแดงกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งก่อนและหลังประกาศผลศาลทำหน้าที่เข้ามาพิจารณาในส่วนนี้อยู่แล้ว กกต.ไม่มีอำนาจอะไร โดยที่ผ่านมาศาลยุติธรรมถือว่าเข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างเรียบร้อยและตัดสินคดีได้เร็วพอสมควร หากมีการตั้งศาลเลือกตั้งคิดว่าน่าจะเป็นการไปเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นซึ่งจะเป็นภาระและต้องหันกลับไปมองว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ แต่หากมีการตั้งศาลเลือกตั้งขึ้นมาทางกกต.ก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
นายประพันธ์ กล่าว ส่วนที่จะมีการลดอำนาจกกต.ในการให้ใบเหลือกใบแดง ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งนั้น หากเป็นเช่นนั้น ก็จะเปิดช่องให้นักการเมืองทำทุจริตไปกันอย่างเต็มที่แล้วค่อยไปสู้ที่หลังจากที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปแล้ว เพราะเรื่องจะไปสู่ศาล ซึ่งก็จะย้อนกลับไปสู่ระบบเดิม ที่กระทรวงมหาดไทยเคยจัดการเลือกตั้ง โดยให้ผู้แพ้ทำหน้าที่เป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลเอง ซึ่งศาลก็ใช้เวลานานและไม่เคยมีคำตัดสินให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้นักการเมืองไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการตั้งกกต.ขึ้นมา และที่ผ่านมากกต.ก็ทำหน้าที่ได้ดีพอสมควร ถ้าไม่มีกกต.ก็จะไม่มีการให้ใบเหลืองใบแดงกับนัการเมืองที่ทำทุจริตการเลือกตั้งมาถึง 11 ปี
“ เป็นที่น่าสังเกต คณะกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะมาจากพรรคการเมือง ถ้าไม่ให้กกต.ให้ใบเหลืองใบแดงก็จะทำให้นักการเมืองไม่กลัว และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาไม่สนใจใดๆ จะเป็นการทุจริตกันมาก เหมือนกับยุคก่อนที่มีกกต. แต่หากมีการแก้กฎหมายในส่วนนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งก็จะกลับวงจรเดิมที่เคยมีปัญหามาก่อน จึงทำให้คิดกันว่าการมีกกต.ก็ดีกว่าไม่มีกกต. ” นายประพันธ์ กล่าว



