ข่าว

เอาอีก!'จ่าประสิทธิ์'ชูรองเท้ากลางสภา

เอาอีก!'จ่าประสิทธิ์'ชูรองเท้ากลางสภา

07 ส.ค. 2556

เอาอีก!'จ่าประสิทธิ์'ชูรองเท้ากลางสภา เจ้าตัวอ้างหวังปกป้องหน้าตัวเอง ขณะที่ 'รองผบช.น.'สั่งตรวจสอบ'ขวัญชัย'แต่งเครื่องแบบตำรวจ'ปจ.'ชี้

                7 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดประชุมถกร่าง พรบ.นิรโทษกรรม จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พท. ยกรองเท้าใส่ฝ่ายค้าน ระหว่างที่ นายวรชัย เหมะ เสนอร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ในที่ประชุมสภาแล้วเจอฝ่ายค้านโห่ป่วน 

 

'จ่าประสิทธิ์'ยอมรับยกรองเท้าปกป้องหน้าตัวเอง

              ต่อมานายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์  หารือต่อที่ประชุมถึงความไม่เหมาะสมของจ.ส.ต.ประสิทธิ์ว่า มีสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ ซึ่งถือเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม นอกจากนั้นแล้วในกรณีที่มีข้าราชการการเมืองรายหนึ่ง ซึ่งเป็นแกนนำนปช. และไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สวมชุดตำรวจภูธร จ.อุดรธานี และแขวนป้ายประสานงานสำนักเลขาธิการสภาฯ เดินอยู่ในพื้นที่รัฐสภา ซึ่งตนกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย  

              นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจะรับไปดำเนินการและให้เจ้าหน้าที่รัฐสภารวบรวมข้อมูลตรวจสอบ
    
              ด้านนายพายัพ ปั้นเกต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงแทนนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำเสื้อแดง อุดรธานี ว่าปกตินายขวัญชัย ใส่ชุดตำรวจอยู่บ้าน โดยนายศิริโชคไม่เคยเห็น จึงขวัญอ่อน
    
              ขณะที่จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ชี้แจงโดยยอมรับว่าถอดรองเท้าจริง เพราะจะเตรียมตัววิ่งหากสถานการณ์ไม่ดี และหากมีเหตุการณ์อะไรจะได้นำรองเท้ามาปกป้องหน้าของตนเท่านั้น
    
              ทันทีที่จ.ส.จ.ประสิทธิ์ ชี้แจงจบ ที่ประชุมได้ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น ขณะที่นายเจริญ หัวเราะก่อนกล่าวว่า “เราเครียดตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว” พร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดี
    
              ขณะที่ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเรียกร้องให้ สภานำเรื่อง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ นำรองเท้า ขึ้นมาชูต่อที่ประชุม เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน กับที่เคยสอบ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
    
              ในระหว่างที่  น.ส.รังสิมาอภิปรายนั้น ได้มีการใช้ท่าทางประกอบ อาทิ การชูนิ้วกลาง พร้อมอธิบายว่า ขนาดทำมือแบบนี้ยังไม่มีการสอบจริยธรรม

 



พท.เสนอกก.จริยธรรมสภาฯสอบปชป.


               ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยกข้อบังคับเสนอเลื่อนวาระอื่นมาพิจารณาแทนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอให้กรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร สอบจริยธรรมของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีพฤติกรรมขัดขวางการประชุมสภาฯ ให้เป็นไปโดยไม่เรียบร้อยซึ่งถือว่าขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของส.ส.และกรรมาธิการ พ.ศ.2553 ข้อ 6 ว่าด้วยการทำตัวเป็นแบบอย่าง และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด  แต่ได้รับการทักท้วงจากส.ส.ประชาธิปัตย์ และยืนยันว่าเป็นการทำหน้าที่ในสภาฯ

 

วิปรัฐบาลเตรียมเสนอปิดอภิปราย6โมงเย็น



               นายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยสำนักข่าวเนชั่นว่า รัฐบาลจะเสนอปิดอภิปรายร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเวลา 6 โมงเย็น เพราะถือว่าให้โอกาสอภิปรายแล้ว แต่ฝ่ายค้านกลับไม่อภิปราย กลับไปหยิบเรื่องโน้นเรื่องนี้มาอภิปราย

               "ถือว่าเราเปิดโอกาสให้อภิปรายแล้ว เราจะให้เวลา 5 ชม. คือนับตั้งแต่บ่ายโมงที่เริ่มการประชุม หากฝ่ายค้านยังไม่อภิปรายกันอีกก็จะเสนอปิดอภิปราย แล้วลงมติในวาระที่ 1 เลย"  นายอำนวย กล่าว

               ถามว่าไม่วุ่นวายและถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาหรือ นายอำนวย กล่าวว่า ในสภาถือว่าเป็นเป็นผู้ทรงเกียรติกันทั้งนั้น และเรื่องนี้ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

 

"ยิ่งลักษณ์"ปัดตอบ“สื่อ”ถึงสถานการณ์สภา


               เมื่อเวลา 15.15 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระหว่างเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อมาประชุมยังตึกบัญชาการ นายกฯมีสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี และได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “มาประชุมกองทุนบทบาทสตรี”
    
               ทั้งนี้ นายกฯไม่ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การพิจารณาร่างฯพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของรัฐสภาที่เป็นไปอย่างวุ่นวาย โดยนายกฯได้กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ให้ไปถามประธานสภาฯดีกว่า” เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่านายกฯจะไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองหน่อยเหรอ นายกฯตอบว่า “ไม่ต้องทำข่าวแล้ว ไปทำข่าวที่รัฐสภากันดีกว่า”

               ก่อนหน้านี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปที่รัฐสภาในเวลา 11.30น. ก่อนออกจากรัฐสภาเพื่อปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบฯ ก่อนการประชุมสภาจะเริ่มเพียงไม่กี่นาที



นักวิชาการชี้พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นชนวนความขัดแย้ง


          ผศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า เรื่องการปรองดองและการนิรโทษกรรมนั้น สังคมไทยยอมรับแล้วหรือ โดยเฉพาะการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภาฯวันที่ 7 สิงหาคม เป็นการรีบร้อนเกินไปหรือไม่ ทั้งนี้ ในเนื้อหาพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้นยังระบุไม่แน่ชัดว่าใครจะได้รับการนิรโทษกรรมบ้าง ถึงแม้มีการเขียนไว้ว่าไม่รวมถึงการกระทำของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจหรือสั่งการชุมนุมก็ตามที และสังคมไทย ณ ปัจจุบันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว ดังนั้น การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอย่างรีบเร่งนี้จะแก้ไขปัญหาหรือเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงกันแน่

          ผศ.ดร.จักษ์ ชี้ว่า หากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ จะนำไปสู่ความรุนแรงทางการเมืองอย่างแน่นอน เพราะ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้เป็นเสมือนชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งที่รุนแรง ต้องถอนชนวนนี้ออกถึงจะช่วยหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
 

 

 "รองผบช.น."สั่งตรวจสอบ"ขวัญชัย"แต่งเครื่องแบบตำรวจ"ปจ."

 

               พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง สั่งการให้ฝ่ายสอบสวนตรวจสอบรูปภาพนายขวัญชัย ไพรพนา ใส่ชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลปักชื่อ "ขวัญชัย สารคำ" สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ตามที่มีการโพสต์ลงอินเตอร์เน็ตพร้อมระบุว่า หากใส่จริงถือว่าเป็นการใส่เครื่องแบบเจ้าพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความผิดตามกฎหมายชัดเจน โดยจะสั่งการให้ดำเนินคดีในทันที ตอนนี้ยังไม่ทราบว่า ภาพนี้ถ่ายวันนี้หรือตอนไหนช่วงที่เข้าไปในรัฐสภาหรือไม่ ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเนื่องจากภาพที่ปรากฎนั้น นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นผู้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวข้อความว่า “Cr สำนักข่าว EP ขวัญชัย ใส่ชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่า “ไม่ผิดกฎหมาย” เพราะไม่ได้ติดยศ !!! Oh my godggg!!! เดี๋ยวบอกให้ สส.พรรคประชาธิปัตย์หาใส่บ้าง จะได้ฝ่าด่านตำรวจไปง่ายๆ เหมือน”ขวัญชัย” ยกนิ้วให้ “ไอเดียเจ๋ง” โดยข้อความและภาพดังกล่าวโพสต์ไว้เมื่อเวลา 13.21 น.วันที่ 7 ส.ค.2556

 


ผบช.ภาค4แจง"ขวัญชัย"แต่งชุดอส.ตร.

               พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า  การแต่งชุดของนายขวัญชัย เป็นการนำเอาเครื่องแบบ อาสาสมัครตำรวจ (อส.ตร) สังกัดสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานีมาใส่  ไม่ใช่เครื่องแบบของตำรวจที่ติดยศตำแหน่ง ซึ่งสีชุด อส.ตร.ของโรงพักเมืองอุดรธานีมีสีที่ค่อนข้างคล้ายกับสีของชุดควบคุมฝูงชน
    
               ส่วนข้อกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในการแต่งเครื่องแบบ อส.ตร.นั้น ก็ไม่ได้มีข้อจำกัด ไม่ได้มีกฎหมายเอาโทษ แต่ต้องมีความเหมาะสมสวมใส่ในงานที่ได้รับมอบหมายหรืออยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม สำหรับการควบคุมฝูงชนที่หน้าอาคารรัฐสภา กำลัง อส.ตร.ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้าปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนใน กทม. มีเพียงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนของภาค 4 ได้เดินทางเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงเทพจำนวน 7 กองร้อย ยกเว้นจังหวัดอุดรธานีและหนองบัวลำภู

 

........................

(ขอบคุณภาพ : ภาพจากทวิตเตอร์ doung_dailynews doung_dailynews, @Suloveboss)