ข่าว

 ถึงคิวญี่ปุ่นต้องยุติอคติเรื่องชนชั้น (2)

ถึงคิวญี่ปุ่นต้องยุติอคติเรื่องชนชั้น (2)

27 ม.ค. 2552

อย่างไรก็ดี โนนากะกลับเป็นบูระกุนอกคอกผู้ไม่เคยปิดบังว่าบรรพบุรุษเป็นใคร กล้าเปิดเผยให้สังคมรับรู้ว่าตัวเองได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ที่หมู่บ้านเกษตรกรรมแห่งหนึ่งในเกียวโต อีกทั้งไม่ยอมให้กำพืดตัวเองมาเป็นอุปสรรคต่อความทะเยอทะยานต้องการขึ้นมาเป็นใหญ่เป็

 จนกระทั่งได้รั้งตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อันเป็นตำแหน่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดเป็นอันดับสองในพรรครัฐบาล และเป็นที่รู้จักไปทั่วในฐานะ "นายกรัฐมนตรีเงา" ที่มีโอกาสสืบทอดอำนาจต่อจากนายโยชิโร โมริ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น
 แต่แล้วแผนสกัดกั้นโนนากะไม่ให้ก้าวไกลไปกว่านี้ก็เริ่มขึ้น ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า อาโซะ คู่แข่งคนสำคัญได้บอกกับที่ประชุมลับของบรรดาผู้อาวุโสของพรรคเมื่อปี 2544 ว่า "เราจะยอมปล่อยให้พวกบูระกุมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศงั้นหรือ"
 จะด้วยคำถามนี้หรือด้วยเหตุผลอื่นที่ยังไม่มีใครทราบชัด ทำให้โนนากะยอมถอนตัวจากการแข่งขัน แต่อาโซะก็ไม่ได้โชคดีดังหวัง เพราะตาอยู่ที่คว้าพุงปลามันไปกินก็คือ จุนอิชิโร โคอิซูมิ นายกรัฐมนตรีหัวสิงโตนั่นเอง
 หลังจากพลาดหวังในศึกชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว อาโซะเพียรปฏิเสธหลายครั้งว่าไม่ได้พูดประโยคนั้น แต่ก็ไม่มีคนเชื่อ และสื่อมักจะนำประโยคนี้ไปอ้างอิงกันบ่อยๆ
  ขณะที่โนนากะซึ่งไม่ได้เข้าร่วมประชุมลับครั้งนั้นพูดสั้นๆ ว่า "จะไม่มีวันยกโทษให้อาโซะ" พร้อมกับสำทับว่า "คนที่ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเห็นหัวคนจน ไม่เคยมองไปที่ประชาชนเพื่อจะได้แบ่งปันความรู้และมุมมองร่วมกันคนนี้หรือที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี"
 ทั้งนักการเมืองและนักวิชาการหลายคนให้ความเห็นว่าทัศนคติที่รังเกียจเหยียดหยามพวกบูระกุมินนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคม แต่ทุกคนกลับปิดปากเงียบไม่ยอมพูดถึงปัญหานี้ รวมทั้งไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นโจมตีอาโซะ เนื่องจากยังคงถือเป็นหัวข้อต้องห้ามในประเทศนี้อยู่ แม้ว่าในช่วงไม่ปีมานี้ บรรดาลูกหลานบูระกุจะประสบความสำเร็จมากขึ้นทั้งในงานด้านวิชาการ ธุรกิจ และการเมือง หลายคนได้รับเลือกเป็น ส.ส. ขณะที่รัฐบาลได้ทุ่มงบถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ในโครงการช่วยเหลือทายาทบูระกุนับตั้งแต่ปี 2512 เป็นต้นมา
 ดังนั้นจะว่าประตูการเมืองปิดตายสำรับพวกนอกวรรณะก็ไม่ใช่ ทุกวันนี้ความรู้สึกเหยียดหยามต่อต้านเริ่มคลายลงไปมาก โดยเฉพาะในกรุงโตเกียว และคงสักวันหนึ่งในไม่ช้าไม่นาน ทายาทบูระกูมินก็คงจะได้ร่วมเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมาในฐานะเป็นผู้นำประเทศ เฉกเดียวกับบารัก โอบามา

 

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์