
'ดีเอสไอ'มั่นใจหลักฐานพอสั่งฟ้อง'สมีคำ'
'ดีเอสไอ' มั่นใจหลักฐานพอสั่งฟ้อง 'สมีคำ' ระบุรอมอบตัว เผยลงพื้นที่สอบปากคำพระ 5 รูปที่ร่วมคณะไปฝรั่งเศส เล็งขยายผลผู้ร่วมกระทำผิด
7 ส.ค.56 นายอังสุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คดีความมั่นคง กล่าวถึงการสอบสวนคดีความผิดของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ว่า ระหว่างรอการเข้ามอบตัวของอดีตเณรคำ พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีความผิดทั้งคดีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับการเปิดเว็บไซต์เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ จะเร่งการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทุกปากเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงให้รัดกุมและชัดเจนทุกประเด็นตามที่ขอศาลอนุมัติหมายจับไว้ โดยจะลงพื้นที่สอบปากคำพระอีก 5 รูปที่เดินทางร่วมคณะกับอดีตเณรคำไปรับกิจนิมนต์ที่ประเทศฝรั่งเศสและเดินทางกลับมาก่อน ซึ่งขณะนี้จำพรรษาอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ
นายอังสุเกติ์ กล่าวต่อว่า จากพยานหลักฐานที่สอบสวนได้ทั้งหมดมั่นใจว่าเพียงพอที่จะสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องอดีตเณรคำได้ ส่วนบุคคลอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อว่าหลังรวบรวมพยานหลักฐานความผิดของอดีตเณรคำชัดเจนแล้วจะทำให้เห็นภาพผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ซึ่งดีเอสไอจะขยายผลไปยังผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิดทุกคน โดยเฉพาะฐานความผิดเกี่ยวกับหลอกลวงประชาชนที่ต้องมีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิดแน่นอน สำหรับฐานความผิดอื่น เช่น กรณีฟอกเงินและยาเสพติดยังไม่มีมูลเพียงพอในการตั้งข้อหา โดยในส่วนความผิดฐานฟอกเงินอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลและเอกสานการเงินกับธนาคารเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของธุรกรรมอย่างละเอียดว่ามีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินผิดปกติหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวต้องใช้ระยะสักระยะเพราะมีเอกสารต้องตรวจสอบจำนวนมาก
'พศ.' เผย 'สมีคำ' ครบกำหนดยื่นอุทธรณ์คำสั่งเจ้าคณะปกครอง 13 ส.ค.
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงกรณีนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความของอดีตพระวิรพล แจ้งว่าอดีตพระวิรพลจะขอมอบตัวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ปรากฎว่าแจ้งเลื่อนการมอบตัวออกไปเป็นสัปดาห์หน้านั้นว่า เรื่องการเข้ามอบตัวของอดีตพระวิรพล ทางดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการและพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ อย่างไรก็ตามภายในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะครบกำหนด 30 วัน หากอดีตพระวิรพลยังไม่มอบตัวหรือว่าไม่ยอมมายื่นอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าคณะปกครองที่มีสั่งให้สึกและการขับออกจากสังกัด หากพ้นกำหนดดังกล่าวก็ถือว่าไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้อีก
นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา จากการที่ตนเข้าร่วมประชุมกับดีเอสไอ เพื่อหารือเรื่องการปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายเกี่ยวกับคณะสงฆ์ โดยนำบทเรียนและปัญหากรณีอดีตพระวิรพลมาหารือกันนั้น เป็นการหารือในกรอบกว้างๆ ว่าจะมีวิธีการอย่างไรจะป้องกันปัญหาลักษณะนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก และพูดคุยว่ามีหนทางใดบ้างที่จะเป็นการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งประเด็นในการแก้ไขกฎหมายนั้นยังคงต้องหารือกับฝ่ายๆ อีกหลายครั้ง โดยส่วนตัวมองว่าจากนี้ต้องมีการวิเคราะห์และสรุปปัญหาเรื่องการกฎหมาย กฎระเบียบในการดูแลพระสงฆ์ ที่กฎหมายยังมีช่องไม่รัดกุม
“เบื้องต้นน่าจะแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลักๆ ได้แก่ การทบทวนข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่บังคับใช้มาแล้ว แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันไม่สามารถบังคับใช้ได้หรือว่าไม่มีการระบุไว้ในกฎหมายชัดเจนเรื่องกำหนดเวลา อำนาจหน้าที่ของผู้ดำเนินการ อย่างเช่น ระยะเวลาเรื่องการสร้างวัดและอนุญาตที่ยังมีช่องว่างของกฎหมาย อีกประเด็นที่ต้องพูดคุยกันคือ ปัญหาใหม่ที่ยังไม่มีกฎหมายออกมาบังคับใช้ อาทิ การห้ามพระสงฆ์ขับรถซึ่งในกฎหมายไม่มีระบุห้ามไว้ เป็นต้น หลังจากนี้ต้องหารือกับทุกฝ่ายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้มีการเสนอแก้และร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ออกมาหลายฉบับมาก รวมถึงฉบับ พศ. ด้วยจึงต้องพูดคุยกันในรายละเอียดว่าจะเลือกหรือว่าใช้ฉบับของใคร”
'สงกรานต์' เข้ามอบหลักฐานเพิ่มเติมคดี 'สมีคำ' ให้ 'ดีเอสไอ' ตรวจดีเอ็นเอ
วันเดียวกัน นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางเข้ามอบหลักฐานเพิ่มเติมในคดีอดีตเณรคำ ให้กับพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นเศษผ้าจีวร ที่นายสงกรานต์ระบุว่าเป็นของเณรคำและได้รับมาจากคนใกล้ชิดเณรคำ และพระเครื่องรุ่นดอกบัวคู่เนื้อชานหมาก ที่มีเส้นผมเป็นร้อยเส้น ระบุว่าเป็นของอดีตเณรคำ ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่เปิดให้ประชาชนเชาบูชาในราคา 10,000 บาท เพื่อให้ดีเอสไอ นำเข้าสู่การตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอของเณรคำ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของเด็ก 11 ปี ที่แม่เด็กระบุเป็นลูกของเณรคำ โดยนายสงกรานต์ กล่าวว่า มีข้อมูลว่าขณะนี้อดีตเณรคำอยู่ที่ไหน แต่จะขอแจ้งกับพนักงานสอบสวนในทางลับ เพื่อติดตามจับกุมตัว
ด้านพ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่า เณรคำยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย และเตรียมที่จะเข้ามอบตัวเร็วๆนี้ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าป่วย จึงขอเลื่อนนัดเข้ามอบตัวในวันที่ 8 ส.ค. ออกไป ส่วนหลักฐานที่นายสงกรานต์นำมามอบให้จะส่งให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบต่อไป



