
'ประชา'จ่อออกหมายจับมือยิง'ยะโก๊บ'
'ประชา'เผยบ่ายนี้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุยิง'อิหม่าม'มัสยิดกลางปัตตานี ยัน'ฮัสซัน ตอยิบ'ยังเป็นตัวแทนบีอาร์เอ็นถกฝ่ายไทย
เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ทำหนังสือถึงตัวแทนฝ่ายมาเลเซียในฐานะผู้ประสานงานการเจรจาสันติภาพ เพื่อแจ้งขอยุติบทบาทหัวหน้าของกลุ่มบีอาร์เอ็น ในการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับรัฐบาลไทย ว่า ยังไม่มีการพูดถึงประเด็นตรงนั้น ตนยังยืนยันว่า ยังคงมีการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น อีกทั้ง ฝ่ายของนายฮัสซัน ตอยิบ ได้แสดงเจตนารมณ์แล้วว่าไม่มีอะไรที่ดีมากกว่าการพูดคุยที่จะนำไปสู่ข้อยุติที่ดี ดังนั้น การพูดคุยดังกล่าวต้องมีต่อไป รวมถึงนายฮัสซัน ตอยิบ ยังยืนว่าทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกลุ่มบีอาร์เอ็นต่อไป และเขายังยืนยันว่าการพูดคุยเป็นเรื่องที่ดีที่ต้องดำเนินการกันต่อไป ส่วนรายละเอียดในการพูดคุยจะมีประเด็นใดมาหยิบยกกันบ้างนั้น ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
เมื่อถามว่าถ้า นายฮัสซัน ตอยิบ ไม่ขอร่วมการพูดคุยดังกล่าวต่อไปแล้ว รัฐบาลได้เตรียมประสานการพูดคุยกับบุคคลอื่นหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า รอให้ถึงจุดนั้นก่อน อย่าเพิ่งไปตอบหรือถามล่วงหน้า ขณะนี้เรายังมีการพูดคุย โดยผู้นำในการพูดคุยก็ยังเป็นคนเดิม และทีมอำนวยความสะดวกการพูดคุยนี้ก็เป็นทีมเดิม เมื่อถามต่อถึงกรณีที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ระบุว่า มีอีก 2 กลุ่มที่ฝ่ายไทยพิจารณาว่าจะพูดคุยด้วย พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานตรงนั้น
ต่อข้อถามว่า มีข่าวที่ว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นยังคงมุ่งเป้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นจุดที่แข็งแรง รัฐบาลได้ทราบข่าวนี้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้มีการลงลึกประเด็นถึงขั้นที่ว่าเขาจะกระทำต่อเป้าหมายไหน อย่างไร แต่เป็นการพูดคุยในแง่สันติว่าเราจะสร้างสันติภาพอย่างไรมากกว่า
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร เพราะเริ่มมีข่าวลือว่าการประกบยิงนายยะโก๊บ หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานี เสียชีวิตระหว่างซื้ออาหารในตลาดนั้นเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่เกิดเหตุกรณีดังกล่าว เราพบปลอกกระสุนปืนที่ฝ่ายผู้ก่อเหตุเคยใช้ก่อเหตุมาก่อนแล้ว อีกทั้ง จากหลักฐานที่เราได้สืบสวนสอบสวน เราทราบตัวผู้กระทำเป็นที่แน่นอน ซึ่งตนคาดว่า บ่ายของวันนี้ จะสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้อย่างน้อย 2-3 คน ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นคนของกลุ่มใด และไม่ขอระบุว่ากลุ่มไหน แต่รู้ว่าเป็นผู้ไม่หวังดี อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการออกหมายจับแล้ว ก็จะแสดงความชัดเจนออกมาเองว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มใด ถ้าพบตัวผู้ก่อเหตุแล้วก็ต้องจับกุมทันที
ต่อข้อถามว่า คดีนี้เป็นเรื่องส่วนตัว หรือการก่อการร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เรายังไม่ฟันธงในเรื่องนี้ โดยกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ครบถ้วนก่อนจึงจะตัดสินใจตรงนั้นได้
มั่นใจสถานการณ์ไม่วุ่นวายวอนม็อบปล่อยให้ สส.ถกในสภาฯ
พล.ต.อ.ประชา ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณและการที่พรรคประชาธิปัตย์นำประชาชนเคลื่อนขบวนที่หน้ารัฐสภาว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่มีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการ กำลังทำงานติดตามสถานการณ์ตาม พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ประกาศครอบคลุม 3 เขต จึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทั่วไปว่าอาจจะไม่ได้รับความสะดวกที่จะเดินทางผ่าน ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า สส.สามารถเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ตนเป็นห่วงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะชักชวนประชาชนเดินทางไปรับฟังการอภิปรายในสภาฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศ พรบ.ความมั่นคงฯ ว่าเป็นพื้นที่หวงห้าม ซึ่งผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรเข้าไป แต่น่าจะฟังสถานการณ์อยู่รอบนอกพื้นที่ เพราะการทำหน้าที่ในสภาฯเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อปฏิบัติตามที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ไม่ใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด หลีกเลี่ยงการปะทะ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้า และพูดคุยกันด้วยเหตุผล ตนจึงมั่นใจว่าจะไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีความรุนแรง เพราะประชาชนคนไทยด้วยกันน่าจะพูดกันได้ ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปใช้วิธีการที่เป็นข่าวออกมาว่า จะมีการก่อเหตุรุนแรง เพราะวันนี้เป็นการทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติของ สส.ในสภาฯ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติขอให้ประเทศไทยทบทวนการออกร่าง พรบ.นิรโทษกรรม เพราะเกรงว่า จะทำให้ผู้ที่ก่อความรุนแรงจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2553 ไม่ต้องรับโทษ ทั้งที่ก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า การพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรม โดยฝ่ายนิติบัญญัติยังไม่ได้เริ่มขึ้น และเราก็ไม่ทราบในเนื้อหารายละเอียดตรงนั้น จึงต้องรอให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีการพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพราะ สส.ทุกคนมีสิทธิ์อภิปราย เรายังไม่ทราบว่าเขาจะอภิปรายเรื่องใดบ้าง ดังนั้นจะไปคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐสภา ที่จะพิจารณากันด้วยเหตุผล
เมื่อถามถึงข่าวลือที่ว่า จะมีการยุบสภาฯแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่มองไปถึงขั้นนั้น เป็นการคาดการณ์เท่านั้น ส่วนมวลชนที่มาโดยพรรคประชาธิปัตย์รวมตัวหรือกลุ่มที่สวนลุมพินีนั้น เป็นมวลชนที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแต่ละเวทีปราศรัย แต่ไม่มีอะไรส่งให้เกิดเหตุรุนแรงเพราะคนไทยด้วยกัน



