
สิ้น'ยะโก๊บ'เงาเสียง'สายัณห์'สู่อิหม่ามแดนใต้
สิ้น 'ยะโก๊บ หร่ายมณี' ไร้เงา 'สุภาพบุรุษมุสลิมฯ' เงาเสียง'สายัณห์ สัญญา'สู่อิหม่ามในดวงใจคนแดนใต้ : สุพิชฌาย์ รัตนะ-ปาเรส โลหะสัณห์รายงาน
"ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้มีหลายมิติ มีหลายกลุ่มเกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มผลประโยชน์ เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มอุดมการณ์ กลุ่มว่าจ้างไม่มีอุดมการณ์ และกลุ่มแอบแฝงต่างๆ ตราบใดที่น้ำข้างบนขุ่น สกปรก กรองมากี่ชั้น เมื่อลงมาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงขุ่นอยู่วันยังค่ำ"
เป็นถ้อยความสุดท้ายที่ "ยะโก๊บ หร่ายมณี" อายุ 51 ปี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนนี้ชนิดคมชัด และตรงไปตรงมา
ก่อนนี้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 "ยะโก๊บ" เคยถูกลอบยิงถล่มมาแล้ว ขณะที่ขับรถเก๋งพร้อมลูกสาวกลับมาจากมัสยิด ทว่าครั้งนั้นแค่กระสุนถากศีรษะ 1 นัด ไม่ได้รับ บาดเจ็บมากนัก
กระทั่งถูกคนร้ายลอบยิงอีกครั้งจนเสียชีวิต ขณะเดินเลือกซื้ออาหารเพื่อละศีลอดในช่วงค่ำ ที่บริเวณถนนยะรัง ซอย 6 ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา
การสูญเสียทรัพยากรบุคคลสำคัญในรอบนี้ ถือเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง กระเพื่อมถึงความรู้สึกอันสะเทือนใจของคนชายแดนภาคใต้ เพราะเหยื่อครั้งนี้ คือ "ผู้นำศาสนาระดับสูง"
ที่สำคัญถือเป็น "ผู้นำมุสลิมสายกลาง" ที่ประกาศตัวเป็น "แกนนำ" ในการร่วมขับเคลื่อนสันติภาพ ด้วยการใช้ "หลักศาสนา" เป็นใบเบิกทาง จนได้รับการกล่าวขานให้ เป็น "สุภาพบุรุษมุสลิมสันติภาพ" จากแวดวงสื่อและนักวิชาการในพื้นที่
แวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามจังหวัดปัตตานี บอกว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ วันเกิดเหตุอิหม่ามยะโก๊บขอเดินทางไปจับจ่าย ซื้อของกับภรรยาเพียงลำพัง เนื่องจากเห็นว่ามีความคุ้นเคยกับพื้นที่ ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร
เช่นเดียวกับ ประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยืนยันว่า ที่ผ่านมาอิหม่ามยะโก๊บช่วยเหลือทางการอย่างดี โดยเฉพาะในการต่อสู้ตามหลักการสันติภาพ จึงอาจ เป็นสาเหตุที่ทำให้บางคนไม่พอใจก่อเหตุรุนแรงขึ้น
ในมุมของ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ในฐานะที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) บอกว่า นับแต่เกิดเหตุความรุนแรงช่วงปี 2547 ตลอดกว่า 9 ปีที่ผ่านมา มีผู้นำทางศาสนาสังเวยชีวิตให้แก่การก่อความรุนแรงไปแล้ว 48 ราย โดยแยกเป็นพระภิกษุสงฆ์ 8 รูป และผู้นำศาสนาอิสลามอีก 40 ราย
“การลอบทำร้ายผู้นำศาสนาอิสลามที่มีตำแหน่งสูงสุด ที่ตกเป็นเหยื่อสังเวยความรุนแรงในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา เหตุครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียผู้นำความคิด ผู้นำจิต วิญญาณคนสำคัญที่แสดงตน และประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนด้วยการยึดแนวทางมุสลิมสายกลางในการสร้างสันติภาพกลับคืนสู่ชายแดนภาคใต้” ไชยยงค์ กล่าว
ไชยยงค์ ชี้ว่า ยะโก๊บ ถือเป็นผู้นำศาสนาอิสลามแถวหน้า ที่ก้าวเดินร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและทุกภาคส่วนในการร่วมกันแสวงหาหนทางการสร้างสันติสุข จนเริ่มมี ผู้นำมุสลิมหลายคนเริ่มปรากฏตัวให้ความร่วมมือในการสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพร่วมกับภาครัฐ แต่การสูญเสียครั้งนี้ได้ทำให้ผู้นำศาสนาเสียขวัญและหวาดกลัว จากนี้ ไปอาจจะเห็นปรากฏการณ์ที่ไม่กล้าแสดงออกถึงความร่วมมือกับภาครัฐจากคนพื้นที่ก็เป็นได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะมีผู้นำศาสนาที่ก้าวมายืนทำหน้าที่แทน สุภาพบุรุษมุสลิมสันติภาพคนนี้
ไม่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นฝีมือกลุ่มก้อนใดก็ตาม แต่นี่คือ ประกาศิตเลือดขวางเส้นทางสันติภาพในพื้นที่นี้อย่างชัดเจนอีกครั้ง !!
เงาเสียง"สายัณห์ สัญญา"สู่อิหม่ามในดวงใจคนแดนใต้
เส้นทางชีวิต "ยะโก๊บ หร่ายมณี" อิหม่ามประจำมัสยิดกลางปัตตานี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมาแต่ไหนแต่ไร เนื่องเพราะในห้วงวัยเยาว์ ฐานะทางครอบครัวมีความ แร้นแค้น ผิดแผกกับหลายครอบครัวโดยสิ้นเชิง
การเรียนจึงลุ่มๆ ดอนๆ ต้องทำงานด้วยเรียนไปด้วยอย่างทุลักทุเล
ยามค่ำคืนต้องผันตัวเองเป็นคนในวงการ "มือถือไมค์ไฟส่องหน้า" ร้องเพลงหาเงินเพื่อเป็นทุนเรียน จนสำเร็จชั้น ม.ศ.5 ที่โรงเรียนเบญจราชูทิศ จ.ปัตตานี
จากนั้นชีวิตผกผันต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และฉะเชิงเทรา เพื่อร่ำเรียนศาสตร์ทางศาสนา ณ สถานศึกษาบ้านดอน แขวงและเขตวัฒนา กรุงเทพฯ และอีกหลาย สถาบัน
ก่อนย้อนกลับมาปักหลักที่บ้านเกิดปัตตานีในที่สุด
อิหม่ามคนนี้ถือเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านเสียงการอ่านอัลกุรอ่านที่ไพเราะจับจิต จนได้รับการยกย่องว่ามีเสียงดีทั้งในระดับภูมิภาคและระดับชาติ ทั้งยังเคยเป็นนักจัด รายการด้านศาสนา ที่สถานีวิทยุสวนจิตรลดา
อีกมุม ยะโก๊บยังมีพรสวรรค์ด้านการแต่งเพลง และร้องเพลงเลียนเสียง "สายัณห์ สัญญา" ชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง
กระทั่งเคยแต่งเพลงให้แก่สายันห์ สัญญา จนราชาเพลงลูกทุ่ง "แหบมหาเสน่ห์" ต้องยกนิ้วให้ ขานชื่อนำหน้าว่า "อาจารย์" แทบทุกครั้งไป ก่อนยะโก๊บจะเชิญมาร้อง เพลงที่ปัตตานี เมื่อปี 2555 ณ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ
อีกด้านหลังเดินทางกลับมาปักหลักที่ปัตตานี ก็ทำกิจกรรมด้านศาสนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป กลายเป็นบุคคลแถวหน้าทางศาสนา ถึงขั้นเคยออก บรรยายธรรมด้านศาสนากับศาสนาอื่นๆ หลายครั้ง
มีผลงานอันประจักษ์ ได้แก่ โล่รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ด้านศาสนา ระดับประเทศ ประจำปี 2552, รางวัลพระราชทาน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายใต้ ปี 2536, รางวัลพระราชทาน ผู้ดำเนินรายการวิทยุดีเด่น สมาคมนักวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยปี 2535, รางวัลพระราชทาน โครงการคัด เลือกผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สาขาการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์, วิทยากรบรรยายศาสนธรรม ตามสถานีวิทยุทั้งในกรงเทพฯ และ ปริมณฑล, ตัวแทนประเทศไทย ในการสร้างความเข้าใจกับสถานการณ์ความไม่สงบ แก่คณะองค์กรมุสลิมโลก, องค์กรสันนิบาตโลกมุสลิม (รอบิเฏาะห์), องค์กรมุสลิมประเทศ ออสเตรเลีย, ตุรกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สภาคองเกรซ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ
.........................
(หมายเหตุ : สิ้น 'ยะโก๊บ หร่ายมณี' ไร้เงา 'สุภาพบุรุษมุสลิมฯ' เงาเสียง'สายัณห์ สัญญา'สู่อิหม่ามในดวงใจคนแดนใต้ : สุพิชฌาย์ รัตนะ-ปาเรส โลหะสัณห์รายงาน)



