ข่าว

เวียดนามพม่าและไทย

เวียดนามพม่าและไทย

07 ส.ค. 2556

เวียดนามพม่าและไทย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              เมื่อผมไปเวียดนามครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อนนั้น คนเวียดนามกำลังเห่อสินค้าไทยเป็นอย่างมาก หลังจากที่รถจักรยานยนต์ญี่ปุ่นที่ผลิตในประเทศไทยยี่ห้อหนึ่ง รุ่นดรีม ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวเวียดนาม ถึงขนาดที่ว่าถ้าใครขี่มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ก็จะเท่ระเบิด กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมหรือสาวเนื้อทองขึ้นมาทันที

              ความนิยมในมอเตอร์ไซค์แผ่อานิสงส์มาถึงสินค้าต่างๆ จากเมืองไทย รวมถึงการนิยมมาเที่ยวเมืองไทย และประเทศไทยด้วย ผมจำได้ว่าในตอนนั้นคนเวียดนามให้ความสนใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในยุคนั้น เพื่อนำไปเป็นแบบอย่าง

              หลายปีผ่านไป ผมมีโอกาสไปเวียดนามหลายครั้ง และเห็นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามอย่างชัดเจน แต่เมื่อถามคนเวียดนามคนเดิมว่า เขายังให้ความสนใจกับเศรษฐกิจของไทยและนำไปเป็นแบบอย่างอยู่อีกหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่าคนเวียดนามมองข้ามประเทศไทยมานานแล้ว เวลานี้เขากำลังศึกษาและเดินตามเกาหลีใต้แบบก้าวต่อก้าว โดยตั้งความหวังว่าใน ค.ศ.2020 เวียดนามจะเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และเป็นเกาหลีใต้แห่งเอเชียอาคเนย์

              คำตอบนี้หมายความว่า ไทยอาจจะเคยเชื่อว่าเวียดนามเป็นศัตรูในสมัยของสงครามเย็น และหมิ่นแคลนเวียดนามในสมัยเวียดนามเพิ่งรวมชาติใหม่ๆ  หรือคิดว่าเวียดนามกำลังเป็นคู่แข่งทางการค้ากับไทยในเวลาต่อมา แต่เวลานี้เราต้องคิดใหม่แล้วล่ะครับว่า เวียดนามนอกจากจะไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่ประเทศที่ยากจน และไม่ใช่ประเทศคู่แข่งของไทยแล้ว แต่เวียดนามไม่ได้เห็นไทยอยู่ในสายตาอีกต่อไป และมุ่งมั่นที่จะสร้างประเทศของตนให้เติบโตทัดเทียมเกาหลีใต้

              นี่ไม่ใช่ความเพ้อฝันของเวียดนามอย่างแน่นอน เพราะคนเวียดนามเป็นคนที่เอาจริงเอาจัง และรัฐบาลของเวียดนามก็เคร่งครัดกับการดำเนินนโยบายต่างๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้น ค่อนข้างจะเชื่อได้ว่าในปี 2020 จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเวียดนาม ที่อาจทำให้เวียดนามกลายเป็นศูนย์กลางทางการพาณิชย์ การบิน การเงิน การท่องเที่ยว ฯลฯ ในเอเชียอาคเนย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

              พม่าก็เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาพม่าอาจจะหลับๆ ตื่นๆ จนแทบจะตกยุคสมัย แต่เมื่อพม่าตื่นขึ้นเต็มตา ชั่วภายในเวลาเพียง 2-3 ปี พม่าก็เริ่มที่จะคืนสู่เวทีโลกได้อย่างงดงาม และกลายเป็นดาวจรัสแสงที่ประชาคมโลกจับตามอง แต่ถ้าถามคนพม่าว่าเขาอยากเห็นอนาคตของประเทศตนเป็นเช่นไร คำตอบแทบทั้งหมดก็คือพวกเขาอยากเห็นพม่ารุ่งเรืองเช่นสิงคโปร์ ทั้งๆ ที่คนพม่าบริโภคสินค้าไทย ดูละครโทรทัศน์ไทย และคนพม่าจำนวนมากเข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทย แต่พวกเขากลับไม่ได้นิยมชมชอบไทย ถึงขนาดที่จะยึดถือเป็นแบบอย่าง

              น่าเสียดายนะครับ ที่เรามีโอกาสอันดีที่จะสร้างค่านิยมหรืออิทธิพลของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านทางสินค้าอุปโภคบริโภค ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือแม้แต่สื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย ซึ่งเรามีแต้มต่อที่เหนือกว่า แต่ไทยกลับไม่ได้ใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์ กลับมุ่งที่จะขายสินค้าลูกเดียว โดยไม่คำนึงถึงเรื่องอื่น ละครโทรทัศน์ของไทยก็ไม่ต่างจากการแสดงของพวกขายยาเร่ที่มุ่งจะขายยาแก้กษัยหรือแก้ไข้แก้ปวดเป็นหลัก ภาพยนตร์ของไทยถ้าไม่วัยรุ่นจ๋า ก็เป็นเรื่องผี เรื่องตลก เรื่องเซ็กส์ และข่าวคราวที่ปรากฏในสื่อสิ่งพิมพ์ถ้าไม่เป็นเรื่องความแตกแยกของคนไทย ก็เป็นเรื่องความผิดพลาดบกพร่องของรัฐบาล ข่าวคาวของดารา หรือเรื่องอัศจรรย์ต่างๆ ถ้าเราเป็นคนในประเทศเพื่อนบ้านที่ดูหนัง ดูละคร อ่านสื่อสิ่งพิมพ์ไทยแล้ว เราจะมีความเชื่อมั่นหรือยึดถือประเทศไทยเป็นต้นแบบอยู่อีกไหมครับ?

              คำถามนี้ไม่ต้องตอบหรอกครับ เพราะเลยเวลาที่จะตอบมานานแล้ว


...........

(หมายเหตุ : ที่มาของภาพwww.mscs.nu.ac.th)