ข่าว

เฮือกสุดท้ายของ3สหายการเมือง(3)

เฮือกสุดท้ายของ3สหายการเมือง(3)

08 ส.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : เฮือกสุดท้ายของ 3 สหายการเมือง (3) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                            ถึงแม้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งกัมพูชาจะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าใครสอบได้สอบตก แต่สื่อกัมพูชาบางสื่อรายงานว่าในจำนวนผู้สมัครจากพรรครัฐบาลที่อาจสอบตกเลือกตั้งครั้งนี้อาจรวมไปถึง 8 อสูรน้อยผู้เป็นทายาทรุ่นใหม่ของ 8 อสูรรุ่นใหญ่ ซึ่งล้วนแต่เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ มีการศึกษาดี แถมพ่อรวยและมีอำนาจคับฟ้า ไม่ว่าจะเป็นฮุน มานี ลูกชายคนเล็กวัย 30 ปีของฮุน เซน ผู้เป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวที่พร้อมเจริญรอยตามรอยเท้าพ่อสู่เส้นทางการเมือง แต่ไม่ทันไรก็อาจถูกฟ้าผ่าสอบตกเลือกตั้งสมัยแรกอย่างไม่เป็นท่า เช่นเดียวกับซาร์ ซกอา ลูกชายของซาร์ เค็ง รัฐมนตรีมหาดไทยตลอดกาล ซก โสกันตร์ ลูกชายของซก อัน รองนายกรัฐมนตรี สาย สมออล ลูกชายของสาย ชุม ประธานวุฒิสภา ตี ดินา ลูกชายของดิษย์ มนตรี ประธานศาลฎีกา และดี วิชา หรือวิเจีย ลูกชายของฮก ลุนดี อดีตผู้บัญชาการตำรวจผู้ล่วงลับและลูกเขยของฮุน เซน

                            ชาวกัมพูชาหลายคนให้ความเห็นว่าดีแล้วที่อสูรน้อยทั้ง 8 นี้สอบตกตั้งแต่ยกแรก เพราะถึงสอบได้ก็ไม่เชื่อว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากแต่ละคนล้วนแต่คิดว่าตัวเองมีหน้าที่ที่จะต้องสืบทอดอาณาจักรการเมืองและธุรกิจของวงศ์ตระกูลต่อไปมากกว่าที่จะคิดถึงหัวอกของประชาชน

                            ที่ดียิ่งกว่านั้นก็คือผลจากการติดเชื้อไวรัสพันธุ์ "กรรมไล่ล่า" อย่างไม่คาดหมายทำให้แผนตั้งวงศ์เทวัญอสัญแดหวาหรือราชวงศ์ฮุนคู่ขนานกับอาณาจักรชินของสหายหมายเลขหนึ่งมีอันล้มไม่เป็นท่า ทำให้นายกฯ หน้าดำ ผู้เคยเชื่อมั่นตัวเองสุดๆ ว่าแข็งแกร่งเป็นที่สุด แถมยังมีนิ้วเพชร ชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ กระทั่งเกิดความประมาทจนพลาดท่าเข้าจนได้ จึงจำใจต้องยอมเจรจากับสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านร่วมกันตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อสอบสวนผลการเลือกตั้งว่าเป็นเช่นใดกันแน่ ถึงแม้ว่านายกฯ หน้าดำจะได้นั่งเก้าอี้นายกฯ ต่ออีกสมัยหนึ่ง แต่หลายคนเชื่อว่าคงเลิกกร่างไปอีกนาน รวมทั้งอาจฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าติดเชื้อไวรัสพันธุ์ใหม่จากใคร และจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นต้องระเหเร่ร่อนไม่มีแผ่นดินจะอยู่เหมือนบุรุษทุศีลผู้นั้นหรือไม่

                            ส่วนนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี  "สหายหมายเลขสาม" วัย 76 ปี แม้จะอยู่ไกลถึงแดนรองเท้าบู๊ทอิตาลี แต่ก็ใช่ว่าจะหลบหนีไวรัสพันธุ์ใหม่พ้น เมื่อศาลฎีกาตัดสินยืนคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นนั่นก็คือให้จำคุก 4 ปีในข้อหาเลี่ยงภาษีเหมือนกับบรรดาอัครมหาเศรษฐีโคตรโกงทั่วไป รวมทั้งยังสั่งให้คณะลูกขุนทบทวนบทลงโทษอีกส่วนหนึ่งด้วยว่าสมควรจะถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยหรือไม่

 

 

------------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : เฮือกสุดท้ายของ 3 สหายการเมือง (3) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)