ข่าว

เป็นหนี้ใช้ให้ครบ-จ่ายหนี้ให้ตรงเวลา

เป็นหนี้ใช้ให้ครบ-จ่ายหนี้ให้ตรงเวลา

08 ส.ค. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : เป็นหนี้ใช้ให้ครบ จ่ายหนี้ให้ตรงเวลา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                            นับเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้ประกอบการบัตรเครดิตได้ออกมาระบุถึงการปรับลดค่าธรรมเนียมในการติดตามหนี้ เรื่องนี้ผมต้องปรบมือให้แก่ประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย ที่ออกมาบอกว่า ชมรมของผู้ประกอบการได้ประชุมหารือกันถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดค่าธรรมเนียมในการติดตามหนี้ ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยผ่อนคลายภาระค่าใช้จ่าย ผ่อนคลายความตึงเครียดของลูกหนี้ สร้างบรรยากาศของการผ่อนสั้นผ่อนยาว

                            โดยตามข่าวที่ออกมาระบุว่า จะเริ่มใช้อัตราใหม่ที่มีการปรับลดค่าธรรมเนียมตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับลดจากอัตราเดิมที่เป็นประเด็น สอดคล้องกับที่ผู้เขียนได้เข้าไปร่วมงานสัมมนาของคณะอนุกรรมาธิการการเงิน การคลังฯ สมาชิกวุฒิสภาที่ศึกษาเรื่องกฎหมาย การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการระบุเรื่องปัญหาไว้น่าสนใจคือ

                            1. การเสนอขายบัตรเครดิตที่มีการใช้กิจกรรมการตลาด การแจกของจูงใจให้สมัครบัตร การผูกพ่วงบริการอื่นๆ เข้าไปกับการสมัครบัตรเครดิตโดยที่ผู้สมัครได้ข้อมูลไม่ครบ

                            2. การติดตามหนี้สินที่อาจมีการกระทำที่ไม่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายในการคิดกับลูกค้ามีอัตราที่สูง ไม่มีการอธิบาย มีการคิดเป็นรายครั้งไม่ใช่รายงวด

                            3. การคิดอัตราดอกเบี้ยกรณีกดเงินสดล่วงหน้ามาใช้ หรือกรณีการจ่ายขั้นต่ำ

                            อย่างไรก็ดี ผู้เขียนเห็นว่าการปรับลดค่าธรรมเนียมลงมาในครั้งนี้หากผู้ที่ใช้บัตร ใช้ครบใช้ตรงตามกำหนดเวลา ทำตามสัญญาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ และการที่เราจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มาก มันสะท้อนความมีวินัยทางการเงินของเรานั่นเอง อย่าลืมว่าค่าใช้จ่ายที่เราไม่ต้องจ่ายมันคือรายได้ของเรานั่นเอง ข่าวเพิ่มเติมคือชมรมธุรกิจบัตรเครดิตได้แจ้งไปยังชมรมสินเชื่อส่วนบุคคลถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้ผลตอบรับในแนวทางเดียวกัน สำหรับความเห็นผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งระบุว่า

                            ธนาคารมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการติดตามหนี้ในอัตรา 250 บาท อัตราเดียว และกำลังประเมินว่าจะลดในอัตราเท่าไหร่ คาดว่าจะปรับลดได้ภายในวันที่ 1 สิงหาคม หรือ 1 กันยายน ปีนี้ การปรับลดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้มองว่า

                            ประการที่หนึ่ง จะไม่เป็นการกระตุ้นให้มีการชำระล่าช้าเกิดขึ้น แต่เป็นการลดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า

                            ประการที่สอง การที่ธนาคารลดค่าธรรมเนียมหากมีการชำระล่าช้าแต่ระบบการติดตามหนี้ยังเป็นไปตามปกติ

                            ประการที่สาม ถ้าลูกค้าชำระล่าช้าจริงแม้มีค่าใช้จ่ายลดลงแต่ผลเสียก็จะมีนะเนื่องจากจะกระทบต่อประวัติในการชำระเงินของลูกค้าเองเพราะธนาคารต้องรายงานตามความจริง

                            ทางที่ดีอย่าค้างครับ สัญญาต้องเป็นสัญญา เป็นหนี้ก็ใช้หนี้ ใช้ให้ครบ ใช้ให้ตรงเวลาครับ

 

 

------------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : เป็นหนี้ใช้ให้ครบ จ่ายหนี้ให้ตรงเวลา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)