
นิวซีแลนด์คุม!'ฟอนเทอร์ร่า'แก้นมปนเปื้อน
'รัฐบาลนิวซีแลนด์'เข้าไปแก้ปัญหานมปนเปื้อนให้'ฟอนเทอร์ร่า' หวั่นเสียภาพลักษณ์และเสียลูกค้าสำคัญ
6 ส.ค.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิวซีแลนด์ เข้าควบคุมการดำเนินการแก้ปัญหานมปนเปื้อนของบริษัทฟอนเทอร์ร่า ที่กำลังตกเป็นศูนย์กลางของความวิตกอยู่ในขณะนี้ หลังจากบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการรับมือกับวิกฤติ ที่ทำให้ต้องเรียกเก็บนมคืนกันทั่วโลก และทำลายภาพลักษณ์ที่สะอาดและเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมของนิวซีแลนด์
นายสตีเฟ่น จอยซ์ รัฐมนตรีพัฒนาเศรษฐกิจ ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังโรงงานของบริษัท ฟอนเทอร์ร่า ทั้งที่นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เพื่อให้แน่ใจว่า ได้มีการจัดหาข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับแบคทีเรียอันตรายที่พบในวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตนมผงสูตรสำหรับทารก
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของรัฐบาลนิวซีแลนด์ครั้งนี้ นับเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก ที่จะล้วงลูกการทำงานของบริษัทเอกชน แต่นายจอยซ์ ระบุว่า จำเป็นต้องเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกต่ออุตสาหกรรมนมของนิวซีแลนด์กลับคืนมา ซึ่งผลิตภัณฑ์นมครองส่วนแบ่ง 1 ใน 4 ของรายได้จากการส่งออกของประเทศ
นายจอยซ์ บอกด้วยว่า ข้อมูลของฟอนเทอร์ร่า ในเบื้องต้นที่ระบุว่า พบแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคโบทูลิซึ่ม ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่คำแนะนำที่ขัดแย้งและสับสน จนมีการเรียกคืนสินค้าตั้งแต่จีนไปจนถึงซาอุดิอาระเบีย เขาบอกด้วยว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนถูกพบหมดแล้ว และกระทรวงอุตสาหกรรม หวังว่า จะใช้บันทึกการจัดส่งสินค้า ในการหาสินค้าที่เหลือภายในบ่ายวันพุธนี้
อีกทั้ง ฟอนเทอร์ร่า ได้ชื่อว่าเป็นสหกรณ์โคนมรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยเมื่อปี 2554 ผลิตภัณฑ์นมของบริษัทครองส่วนแบ่ง 98 เปอร์เซ็นต์ หรือ 15,400 ล้านลิตร และมีรายงานว่า นายธีโอ สเปียริ่งส์ ผู้บริหารของฟอนเทอร์ร่า ได้เดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อขออภัยอย่างเป็นทางการ ส่วนนายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ ระบุว่า รัฐมนตรีหลายคนจะเดินทางไปเยือนปักกิ่ง ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อย้ำว่า กฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยของอาหารของนิวซีแลนด์ ไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน
ผู้นำนิวซีแลนด์ ยังย้ำถึงความสำคัญจีนต่อเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ ด้วยการบอกว่า เขาจะเดินทางไปจีนด้วยตัวเองถ้าจำเป็น และตำหนิฟอนเทอร์ร่า ด้วยว่า มีสัญญาณของปัญหาปรากฏครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2552 แต่ฟอนเทอร์ร่า เพียงแต่เตือนความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปนเปื้อน เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ และมีการทดสอบหลายครั้งเพื่อหาสาเหตุและระบุสายพันธุ์ของแบคทีเรีย
ฟอนเทอร์ร่า ถูกกล่าวหาว่า ไม่ยอมเรียนรู้บทเรียนเมื่อปี 2551 กรณีเรื่องอื้อฉาวของบริษัทนมซานลู่ ของจีน ที่ฟอนเทอร์ร่ามีหุ้นอยู่ด้วย ได้ผลิตนมที่มีการปนเปื้อนสารเมลามีน ที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรม จนทำให้เด็กเสียชีวิต 6 คน และป่วยอีก 3 แสนคน แต่กรณีการปนเปื้อนล่าสุด ไม่มีรายงานเด็กป่วย แต่ฟอนเทอร์ร่า ก็ถูกตำหนิเรื่องความสกปรกในขั้นตอนการผลิตที่ไอร์แลนด์เหนือ ด้านนายบิล อิงลิช รัฐมนตรีคลัง บอกว่า ภาพลักษณ์บริสุทธ์ 100 เปอร์เซ็นต์ของนิวซีแลนด์ได้แปดเปื้อนไปแล้ว แต่ยังเร็วเกินไปที่ประเมินความเสียหายเป็นตัวเงิน
อย่างไรก็ตาม ทความวิตกเรื่องนมปนเปื้อน ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์นมไปจีน ขณะที่ดูเม็กซ์และคาริแคร์ ที่เป็นบริษัทลูกของบริษัทดาน่อน ของฝรั่งเศส ได้เรียกคืนสินค้าในจีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และนิวซีแลนด์ อีกทั้ง ทางการจีน ระบุว่า บริษัทแอ็บบอต ผู้ผลิตยาชื่อดังของสหรัฐ ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์บางชนิดในจีนเช่นกัน โดยนิวซีแลนด์และเวียดนาม ได้เตือนไปยังพ่อแม่ให้หลีกเลี่ยงการซื้อนมผง คาริแคร์ ส่วนรัสเซียสั่งเรียกเก็บผลิตภัณฑ์ของฟอนเทอร์ร่าทุกชนิด พร้อมเตือนผู้บริโภคไม่ให้ซื้อด้วย



