ข่าว

'รอยล'เตือนรับมือพายุลูกใหม่!

'รอยล'เตือนรับมือพายุลูกใหม่!

06 ส.ค. 2556

'รอยล' เตือนเร่งระบายน้ำรับมือพายุลูกใหม่ 'ปภ.' เผย 7-10 ส.ค. 'ใต้' เสี่ยงท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่ระดับน้ำหนองหารยังทรงตัว

 

                            6 ส.ค. 56  ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ของพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ ตอนกลาง มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้ประเทศเวียดนามตอนบน ช่วงวันที่ 7-9 ส.ค. ทำให้มีกลุ่มเมฆปกคลุมหนาแน่นบริเวณตะวันออกของประเทศไทย และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

                            จากข้อมูลน้ำและสภาพภูมิอากาศคาดการณ์ว่าสถานกาณร์ของดีเปรสชั่นจะไม่รุนแรงมากเท่าพายุเซบี แต่ใกล้ประเทศไทยมากกว่า ทำให้ช่วงคืนของวันที่ 6-8 ส.ค. ทำให้พื้นที่ภาคอีสานด้านเหนือ เลาะลงมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี อีกด้านหนึ่งไปถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ น่าน พะเยา เชียงราย ประมาณฝนสูงถึง 80 มิลลิเมตรต่อวัน

                            ทั้งนี้ หลังจากที่ดีเปรสชั่นขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามจะกลายเป็นพายุโซนร้อน  ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำเกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยและลาว อย่างไรก็ตามต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงค่ำของวันที่ 6 ส.ค. ว่าดีเปรสชั่นจะกลายเป็นพายุโซนร้อน ลูกที่ 10 ที่ชื่อว่า “มังคุด” หรือไม่

                            ดร.รอยล บอกว่า สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ภาคอีสานอำนาจเจริญน้ำเริ่มเอ่อ น้ำในแม่น้ำโขงเริ่มสูงมาก ตอนบนบึงกาจน์ สกลนคร น้ำเริ่มล้น แม้ว่าอิทธิพลจากดีเปรสชั่นลูกนี้จะไม่มาก แต่น้ำของเดิมที่มีค้างอยู่เยอะ ต้องเร่งระบายออก ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมพร้อมแล้ว

                            “จังหวัดที่น่ากังวลคือน่านและเชียงรายเร่งระบายน้ำที่ยังค้างอยู่ แต่ก็เชื่อว่าไม่ง่าย ในกรณีของจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ถนนอยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะคล้ายกับจังหวัดตรัง”

                            ส่วนสถานการณ์ฝนในประเทศไทย ในขณะนี้ นายรอยล กล่าวว่า ร่องฝนเริ่มเลื่อนขึ้นไปยังประเทศจีน ทำให้หลังจากนี้ประเทศไทยจะมีฝนลดน้อยลง แต่พายุยังมีโอกาสเกิดที่ฝั่งทะเลอันดามัน อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2554 ดร.รอยลบอกว่ามีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย

                            สรุปข้อมูลสถานการณ์น้ำ ณ ปัจจุบัน ระดับนํ้าในแม่นํ้าสําคัญ ยังมีระดับล้นตลิ่งหลายพื้นที่ ได้แก่ สถานีอากาศอํานวย สถานีบ านม่วง และสถานีสว่างแดนดิน จ.สกลนคร และล้นตลิ่งในแม่นํ้าปราจีนบุรี ที่สถานีคลองพระปรง จ.สระแก้ว

                            อ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ปริมาณนํ้าอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง วันที่ 6 ส.ค. 56 มีปริมาณนํ้าไหลลง ภูมิพล 13 ล้าน ลบ.ม. สิริกิติ์ 30 ล้าน ลบ.ม. วชิราลงกรณ์ 43 ล้าน ลบ.ม. ศรีนครินทร์ 30 ล้านลบ.ม.

                            สำหรับวันที่ 6-7 ส.ค.จะมีฝนตกหนาแน่นทางด้านตะวันออกของภาคเหนือบริเวณ จ.น่าน และ จ.อุตรดิตถ์ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะตกหนักตอนบนของภาค โดยเฉพาะบริเวณ จ.เลย จ.หนองบัวลําภู และ จ.ขอนแก่น

                            คาดการณ์ฝน ช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 56 จะมีฝนหนาแน่นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในวันที่ 8-9 ส.ค. จะมีฝนตกหนักในภาคเหนือและบริเวณตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากนั้นปริมาณฝนลดลง โดยจะมีฝนตกปานกลางในภาคเหนือตอนบน สวนภาคอื่นๆ จะมีฝนตกเล็กน้อย ได้แก่ ภาคตะวันออกบริเวณ จ.จันทบุรี และจ.ตราด รวมทั้งบริเวณภาคใต้ตอนล่าง

 

 

'ปภ.' เตือน 10 จังหวัดใต้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก 7-10 ส.ค.นี้

 

                            นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้พื้นที่รับลมมรสุมบริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าว มีฝนตกชุกอยู่แล้ว ทำให้หลายพื้นที่ชุ่มน้ำ และแม้บางพื้นที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลาย แต่หากมีฝนตกเพิ่มเติม อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7 - 10 สิงหาคม 2556

                            ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 10 จังหวัดภาคใต้ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา เขต 18 ภูเก็ต จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีที่เกิดสถานการณ์ภัย

 

 

'ระนอง' เตือนฝนหนักระวังน้ำป่าไหลหลากช่วง 7-10 ส.ค.

 

                            นายชวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่าทาง ปภ.ระนองได้ออกประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 อำเภอของ จ.ระนอง ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักในช่วงระหว่างวันที่ 7-11 ส.ค. 2556 นี้ พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น

                            ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบสภาวะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในช่วงระหว่างวันที่ 7-11 ส.ค. 2556 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้พื้นที่รับลมมรุสุมบริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่นหลายพื้นที่ชุ่มน้ำมาก บางพื้นที่เกิดอุทกภัย ถ้ามีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่เดิมซึ่งอาจเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ลักษณะเช่นนี้อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดแรงกระโชกบางช่วง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

                            ขณะเดียวกัน จะต้องเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงในทะเล อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศโดยใกล้ชิด และแจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ และพร้อมเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที

 

 

'สกลนคร' ระดับน้ำหนองหารยังทรงตัว มีปริมาณน้ำเกินระดับเก็บกัก

 

                            ผลกระทบจากระดับน้ำหนองหาร จังหวัดสกลนคร มีปริมาณ 307 ล้านลูกบาศก์เมตร สูงเกินกระดับเก็บกักอยู่ 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร จากระดับเก็บกักสูงสุด 266 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบกับพื้นที่หญ้าเลี้ยงสัตว์ถูกน้ำท่วมต่อเนื่องมานานนับสัปดาห์ ชาวบ้านเขตอำเภอเมือง อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ที่มีสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ ซึ่งมีพื้นที่ติดกับหนองหาร แหล่งรองรับน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัด ต้องนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปเลี้ยงบนที่สูง และบนผิวถนนที่น้ำท่วมไม่ถึง แม้ว่าขณะนี้ชาวบ้านยังพอมีหญ้าและฟางแห้งอยู่บ้าง ก็เริ่มนำออกมาให้สัตว์เลี้ยงได้กินสลับกับหญ้าสดที่ต้องพายเรือออกไปเกี่ยวระยะทางไกลขึ้น

                            สถานการณ์น้ำในหนองหาร ยังมีปริมาณสูง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากเรื่องของหญ้าเลี้ยงสัตว์แล้ว เกษตรกรยังต้องหมั่นให้ความสำคัญกับโรคระบาดสัตว์ ที่มากับน้ำท่วมอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะบางพื้นที่สัตว์เลี้ยงต้องเดินลุยน้ำและอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ทำให้ให้เสี่ยงกับการเกิดโรคระบาดในสัตว์ได้