
'ภราดร'เผยBRNตอบกลับแล้วมือยิง'ยะโก๊บ'
'ภราดร'เผย'บีอาร์เอ็น'ตอบกลับแล้วฝีมือใครยิงยะโก๊บ ชี้เป็นเป้าหมายผู้ก่อเหตุ หวั่นคนในพื้นที่ไม่กล้าร่วมโต๊ะดับไฟใต้กอ.รมน.ปรับแผนรักษาความปลอดภัยเข้ม
6 ส.ค.56 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีคนร้ายประกบยิงนายยาโก๊บ หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานีเสียชีวิต ระหว่างซื้ออาหารในตลาดว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนตามสภาพข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันจะมีการส่งคำถามถึงข้อเท็จจริงกลับไปยังขบวนการบีอาร์เอ็นผ่านผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย ทั้งนี้ จากการสอบถามไปก่อนหน้านี้ได้รับคำตอบมาระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
"นายยาโก๊บ เป็นอิหม่ามที่ให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องศาสนาอิสลามได้อย่างถูกต้อง ชอบธรรม และเป็นผู้ที่ได้รับความนิยม ชื่นชม จากพี่น้องประชาชนอย่างมาก”พล.ท.ภราดร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยิงโต๊ะอิหม่ามเสียชีวิตถือว่าการเจรจาล้มเหลวหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้เช่นนั้น เพราะต้องดูจากข้อเท็จจริง ทั้งนี้นายยาโก๊บ เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมาก็เคยถูกลอบยิงมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นผู้สอนศาสนาอิสลามอย่างถูกต้อง จึงตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุความรุนแรงเมื่อครั้งที่ผ่านมา
ส่วนการเสียชีวิตของโต๊ะอิหม่ามจะมีผลกระทบถึงความร่วมมือของประชาชนและพื้นที่เพื่อนำไปสู่สงบหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นข้อกังวลใจในระดับหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดความละล้าละลังที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาพอสมควร
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายวิจารณ์ท่าที สมช.เหตุใดจึงต้องเดินตามเพื่อนบ้านเพราะปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในของไทย พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ขณะนี้ยังได้ปฏิบัติตามหลักตามนโยบายของรัฐไทย แต่เนื่องจากเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ ไทย ขบวนการบีอาร์เอ็น และมาเลเซีย ที่ได้ทำไว้ อย่างไรก็ตามมาตรการต่างๆ ยังคงปฏิบัติภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อตกลงสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ข้อตกลงหมายถึงการลงนามตกลงที่จะสื่อสารระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็น โดยผ่านผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายมาเลเซีย ทั้งนี้ มาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในซึ่งมีการปรับมาตรการให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงในช่วงปลายเดือนรอมฎอนเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น ขณะนี้ได้เร่งปรับมาตรการต่างๆ แล้ว ต้องยอมรับว่าเนื่องจากกลุ่มที่เห็นต่างก็ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นความก้าวหน้าในการเปิดโอกาสพูดคุยซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่า กลุ่มที่เห็นต่างได้ติดต่อเพื่อเข้าร่วมการเจรจากหรือยัง พล.ท.ภราดร กล่าวว่า กลุ่มอื่นมีการติดต่อมาทางไทยแล้ว แต่เนื่องจากต้องยึดหลักในการติดต่อสื่อสารผ่านทางขบวนการบีอาร์เอ็นอยู่ ซึ่งมีประมาณ 2 กลุ่ม ส่วนจะเป็นกลุ่มที่มีส่วนก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หรือไม่ กำลังพิสูจน์ทราบอยู่
จับตาม็อบใกล้ชิดยังไม่มีการปรับแผนรับมือ
พล.ท.ภราดร กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มผุ้ชุมนุมฯในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) นิรโทษกรรมฯ ว่า ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเมินสถานการณ์เป็นระยะตลอดเวลา เพราะมีการจูงมวลชนและรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องพิจารณาตามสภาพข้อเท็จจริงว่า จำนวนมวลชนจะมามากน้อยเท่าไร ทั้งนี้ยังไม่มีการปรับมาตรการแต่อย่างใด
ต่อข้อถามที่ว่า จากปรับกลยุทธอย่างไร พล.ท.ภราดร กล่าวว่า จะต้องเพิ่มความเข้มเข้นของมาตรการรักษาความปลอดภัยชีวิต ทรัพย์สิน และด้านการข่าวอยู่แล้ว
ถามว่า การพูดคุยในครั้งต่อไปหลังจากวันที่ 18 ส.ค.จะมีความชัดเจนหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า จะมีความชัดเจน เพราะจากเหตุการณ์ต่างๆ มีการรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ทราบร่วมกันว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร



