ข่าว

เปิดใจ'ครูดำน้ำ'ชีวิตเสี่ยงสารพิษน้ำมันรั่ว

เปิดใจ'ครูดำน้ำ'ชีวิตเสี่ยงสารพิษน้ำมันรั่ว

06 ส.ค. 2556

เปิดใจ'ครูดำน้ำ' ชีวิตเสี่ยงสารพิษน้ำมันรั่ว : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              "จะลงจริงหรือ"

              "ต้องลงสิ ไม่ลงจะเห็นสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไร ต้องรีบสำรวจว่าเสียหายอะไรบ้าง"

              "รับผิดชอบตัวเองนะ เขาประกาศห้ามไม่ให้ลงดำน้ำ กลัวสารพิษตกค้างยังมีเยอะ"

              "เออ...30 นาทีเองไม่เป็นไร"

              "นักข่าวลงด้วยกันจะได้เก็บภาพเป็นหลักฐาน" ฯลฯ
    
              หลังประชุมปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว "ครูอู๊ดดี้" ธนเดช เสตะจันทร์ จากโรงเรียน UDI's Scuba Diving ครูสอนดำน้ำคนไทยคนแรกในเสม็ด กับ "ครูอ้วน" พีรพัฒน์ บุญเพ็ชร PADI Rayong Dive Center ผู้มีประสบการณ์ดำน้ำกว่า 4,000 ไดฟ์ พร้อมด้วย "คม ชัด ลึก" ตัดสินใจลงสำรวจแหล่งท่องเที่ยวใต้น้ำสำคัญ 2 จุดในช่วงบ่ายวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา คือ "หน้าอ่าวพร้าว" เกาะเสม็ด เพราะเป็นจุดที่มักพานักเรียนมาสอนดำน้ำขั้นพื้นฐาน และบริเวณแหล่งปะการังสวยงามของ "เกาะกุฎี" ที่อยู่ห่างไปประมาณ 5 กิโลเมตร

              อุปกรณ์ดำน้ำและถังออกซิเจนถูกลำเลียงลงเรือเล็กอย่างรวดเร็ว ลมทะเลพัดแรง หัวคลื่นเริ่มตั้งสูงขึ้นเรื่อยๆ เรือมาถึงหน้าบริเวณอ่าวพร้าว แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงจุดที่ครูดำน้ำทั้ง 2 คนต้องการได้ เพราะคลื่นแรงเกินกว่าจะบังคับเรือให้จอดดังที่ใจต้องการ ทีมงานตัดสินใจเบี่ยงหัวเรือมุ่งหน้าไปยัง "เกาะกุฎี" ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงจุดดำน้ำหน้าเกาะค้างคาว เป็นแหล่งปะการังสวยงามที่นักดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกชอบมาเยี่ยมชมมากที่สุดในบริเวณนี้

              น่าเสียดายทัศนวิสัยใต้น้ำไม่ดี ทำให้การบันทึกภาพวิดีโอและภาพถ่ายของทีมงานทำได้ยาก แม้ความลึกเพียง 6-7 เมตร แต่แทบมองไม่เห็นปลาปะการังและปลาตัวเล็กที่จับกลุ่มว่ายไปมา โชคดี "ครูอ้วน" สามารถบันทึกภาพปะการังในจุดที่ต้องการได้สำเร็จ เพราะจะเอาไปเปรียบเทียบกับรูปถ่ายเก่าเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ขณะที่ "ครูอู๊ดดี้" ถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานว่าสาหร่ายทะเลและสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

              ราว 30 นาที พวกเราโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่เรือลอยอยู่ห่างไปหลายร้อยเมตร คลื่นซัดแรงจนไม่สามารถว่ายน้ำไปที่เรือได้ "ครูอ้วน" ตัดสินใจให้ทุกคนลงไปใต้น้ำอีกครั้ง เพื่อขึ้นเรือที่หาดฝั่งตรงข้ามของเกาะ

              พวกเราต้องปีนขึ้นภูเขาลูกเล็กโดยมีถังออกซิเจนหนัก 4 กก.อยู่ด้านหลัง รอบเอวมีแผงเข็มขัดเหล็กถ่วงน้ำหนักอยู่คนละ 4 ก้อนไม่ต่ำกว่า 6 กก. ก่อนก้าวขาปีนขึ้นภูเขาแต่ละก้าว ต้องสูดหายใจเข้าไปลึกๆ แม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่ทำเอาทุกคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง

              เมื่อเรือจอดเทียบชายหาดรออยู่เบื้องหน้า ทีมงานเฝ้ารอคำตอบว่าใต้น้ำเป็นอย่างไร?

              "ครูอู๊ดดี้" กล่าวอย่างเสียดายว่า คลื่นแรงใต้น้ำทำให้ไม่เห็นอะไรมากนัก แต่เท่าที่ดูก็ยังไม่พบสิ่งปกติไปติดอยู่ที่ปะการัง เพื่อความแน่ใจต้องรอเดือนตุลาคม เมื่อคลื่นลมสงบเป็นฤดูฟ้าเปิดค่อยกลับมาดำน้ำสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

              "ตอนนี้ครูเป็นห่วงที่สุดคือ ความรู้สึกของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ พวกยุโรปและสแกนดิเนเวีย เช่น สวีเดน อังกฤษ เยอรมัน รวมถึงชาวรัสเซียและออสเตรเลีย ชอบมาเรียนดำน้ำที่หมู่เกาะเสม็ด เพราะราคาไม่แพง น้ำอุ่น มีปะการังโต๊ะ ปะการังสมองสีเขียว สีแดง กับพวกปลาการ์ตูนให้ถ่ายรูปเล่น นักเรียนดำน้ำจะเริ่มจากน้ำตื้นๆ ก่อน ครูเลยชอบพามาฝึกแถวเกาะกุฎี คุณรู้ไหมว่าอาทิตย์ที่แล้วเขาอีเมลมายกเลิกหมดแล้วนะ จากที่ได้นักเรียนวันละ 2-3 คน ตอนนี้ไม่มีเลย ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่า ร้านดำน้ำก็ได้รับผลกระทบ เขาสั่งให้ไปเอาใบเสร็จมาดู ยืนยันว่ามีรายได้เท่าไรต่อเดือน อ้าว...ร้านเล็กๆ อย่างเราจะมีใบเสร็จไปโชว์ได้ยังไง" ครูอู๊ดดี้ สะท้อนปัญหา

              ผลกระทบคราบน้ำมันรั่วไหลกว่า 5 หมื่นลิตร ผสมกับสารเคมีกำจัดน้ำมันอีก 3 หมื่นกว่าลิตร ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำทะเลทั่วหมู่เกาะเสม็ดนั้น ทำให้ภรรยาครูอู๊ดดี้เป็นห่วง และสั่งห้ามลงดำน้ำอย่างเด็ดขาด หากไม่มีผลยืนยันจากหน่วยงานรัฐว่าปลอดภัยจริง 

              คนส่วนใหญ่เป็นห่วงสิ่งมีชีวิตในทะเล กลัวกุ้งหอยปูปลาจะได้รับสารพิษแล้วส่งผลถึงผู้บริโภค ส่วนฝ่ายธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม เรือ ฯลฯ ก็เป็นห่วงว่าหาดทรายหรือแหล่งดำน้ำจะได้รับผลพวงจากพิษเคมีจนไม่มีนักท่องเที่ยวกล้ามาเยี่ยมชม หลายคนลืมคิดไปว่า อาชีพเสี่ยงอันตรายสุดในสถานการณ์นี้ คือ "ครูสอนดำน้ำ" งานของพวกเขาคือสัมผัสสารพิษในน้ำโดยตรง

              "ครูอ้วน" กล่าวเน้นว่า จุดประสงค์ในวันนี้คือ เน้นเก็บภาพปะการังในจุดที่มาเป็นประจำไว้ก่อน เพื่อเอาไปเปรียบเทียบกับภาพเก่าที่เคยถ่ายไว้เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว อาจต้องให้นักวิชาการช่วยวิเคราะห์อีกครั้งว่ามีสีหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปปนเปื้อนหรือไม่ พร้อมกล่าววิงวอนทิ้งท้ายไว้ว่า

              "ถามว่าใครได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำมันรั่วครั้งนี้มากที่สุด น่าจะเป็นพวกผมนะ เพราะใช้ทะเลเยอะที่สุด ผมไม่ได้อยู่แค่ชายฝั่งหรืออยู่บนเรือ อาชีพพวกผมต้องลงไปอยู่ใต้น้ำ วันละไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง ถามผมว่าเสี่ยงไหม ตอบจริงๆ ว่าวินาทีเสี่ยงนะ แต่ดีกว่าให้นักเรียนหรือนักท่องเที่ยวคนอื่นมาเสี่ยง เราต้องสำรวจข้อมูลให้รอบด้านก่อนพานักเรียนมาสอนดำน้ำอีกครั้ง ผมขอร้องจริงๆ อยากให้หน่วยงานไหนก็ได้ หรือใครสักคน มาการันตีน้ำทะเลตรงนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ถ้าไม่ปลอดภัยก็ตอบมาด้วยว่าอาชีพแบบพวกผมควรทำยังไง"

              ครูสอนดำน้ำท้องถิ่นกลุ่มนี้ไม่ได้แค่มาดำน้ำสำรวจแล้วกลับไป แต่ชีวิตทำงานอยู่ใต้น้ำตรงนี้ทุกวัน คำตอบที่พวกเขาอยากได้คือ "ตัวเลขแท้จริง" คำยืนยันถึงความปลอดภัย ไม่มีใครอยากลงน้ำด้วยใจระทึก หวาดผวาสารเคมีพิษไร้สีไร้กลิ่น!!

              เกาะกุฎี เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเสม็ด ห่างจากฝั่งประมาณ 6 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 63 ไร่ มีเกาะขนาดเล็ก 2 เกาะขนาบ คือ เกาะท้ายค้างคาว และเกาะถ้ำฤาษี นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำสน็อกเกิ้ล (snorkeling) และดำน้ำตื้น 

              ข้อมูลจากส่วนศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติ, สำนักอุทยานแห่งชาติ ระบุว่า ช่วงเดือนตุลาคม 2553-กันยายน 2554 มีนักท่องเที่ยวอุทยานฯ แห่งนี้มากถึง 3.2 แสนคน ติดอันดับที่ 7 ของอุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวมากที่สุด โดยอันดับ 1 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีนักท่องเที่ยว 7.5 แสนคน

              5 สิงหาคม 2556 "วิเชียร จุ่งรุ่งเรือง" อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สั่งเก็บคุณภาพน้ำ 23 จุด จากหมู่เกาะทั้งหมด 18 เกาะรอบพื้นที่เสม็ด เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาร "โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน" (PAHs) และ สาร "โททอลปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน" (TPH) โดยจะตรวจสอบต่อเนื่องในระยะเวลา 1 ปี เชื่อว่าจะได้ผลตรวจเบื้องต้นในวันที่ 13 สิงหาคมนี้

              เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม 25 องค์กร เช่น มูลนิธิบูรณะนิเวศ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ฯลฯ แถลงการณ์เรียกร้องให้ "พีทีทีจีซี" แสดงหลักฐานข้อเท็จจริง "ประเด็นสารเคมีที่ใช้ในการสลายคราบน้ำมัน" ต่อสาธารณะโดยด่วนที่สุด!

              1.การขออนุญาตใช้สารเคมีกำจัดคราบน้ำมัน 3.2 หมื่นลิตร ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง มีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีปริมาณเท่าใด มีองค์ประกอบอะไรบ้าง ได้มาจากแหล่งใด ขั้นตอนการโปรยมีการคำนวณอย่างไร รวมถึงวันและช่วงเวลาที่โปรย สถานที่โปรย ลักษณะวิธีการโปรยเป็นอย่างไร

              2.แสดงข้อมูลความเป็นพิษและความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ และผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

              3.คราบน้ำมันที่เก็บกวาดไปจากอ่าวพร้าว ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะว่าจะนำไปกำจัดที่ไหนและอย่างไรบ้าง


...............


(หมายเหตุ : เปิดใจ'ครูดำน้ำ' ชีวิตเสี่ยงสารพิษน้ำมันรั่ว :  ทีมข่าวรายงานพิเศษ)