ข่าว

เปิดใจ..นายกสมาคมอบจ.คนใหม่

เปิดใจ..นายกสมาคมอบจ.คนใหม่

06 ส.ค. 2556

เปิดใจ..นายกสมาคมอบจ.คนใหม่ 'ขออิสระให้อปท.-ผู้ว่าฯ แค่เป็นพี่เลี้ยง' : โดย...จิติมา จันพรม

               "ชัยมงคล ไชยรบ" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย แตะมือต่อจาก "ธนภณ กิจกาญจน์" นายก อบจ.จันทบุรี ที่หมดวาระลง โดยหลังจากได้รับตำแหน่ง เขาได้บอกเล่าถึงกรอบทิศทางที่จะดำเนินการสานต่อภารกิจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้นายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย

               เขาบอกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดมาภายใต้ปรัชญาการกระจายอำนาจที่มีความเชื่อกันว่าถ้ากระจายอำนาจไปแล้วประชาชนย่อมมีสิทธิ์ในการใช้อำนาจบริหารจัดการตนเอง จึงตั้งธงไว้ว่าวันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัด จะประสานความสามัคคีกับพี่น้องท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต.หรือเทศบาล เพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้ปรับโครงสร้างของอำนาจท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้เชื่อว่า อปท.สามารถจัดการปัญหาท้องถิ่นของตนเองได้ ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาภาระให้รัฐบาลด้วย ดังนั้นการดำเนินการของสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย ต่อไปจะทำเรื่องการกระจายอำนาจให้เป็นจริง ปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ให้มีความใกล้เคียงชัดเจนยิ่งขึ้น

               ซึ่งจะกำหนดโครงสร้างของ อปท.ในประเทศไทย ที่มีการปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น บางครั้งในการเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็น้อยเนื้อต่ำใจ ทั้งที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งจังหวัด แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด นั้นแปลว่าขาดอิสระพอสมควรในการตัดสินใจแก้ปัญหาของประชาชน อย่าลืมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบางคนมาอยู่แค่ระยะเวลาสั้นๆ ก็ไป เป็นข้าราชการประจำ ธรรมชาติของข้าราชการประจำต้องสนองผู้มีอำนาจ แต่ อบจ.ผู้บริหารสูงสุดมาจากการเลือกตั้ง อยู่เป็นเทอม เทอมละ 4 ปี การทำงานจึงตอบสนองประชาชนเป็นหลักและต่อเนื่อง

               นอกจากนี้โครงสร้างอำนาจต้องมีการปรับเปลี่ยนให้อิสระแก่ อปท.ทั้งเทศบาล อบจ.หรือ อบต.ไม่ได้บอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ดี แต่ควรกำหนดบทบาทหน้าที่ให้สอดคล้องกับครรลองระบอบประชาธิปไตยที่เคารพการตัดสินใจของประชาชน วันนี้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้บริหารท้องถิ่น ย่อมมีอิสระในการกำหนดนโยบายในการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง แต่มีบางอย่างติดที่ระเบียบ ติดที่ผู้บริหารราชการท้องถิ่นกำกับดูแลได้ดีหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ สิ่งที่ท้องถิ่นต้องการคือความเป็นอิสระข้อเทศบัญญติ อปท.แต่ละส่วนยังต้องส่งให้ราชการที่กำกับ อบจ.ส่งให้ผู้ว่าฯ เทศบาล อบต.ส่งให้นายอำเภอ

               การปกครองส่วนภูมิภาคควรมีหน้าที่แค่พี่เลี้ยง ไม่ใช่กำกับดูแล เมื่อเรื่องผ่านสภาไปแล้วถือว่าผ่านประชาชน ผู้ว่าฯ ควรรับทราบแค่นั้นพอ แต่ตอนนี้กฎหมายได้เขียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลส่วนกลางไว้มากเหลือเกิน จนสามารถค้าน อปท.ได้หมด แสดงว่ามติของสภาซึ่งเป็นเสียงส่วนมากของคนทั้งจังหวัด ทั้งเทศบาล หรือตำบล ยังสู้อำนาจคนคนเดียวไม่ได้ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนเทศบัญญัติ ระเบียบ หลายตัว อำนาจอีกหลายอย่างที่ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไข ซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยคณะกรรมการบริหารที่จะกำหนดทิศทางร่วมกัน ตนคนเดียวคงไม่สามารถทำได้เพราะการทำงานระบอบประชาธิปไตยเป็นการทำงานที่ต้องฟังเสียงส่วนมาก

               และจังหวัดจัดการตนเองเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการหรือเกิดมานานแล้ว ควรเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยซ้ำไป อยากย้ำว่าเชื่อมั่นจริงจังว่าการกระจายอำนาจจะนำพาประเทศสู่ความรุ่งเรืองได้ และเป็นการแก้ปัญหาประเทศได้ตรงจุด จังหวัดจัดการตนเองแปลว่าเขาสามารถบริหารจัดการในจังหวัดตนเองได้ และจังหวัดสามารถจัดการตนเองได้ โดยเกี่ยวพันส่วนกลางให้น้อยที่สุด สามารถกำหนดทิศทาง ปัญหา ความต้องการ เช่น ที่อุบลราชธานีที่ผลักดันเรื่องนี้จริงจัง เนื่องจากรู้และตอบคำถามประชาชนได้

               "โครงการเงินกู้ที่รัฐบาลกู้เพื่อนำมาพัฒนาจำนวนมหาศาลไม่ว่าจะเป็น 2.2 ล้านล้านบาท หรือ 3.5 แสนล้านบาท ที่จะนำมาแก้ปัญหาน้ำ ต้องให้ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมการแก้ปัญหาจะได้ตรงจุด ซึ่งเชื่อว่ารถไฟความเร็วสูงไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ ยังมีปัญหาอีกมากที่ท้องถิ่นไม่สามารถเสนอรัฐบาลให้เข้าใจได้ เนื่องจากโครงสร้างระบบการบริหารประเทศเป็นอุปสรรคนั่นเอง"

               นอกจากนี้นายกสมาคม อบจ.คนใหม่ ยังพูดถึงงบอุดหนุนว่า รัฐบาลได้รับปากแล้วว่าเพิ่มอีกเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ เป็น 16,375 ล้านบาท โดยการแปรญัตติขณะนี้ได้ติดตามใกล้ชิดว่าที่รัฐบาลรับปากจะจริงหรือไม่ เพราะคนที่รับปากคือ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่รู้ว่ารัฐบาลจริงใจแค่ไหน สภาจริงใจแค่ไหน ที่สะท้อนให้เห็นวันนี้ประชาชนต้องการพัฒนาโดยผ่าน อปท.วันนี้ขาดงบประมาณพัฒนาและตอบสนองความต้องการประชาชน ซึ่งงบอุดหนุนจำนวนนี้ถือเป็นเรื่องเฉพาะกิจเร่งด่วน แต่ต่อไปสมาคมจะต้องมีแผนให้รัฐบาลเพิ่มสัดส่วนเงินอุดหนุนอย่างเป็นขั้นบันได อย่างน้อยปีละ 1 เปอร์เซ็นต์ ที่รัฐบาลต้องจัดสรรให้ท้องถิ่น ที่จะหารือในระดับคณะกรรมการบริหารสมาคมอีกครั้งหนึ่ง 

               นายกสมาคม อบจ.ยังพูดถึงเรื่องรายได้ภาษีที่มักจะนำมาถกเถียงกันบ่อยครั้งระหว่างเทศบาลกับ อบจ.ว่าอยากเห็นสมาคมท้องถิ่นไทยหรือสมาพันธ์ท้องถิ่นไทยและกำหนดถึงเรื่องโครงสร้างอำนาจ เรื่องสัดส่วนเงินภาษีเป็นเพียงปลายเหตุ แต่เหตุต้นน้ำจริงมาจากโครงสร้างอำนาจที่จะต้องมีการพูดคุยกันเพื่อแสวงหาจุดร่วมคือ การกระจายอำนาจ เรื่องภาษีรายได้เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่ต้องนำกลับไปสู่ประชาชน ไม่ว่าเทศบาล อบจ. หรือ อบต.นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนจึงเป็นเป้าหมายสำคัญ

               การเข้ามาทำหน้าที่ของ "ชัยมงคล ไชยรบ" ครั้งนี้ จึงต้องรับภาระหนักอึ้งไม่น้อยที่จะต้องเดินหน้าผลักดัน อบจ.เกิดความแข็งแกร่ง เป็นเอกเทศในท่ามกลางบรรยากาศอันคุกรุ่น กระแสบีบคั้นบั่นทอนอำนาจจากการเมือง โดยเฉพาะที่วาจาโยนหินถามทางยุบ อบจ.ของคนในพรรคการเมืองขั้วรัฐบาล ทำให้เกิดความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจ เกิดรอยร้าว กระจายเป็นวงกว้าง ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะหยุดแค่นี้ ประกอบเริ่มมีความไม่ลงรอยระหว่างผู้บริหารท้องถิ่นกับผู้บริหารส่วนภูมิภาคที่ปัจจุบันต้องยอมรับข้าราชการประจำที่ทำหน้าที่บริหารส่วนภูมิภาคไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่นับวันจะสนองอำนาจทางการเมืองมากขึ้น

 

.................................................
(เปิดใจ..นายกสมาคมอบจ.คนใหม่ 'ขออิสระให้อปท.-ผู้ว่าฯ แค่เป็นพี่เลี้ยง' : โดย...จิติมา จันพรม )