
'พท.'ยันเดินหน้า'นิรโทษกรรม'
'พท.' ปัดข่าวทีมยุทธศาสตร์แนะถอนร่าง 'นิรโทษ' ยัน 7 ส.ค. พิจารณาฉบับ 'วรชัย' อย่างเดียว ระบุ 'นายกฯ' เป็นเจ้าภาพแต่ไม่ร่วมวงคุยปฏิรูปการเมือง
5 ส.ค. 56 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่ประชุมทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยวานนี้ (4 ส.ค.) เสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และคณะ ออกจากวาระการประชุมสภาออกไปก่อน ว่า ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ประชุมคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีการเสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไป เพราะถือว่าร่างของนายวรชัย เป็นการช่วยเหลือประชาชนทุกสีเสื้อ ตั้งแต่เหตุการณ์ 19 ก.ย. 49 จนถึง 10 พ.ค. 54 โดยไม่เกี่ยวข้องกับแกนนำ ผู้สั่งการ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่อย่างใด โดยการบรรจุระเบียบวาระก็เป็นไปตามหลักการ และไม่อยากให้กระแสข่าวดังกล่าวทำให้ประชาชนสับสน และมองว่ารัฐบาลจะออกเป็นพ.ร.ก.นิรโทษกรรมแทน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 7 ส.ค. จะมีการประชุมร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ฉบับของนายวรชัย ร่างเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและการสร้างเงื่อนไขของฝ่ายค้าน และกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน จะนำไปขยายผล ทั้งนี้การพิจารณากฎหมายดังกล่าวเป็นการพิจารณากฎหมายทั่วๆ ไปเพื่อช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น และขอเรียกร้องไปยังผู้นำฝ่ายค้านว่าให้ร่วมประชุม และตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณา และขอให้ผู้ชุมนุมติดตามการพิจารณาซึ่งจะมีการถ่ายทอดทางวิทยุด้วย
แกนนำพท.ยันไม่ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เท่าที่แกนนำพรรคได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมานั้นเห็นว่า ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่มีการกระทำใดๆ ที่เกินกว่าสิทธิทางกฎหมาย แต่คงต้องติดตามดูสถานการณ์กันต่อไป ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลปฏิเสธที่จะร่วมวงปฏิรูปประเทศตามแนวคิดของนายกรัฐมนตรี โดยยื่นเงื่อนไขให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกจากสภาก่อนนั้น ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นคนละเรื่องกับการปฏิรูปประเทศ และในพรรคก็ไม่มีใครเสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตอนนี้คงต้องคุยถึงเรื่องอนาคตประเทศว่าจะมาหาทางออกให้บ้านเมืองอย่างไร ไม่อยากคุยเรื่องอดีตว่าใครผิดหรือถูก คุยไปก็ไม่จบ แม้หลายฝ่ายจะปฏิเสธไม่เข้าร่วมหารือแต่ก็ต้องเดินหน้าต่อตามที่นายกฯ ระบุว่า แม้จะมีความหวังแค่เปอร์เซ็นต์เดียวก็จะต้องเดินหน้า
ระบุ 'นายกฯ' เป็นเจ้าภาพแต่ไม่ร่วมวงคุย
นายภูมิธรรม กล่าวถึง ข้อเสนอของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จะให้เชิญฝ่ายต่างๆมาพูดคุยเพื่อกลไกไปสู่การปฏิรูปการเมือง ว่า เป็นเรื่องที่ทางพรรคพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เคยประกาศไว้
ถามว่าได้ประสานไปทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือยัง นายภูมิธรรม ไม่ตอบตรงๆ แต่บอกว่าพยายามประสานผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในฝ่ายต่างๆแล้วพอสมควร ซึ่งจากการประสานไปในเบื้องต้นถือว่ามีบรรยากาศที่ดี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นายกฯจะเป็นเจ้าภาพในการเปิดเวทีให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งโดยตรง มาร่วมพูดคุยกับคนกลาง และฝ่ายต่างๆของสังคม โดยอาจจะเชิญสื่อมวลชนมาร่วมด้วย ที่ผ่านมามีเพียงให้คนกลางไปคิด จึงเชื่อว่าจะข้อเสนอนี้จะเป็นแนวทางที่ดี
"นายกฯจะไม่ร่วมพูดคุยในเวทีด้วย แต่จะเป็นเจ้าภาพในการเปิดเวทีให้" นายภูมิธรรม กล่าวกับสำนักข่าวเนชั่น
ถามว่าข้อเสนอนี้ออกมาเพื่อดักทางการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณหรือไม่ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย บอกว่า "ไม่เกี่ยวกันเลย เป็นคนละเรื่องกัน และเป็นคนละส่วนกับเรื่องร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่จะเข้าสภาในวันพุธนี้ ข้อเสนอของนายกฯเป็นเรื่องระยะยาว ที่อยากช่วยกันออกแบบประชาธิปไตยแบบไทยๆเท่าที่เราจะยอมรับกันได้ขึ้นมา ส่วนจะสำเร็จแค่ไหนยังไม่ทราบ แต่อย่างที่นายกฯยิ่งลักษณ์บอกคือ แม้มีโอกาสสำเร็จเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องทำ"
ส่วนที่มีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการล้างความผิดออกมาก่อนนั้น ไม่เช่นนั้นจะไม่มาร่วมวงคุย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มาก็ไม่เป็นไร ก็คุยเฉพาะคนที่มา อย่างไรก็ตามไม่อยากให้มีการตั้งเงื่อนไข เพราะถ้ามัวตั้งเงื่อนไขกันอยู่ก็ไม่มีทางมาพูดคุยกันได้ และคนที่ตั้งเงื่อนไขก็จะถูกตั้งคำถามว่าต้องการจะสร้างความปรองดองหรือไม่
"ในเวที จะเป็นการพูดคุยกันถึงอนาคต ไม่คุยเรื่องอดีต เพราะถ้ามัวคุยเรื่องอดีตก็ไม่จบ"
'เพื่อไทย' คุมเข้มตลอด 24 ชม.จ้างรปภ.-ติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กกั้นทางขึ้นลงบริเวณหน้าที่ทำการพรรคออกเพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ แต่ยังจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกมายืนคอยสอดส่งดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณหน้าที่ทำการพรรคตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพิ่มในช่วงกลางวันด้วย จากเดิมที่มี 17 คนเพิ่มเป็น 19 คน ส่วนในช่วงเวลากลางคืน เดิมมี 8 คนได้เป็น 13 คน รวมทั้งยังได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มักกะสันเพื่อขอให้จัดกำลังมาดูแลรักษาความปลอดภัยให้ด้วย อย่างไรก็ตาม มีการติดกล้องวงจรปิดที่สามารถมองเห็นในเวลากลางคืนได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ทำการพรรคนั้น มีการเพิ่มกล้องวงจรปิดจากเดิมที่มีอยู่ 5 ตัว เป็น 11 ตัวด้วย



