ข่าว

ก็นั่นน่ะซิ

ก็นั่นน่ะซิ

05 ส.ค. 2556

ก็นั่นน่ะซิ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

              เพื่อนคนหนึ่งทำท่าทางเหมือนอาร์คีมีดีส ตอนตะโกนคำว่า “ยูเรก้า” เมื่อค้นพบว่าปริมาตรของน้ำที่ล้นออกมาเท่ากับปริมาตรของวัตถุที่เข้าไปแทนที่ แต่สิ่งที่เพื่อนผมค้นพบก็คือ เมื่อใดที่พม่ารุ่งเรือง ไทยก็จะร่วงโรย และเมื่อใดที่พม่าร่วงโรย ไทยก็จะรุ่งเรือง

              เมื่อเห็นเพื่อนๆ มองดูด้วยสายตาแปลกๆ เขาก็อรรถาธิบายว่า พม่ากับไทยนั้น เหมือนกลางคืนกับกลางวัน หรือพระจันทร์กับพระอาทิตย์ หรือเสือตัวผู้สองตัวที่ไม่ได้เป็นเสือเกย์หรือเสือไบ ซึ่งไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมกันได้ พลางยกตัวอย่างประกอบว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นไทยก็อยู่ของเรามาดีๆ แต่พอพม่าเฟื่องฟูขึ้นในสมัยพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ไทยก็ฝ่อแฟบลง ครั้นสมเด็จพระนเรศวรกอบกู้อิสรภาพได้สำเร็จ พม่าก็เสร็จไปเหมือนกัน

              พอมาถึงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อพม่ายิ่งใหญ่ขึ้นในสมัยพระเจ้าอลองพญา ไทยเราก็ย่ำแย่จนต้องเสียบ้านเสียเมืองครั้งที่ 2 ครั้นไทยตั้งตัวติดในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ กับสมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ เผด็จศึก 9 ทัพจนราบคาบ พม่าก็เสียมวย ต้องหันไปเล่นงานยะไข่อาระกันเพื่อกู้หน้า ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับอังกฤษจนเสียเมือง

              หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยเราก็รุ่งเรืองเฟื่องฟูมาเรื่อย ขณะที่พม่าเจอปัญหาภายในจนระส่ำ ปล่อยให้ไทยวางนำหน้าไปหลายสิบปี แต่ตอนนี้เมื่อพม่ากลายมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ประเทศไทยของเราก็กำลังเป็นดาวร่วงที่โรยแสง จนถ้าเป็นสมัยก่อน ก็อาจต้องเสียกรุงครั้งที่ 3 ก็เป็นได้

              หลายคนฟังแล้วก็ชักจะคล้อยตาม มีบางคนก็แย้งว่า ที่ไทยเสียกรุงทั้งสองครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น จะพูดว่าพม่าเก่งกว่าไทยก็คงจะไม่ถูกทั้งหมด เพราะจริงๆ แล้ว เราแพ้พม่ามาตั้งแต่ในมุ้ง นั่นก็คือคนที่นอนมุ้งเดียวกันแต่ดันตีกันเอง คนอื่นก็เลยมุดมุ้งเข้ามาเล่นงานได้ง่ายดาย ถ้าจะแพ้ก็แพ้คนไทยด้วยกันเองนี่แหละครับ ที่ขาดความรักใคร่สามัคคี ฉ้อราษฎร์บังหลวง เอาแต่กอบโกยหาประโยชน์ส่วนตัว อิจฉาริษยา และหาทางทำลายล้างกันเอง

              เมืองไทยนั้น ถ้าหันหน้าหากัน และเลิก ก ข ค ได้เมื่อไหร่ ก็รุ่งโรจน์โชติช่วงเมื่อนั้นแหละครับ ก ข ค ที่ว่านี้ก็คือ โกง ขี้เกียจ และคอร์รัปชั่น

              แต่เมื่อคนไทยยังทะเลาะกันไม่เสร็จ โกงกันเป็นเรื่องปกติ ขี้เกียจเป็นนิสัย และคอร์รัปชั่นกันสะบั้นหั่นแหลก แบบนี้ จะเอาบ้านเอาเมืองที่ไหนไปเหลือล่ะครับ

              เพื่อนที่ค้นพบทฤษฎี คู่ขนานไทย-พม่า ก็พยักหน้ายอมรับ แต่ไม่วายสงสัยว่า คนไทยก็ท่องจำเหตุแห่งการเสียกรุงศรีอยุธยาทั้ง 2 ครั้ง มาด้วยกันทั้งนั้น แต่ทำไมถึงไม่มีใครจดจำได้ และตั้งหน้าจะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอยู่ร่ำไป

              ทุกคนมองหน้ากันแล้วก็ร้องว่า...ก็นั่นน่ะสิ