ข่าว

คลังเล็งเพิ่มค่าปรับบุหรี่เถื่อน 5 เท่า

คลังเล็งเพิ่มค่าปรับบุหรี่เถื่อน 5 เท่า

10 มิ.ย. 2552

เผยยอดลักลอบนำเข้าบุหรี่-สุราพุ่ง บุหรี่ครองแชมป์แค่เดือนเดียวเพิ่มขึ้น 10 เท่า ส่วนน้ำมันจับได้ 2 รายรวด ดีเซลกว่า 3 หมื่นลิตรเรียกค่าปรับเฉียดล้าน คลังเล็งแก้ ก.ม.เพิ่มโทษปรับบุหรี่เถื่อน 4-5 เท่า

 นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสุรา บุหรี่ และน้ำมัน ทำให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าทั้ง 3 ประเภทเพิ่มขึ้นตามแนวชายแดน โดยเฉพาะบุหรี่ พบว่าเดือนพฤษภาคม สามารถจับบุหรี่ลักลอบนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า จากเดือนเมษายน คือจาก 37 คดีเป็น 83 คดี และได้เงินค่าปรับเพิ่มจาก 7.9 แสนบาท เป็นเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งที่เป็นแบบกองทัพมด รายกลางและรายใหญ่ที่นำเข้ามาเป็นคันรถ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามเข้มงวดมากขึ้น

 นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 ให้ทันสมัยมากขึ้น และจะเป็นการป้องกันการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น จะเสนอเพิ่มค่าปรับการขายบุหรี่เถื่อนอีก 4-5 เท่า จากอัตราค่าปรับปัจจุบัน 400-700 บาทต่อซอง และปรับเพิ่มค่าใบอนุญาตจำหน่ายบุหรี่อีก 10 เท่า จากปัจจุบันร้านค้าต้องขอต่อใบอนุญาตทุกปีในอัตราต่ำเพียง 20-40 บาทเท่านั้น
  
 ในส่วนของน้ำมันเถื่อน ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ฝ่ายป้องกันและปราบปราม 3 สามารถจับกุมผู้กระทำผิด 2 ราย รายแรกจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางเป็นรถยนต์บรรทุกน้ำมัน 10 ล้อ บรรทุกน้ำมันดีเซล จำนวน 17,000 ลิตร คิดเป็นภาษีประมาณ 9 หมื่นบาท และคิดเป็นค่าปรับจำนวน 4.5 แสนบาท ส่วนอีกรายพบของกลางน้ำมันดีเซล จำนวน 16,000 ลิตร คิดเป็นภาษี 8.4 หมื่นบาท และคิดเป็นค่าปรับ 4.24 แสนบาท รวมจับกุมผู้กระทำผิด 2 ราย เป็นน้ำมันดีเซล 33,000 ลิตร คิดเป็นภาษี 1.75 แสนบาท และคิดเป็นค่าปรับ 8.76 แสนบาท

 "การจับกุมผู้ต้องหาลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนทั้งสองรายนี้มีการเรียกเก็บเงินค่าปรับ 5 เท่าของมูลค่าสินค้าเมื่อผู้ต้องหาได้ชำระภาษีและเงินค่าปรับเรียบร้อยแล้วสามารถนำน้ำมันไปขายได้ตามปกติ ซึ่งกรมสรรพสามิตได้คาดโทษไว้ หากพบว่ามีการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนเป็นครั้งที่สองจะปรับสูงสุดเต็มเพดาน 10 เท่า โดยมองว่าการลักลอบจะมีมากขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นซึ่งมีแนวโน้มจะมากขึ้นในอนาคต" นพ.พฤฒิชัยกล่าว