
'วัฒนา เมืองสุข'ล็อบบี้ถอนนิรโทษกรรม
'วรชัย เหมะ' เผย'วัฒนา เมืองสุข'ล็อบบี้ถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ยันไม่ถอนแน่ ม็อบเคลื่อนร้องสถานทูต-ยูเอ็น5ส.ค. พระ'มจร'แนะวิธีสร้างปรองดองลดขัดแย้ง
4ส.ค.2556 นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหลายฝ่ายไม่ขอเข้าร่วมแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ตามแนวทางสร้างความปรองดองที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเสนอมา จนกว่าจะมีการถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกจากสภาฯก่อนนั้น
"นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้มาขอร้องให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไป เพื่อให้แนวคิดสภาปฏิรูปประเทศไทยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สามารถเดินหน้าต่อไปได้เพราะถ้าไม่ถอนก็จะไม่มีใครเข้าร่วมวงปฏิรูปประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์และขั้วตรงข้ามรัฐบาล" นายวรชัย กล่าวและว่า
แต่ตนได้ตอบปฏิเสธไปว่า จะไม่ถอนร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวแน่นอน เพราะร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นคนละเรื่องกับเวทีปฏิรูป อีกทั้งผู้ใหญ่ในพรรคหรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่มีการส่งสัญญาณมาให้ตนถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามหากผู้ใหญ่ในพรรคต้องการให้ถอนร่าง ตนก็พร้อมจะถอน แต่ต้องให้ออกเป็นพ.ร.ก.นิรโทษกรรมแทน
ม็อบเคลื่อนร้องสถานทูต-ยูเอ็น5ส.ค.
เมื่อเวลา 20.50 น. ที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ แถลงว่า คณะเสนาธิการได้มีมติให้พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี แกนนำกองทัพประชาชนฯ เดินทางไปยื่นหนังสือถึงสถานทูตจีน สถานทูตอเมริกา สหประชาชาติ(ยูเอ็น) สหภาพยุโรปและสมาคมอาเซียน เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์การชุมนุม ส่วนการชุมนุมในคืนนี้จะวางมาตรการโดย 1.จัดการ์ดอาสาดูแลทรัพย์สิน โดยเฉพาะรถยนต์ของผู้ชุมนุม 2.จัดหน่วยลาดตระเวนไม่ให้มีใครมาก่อกวนผู้ชุมนุม
นายไทกร กล่าวว่า ส่วนความชัดเจนจะแถลงเวลา 10.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม ว่าจะเดินทางไปรูปแบบใด แต่จะไปโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ
แกนนำพท.ยันไม่ถอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.00 น.พรรคเพื่อไทยมีการประชุมแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อเพื่อประเมินถึงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง
จากนั้นเวลา 18.00 น. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกมาก่อน จึงจะเข้าร่วมหารือด้วยนั้น ที่ประชุมเห็นว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมไปแล้ว ไม่สามารถถอนออกมาได้ จึงให้เดินหน้าต่อไป
"อภิสิทธิ์"ย้อนทักษิณให้ไปดูกฎหมายล้างผิดในอดีต
ที่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า "วันนี้ตัวใหญ่โพสต์ทวิตเตอร์มาจากดูไบ บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์จ้องล้มล้างรัฐบาลเพราะอยากเป็นรัฐบาล ทั้งๆที่เราไม่เคยเรียกร้องให้เราไปเป็นรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลทุกครั้งไม่เคยเสพติดอำนาจ ผมพูดถึงการลงแดงไม่ได้ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ และการที่โพสต์ข้อความว่า ผมมีอภิสิทธิ์สมชื่อ เป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีเงินมากแต่มีความรู้น้อย จนถูกขี้ข้าหลอกกินสตางค์ เพราะชื่อผมนั้นรากศัพท์แปลว่าความสำเร็จ แต่หาก พ.ต.ท.ทักษิณอยากให้สมชื่อเดี๋ยวผมจะทำสำเร็จให้ดู"
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณไล่ตนไปดูกฎหมายนิรโทษกรรมก่อนหน้านี้ว่า ทำไมต้องคัดค้านกฎหมายนี้ ทั้งๆที่เป็นทางออกให้ประเทศ ซึ่งพวกตนพยายามหาทางออกให้ประเทศ โดยมีการตั้งคอป. ในครั้งแรกรัฐบาลสนับสนุน แต่พอรายงานดังกล่าวบอกว่ามีชายชุดดำ กลับฉีกรายงานทิ้ง และกฎหมายต่างๆที่เป็นประโยชน์พวกตนก็ยกมือให้ นอกจากนั้นก็ไม่เคยปลุกระดมให้มวลชนไปกดดันการทำงานของนายกฯ
"เราคัดค้านกฎหมายฉบับนี้เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหากย้อนดูกฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านมาส่วนใหญ่ เป็นการออกฎหมายของพวกปฏิวัติ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณเคยบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่วันนี้กลับจะมานิรโทษกรรม และการนิรโทษกรรมครั้งสำคัญในประเทศไทยคือ การนิรโทษกรรมคนที่เคยเข้าร่วมคอมมิวนิสต์เข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จึงอยากถามว่าวันนี้พวกคุณพร้อมถอดเสื้อแดงแล้วมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหรือไม่ และนิรโทษกรรมกรณีปราบปรามการต่อสู้ของประชาชน ซึ่งไม่เหมือนกรณีกฎหมายฉบับนี้ เพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ รัฐบาลก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมความผิดให้ทุกฝ่าย ซึ่งหลังจากนั้นสภาไม่อนุมัติกฎหมายดังกล่าว" นายอภิสิทธิ์กล่าวเเละว่า เพียงแต่มีการตีความว่ามีการนิรโทษกรรมก่อนที่กฎหมายจะถูกตีตก และที่แตกต่างกันคือคนที่ไปชุมนุมครั้งนั้นไปมือเปล่า ปราศจากอาวุธ ไม่มีคนบอกว่าเผาเลย ผมรับผิดชอบเอง ไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นให้ไปที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งในที่สุดแล้วศาลากลางก็ถูกเผา
"ผมอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไปศึกษากฎหมายนิรโทษกรรมทุกฉบับที่ผ่านแล้วช่วยตอบคำถามผมว่า 1.มีกฎหมายนิรโทษกรรมกี่ฉบับที่นิรโทษกรรมให้กับคนที่หมิ่นสถาบัน ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่กฎหมายที่จะเข้าสภาในวันที่ 7 ส.ค.นี้ล้างความผิดทั้งหมด 2.กฎหมายฉบับไหนล้างความผิดให้คนที่ฆ่าผู้อื่น หรือทำลายทรัพย์สินราชการและเอกชนโดยตั้งใจ 3.มีกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับไหนบ้างล้างผิดให้คนโกง คนทุจริต ไม่มีกฎหมายฉบับใดในโลกเหมือนฉบับนี้เพราะไม่มีใครเคยทำเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ"นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า
พวกตนให้เวลานายกฯ 2 วันในการทบทวนเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งระหว่างนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็จะจัดเวทีผ่าความจริง เป็นการทำหน้าที่ของพรรค ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเตรียมเจอการผ่าความจริงในสภาได้เลย
พระ"มจร"แนะวิธีสร้างปรองดองลดขัดแย้ง
ขณะที่พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส หัวหน้าโครงการปริญญาโทหลักสูตรสันติศึกษา และผอ.สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้โพสต์ข้อความเตือนสติในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Hansa Dhammahaso" ความว่า สังคมไทยปัจจุบันนี้ไม่ได้อับจนปัญญาในการแสวงหาเครื่องมือเพื่อสร้างความปรองดอง แต่ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยขณะนี้คือ (1) ท่าทีที่แสดงออกทางกาย วาจา และใจของคู่ขัดแย้งที่สะท้อนถึงความเกลียดชัง และการไม่ยอมลดลาวาศอก (2) เป็นไปได้ว่า คำว่า "ความไว้วางใจ" ไม่มีอยู่พจนานุกรมของคู่ขัดแย้ง หรือหากมีอยู่แต่คู่ขัดแย้งยังหาไม่พบ
"การเข้าสู่กระบวนการสร้างความปรองดอง หากไร้ซึ่งตัวแปรเบื้องต้นอย่างน้อยสองข้อนี้ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่คู่ขัดแย้งจะเริ่มต้นบ่มเพาะความปรองดองให้เกิดขึ้นในใจและสังคมไทย คำถามมีว่า (1) เราจะวางท่าทีต่อคู่ขัดแย้งอย่างไร? จึงไม่ทำให้ความขัดแย้งตั้งตัว ตื่นตัว และแตกตัวในที่สุด (2) กระบวนการในการสร้างความไว้วางใจควรเริ่มต้นตรงจุดไหน? และอย่างไร? การที่คู่ขัดแย้งตอบสองข้อนี้ได้ชัดเจน ย่อมทำให้กระบวนการสร้างความปรองดองมีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน หากคู่ขัดแย้งตอบไม่ได้ คู่ที่ไม่ขัดแย้งจะร่วมกันช่วยส่งสัญญาณอย่างไร? จึงจะทำให้สังคมไทยไม่พายเรือในอ่างของความขัดแย้งดังเช่นปัจจุบันนี้"หัวหน้าโครงการปริญญาโทหลักสูตรสันติศึกษา มจร กล่าว



