ข่าว

เฮือกสุดท้ายของ3สหายการเมือง(1)

เฮือกสุดท้ายของ3สหายการเมือง(1)

06 ส.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : เฮือกสุดท้ายของ 3 สหายการเมือง (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                          ตอนนี้ไวรัสพันธุ์ใหม่ พันธุ์ "กรรมไล่ล่า" ได้อุบัติขึ้นในหลายประเทศทั้งในทวีปเก่ายุโรปและทวีปผิวเหลืองเอเชีย ส่งผลให้รัฐบาลอำนาจนิยมและทุจริตคอร์รัปชั่นของ "3 สหาย" ที่ติดเชื้อไวรัสนี้ต้องกอดคอกันลงนรกการเมืองทั้งเป็น จากอนันตริยกรรมที่ก่อไว้กับแผ่นดินแม่ แม้จะพยายามดิ้นทุกวิถีทางรวมไปถึงการฉีดวัคซีนหมายเอาชนะไวรัสพันธุ์ใหม่นี้ให้ได้

                          อนันตริยกรรมที่ก่อไว้กับแผ่นดินแม่ของ "3 สหาย" หรือจะเรียกว่า "แฝด 3 ทางการเมือง" ที่ว่านี้มีทั้งการเหิมเกริมในอำนาจไม่ยอมฟังเสียงใคร มากด้วยการทุจริตฉ้อฉล ยักยอกหรือยักย้ายถ่ายเทหรือเล่นแร่แปรธาตุสมบัติของแผ่นดินไปเป็นสมบัติส่วนตัวและครอบครัว มีผลประโยชน์ทับซ้อน และสนับสนุนลัทธิเล่นพรรคเล่นพวกจนเฟื่องฟูไปทั่วแดนดิน บางคนอาจจะร้ายถึงขนาดสองมือเปื้อนเลือดของพี่น้องร่วมชาติก็มี

                          "3 สหาย" ที่กำลังติดเชื้อไวรัสพันธุกรรมไล่ล่านี้ "สหายหมายเลขหนึ่ง" เป็นอดีตนายกฯ ที่ต้องหนีคุกไปอยู่ที่ดูไบแต่ก็ยังมากด้วยฤทธานุภาพข้ามประเทศผ่านรัฐบาลน้องสาวตัวเอง จนบ้านเมืองวุ่นวายปั่นป่วนทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทันทีที่ติดเชื้อไวรัสพันธุ์นี้ผ่านคลิปขู่ฆ่าจากอัล-ไกดาซึ่งเกิดขึ้นไล่หลังคลิปถั่งเช่า ทำให้ต้องรีบบินจากเกาะไข่มุกฮ่องกงระหว่างร่วมงานกับบรรดาเหลือบแดงที่รุมตอมกันให้ควั่ก เผ่นหนีกลับไปกบดานเงียบที่รังหรูในดูไบ

                          "สหายหมายเลข 2" เป็นนายกฯ หน้าดำฮุน เซนแห่งกัมพูชา ซึ่งพลอยติดเชื้อไวรัส "กรรมไล่ล่า" อย่างคาดไม่ถึงทั้งๆ ที่เพิ่งประกาศอย่างอหังการว่าจะรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไว้ในมือต่ออีก 12 ปีก่อนจะผ่องถ่ายให้อำนาจให้แก่ 3 ลูกรัก สาเหตุที่ติดไวรัสนี้ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลพวงจากการกระชับความสัมพันธ์กับอดีตนายกฯ หนีคุกผ่านการแต่งงานของเครือญาติและคนสนิท อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะต้องกลายเป็นลูกกำพร้าตอนแก่ ขาดบุญบารมีของนายฮุน เนียง หรือออกญามหาภักดีอุบาสถโภคาธิบดี ผู้เป็นพ่อมาเกื้อหนุนดวงอีกแล้ว เหลือแต่บุญเก่าที่มีอยู่น้อยนิดพอประคองตัวไปพลางๆ 

                           "สหายคนที่ 3" ผู้เป็น "แฝดต่างฝา" ของ "สหายหมายเลขหนึ่ง" ก็คือนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีแดนมะกะโรนีที่เพิ่งติดเชื้อไวรัส "กรรมไล่ล่า" จากการที่ศาลฎีกายืนพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 4 ปีในข้อหาเลี่ยงภาษีด้วยวิธีแยบยลแบบเดียวกับที่สหายคนที่ 1 เคยทำกรณีขายหุ้นให้เทมาเส็กโดยไม่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐแม้แต่สตางค์แดงเดียว

 

 

----------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : เฮือกสุดท้ายของ 3 สหายการเมือง (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)