
'พท.'วอน'มาร์ค-สุเทพ'ร่วมปฏิรูปปท.
'พท.' วอน 'ปชป.' ร่วมโต๊ะเจรจาปฏิรูปปท. หวั่น 'นิรโทษ' ไม่ผ่านวาระสาม เหตุ 'สุเทพ' ระดมปชช.ค้าน ซัด 'ผู้กองปูเค็ม' ขู่เผาเพื่อไทย
4 ส.ค. 56 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ตั้งโต๊ะพูดคุยทุกฝ่ายเพื่อออกแบบปฏิรูปประเทศ แก้ปัญหาความขัดแย้ง ว่า เรื่องดังกล่าวถือว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ได้แสดงความจริงใจอย่างมาก โดยนำปัญหาของประเทศเป็นที่ตั้ง พร้อมกันนี้ยังได้แต่งตั้งนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเป็นตัวแทนเชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล แกนนำพันธมิตร แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้นำประเทศ รวมถึงนักวิชาการและตัวแทนทุกภาคส่วน ในการร่วมกันออกแบบเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งเมื่อวาน (3 ส.ค.) ที่ผ่านมา ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตอบรับ และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการตั้งโต๊ะพูดคุยทุกฝ่ายเพื่ออกแบบปฏิรูปประเทศอีกด้วย
"การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาระบุว่า การที่รัฐบาลดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการซื้อเวลา เป็นการเตะถ่วง ขอปฏิเสธว่านายกรัฐมนตรี ไม่ได้เตะถ่วง และซื้อเวลาแต่อย่างใด เพราะได้ยึดเอาปัญหาของประเทศเป็นที่ตั้ง แต่ในทางกลับกันนายอภิสิทธิ์ และสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเวทีทั้งในสภาและนอกสภา เพื่อเดินสายผ่าความจริง นำข้อมูลที่อ้างว่าเป็นความจริงไปบอกพี่น้องประชาชนนั้น มองว่านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ น่าจะนำข้อมูลเหล่านี้มาพูดคุยกันในโต๊ะพูดคุยเพื่อออกแบบปฏิรูปประเทศจะดีกว่า อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งกลายเป็นมรดกบาปของประเทศ ดังนั้น ขอเชิญให้ทุกฝ่ายร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไขประเทศ เอาปัญหาของประเทศและปัญหาของประชาชนเป็นหลัก ขอให้นับหนึ่งในการก้าวสู่ความปรองดองต่อไป"
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ออกจากการพิจารณาของสภาไปก่อนนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.จะมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีถอนร่างออกไปนั้น เชื่อว่าทำไม่ได้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นอำนาจสภา อย่าโยนบาปให้นายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีเคารพสิทธิของ ส.ส. อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะมีการสอดไส้นั้น ไม่เป็นความจริงแน่นอน เพราะฝ่ายค้านก็ร่วมพิจารณาด้วย ทั้งในชั้นของสภา และในชั้นของกรรมาธิการ ยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ ทำเพื่อประชาชนทุกสีเสื้อ ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แน่นอน
หวั่น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ผ่านวาระสาม
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีกรณีที่นายสุเทพ ได้ปราศรัยยั่วยุประชาชน โดยประกาศว่า จะล้มรัฐบาล หากรัฐบาลไม่หยุดการกระทำที่ลุแก่อำนาจ ว่า ตนได้ฟังการปราศรัย ของนายสุเทพ แล้วไม่สบายใจ เพราะนายสุเทพ ถือเป็นผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งยังเคยเป็นอดีตรองนายกฯ การกระทำเช่นนี้ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ซึ่งหากนายสุเทพ มองว่าในระบบรัฐสภา สู้ไม่ได้ และจะใช้วิธีนอกสภาล้มรัฐบาลนั้น ถือเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะตนได้รับข้อมูลเหล่านี้ และพบว่าในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม น่าจะผ่านวาระแรกและวาระสอง อย่างไม่น่าหนักใจ แต่ที่น่าหนักใจคือวาระสาม ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสุเทพ ปราศรัย ซึ่งถือเป็นการเล่นการเมืองทั้งในและนอกสภา เป็นการเทหมดหน้าตัก เรื่องนี้น่าเป็นห่วง เพราะหากนายสุเทพ เอามวลชนมาล้มรัฐบาลจริง เวลานั้นบ้านเมืองอาจเกิดความขัดแย้งถึงขั้นเป็นตายเท่ากันก็ได้ ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้นายสุเทพ ไม่ควรนำประเด็นพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเครื่องมือทางการเมือง ใช้เป็นข้ออ้างในการล้มรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการบิดเบือนความจริง เป็นการกระทำที่เผยธาตุแท้ ว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องการที่จะล้มรัฐบาลให้ได้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการปล่อยข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ว่า จะเกิดการปฏิวัตินั้น พรรคเพื่อไทยได้สอบถามไปยังรัฐบาลแล้ว พบว่าไม่เป็นความจริง เป็นการปล่อยเพื่อหวังผลทางการเมือง ดังนั้น จึงอยากให้คนที่ปล่อยข่าวนี้ ออกมาสำนึกผิดและรับผิดชอบต่อกับการกระทำของตนเอง เพราะเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติอีกแล้ว เนื่องจากการปฏิวัติครั้งที่ผ่านมา ตลอด 7 ปีประเทศก็ยังมีความขัดแย้งเช่นเดิม วันนี้ประชาชนมีบทเรียน และเห็นว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาของประเทศ ตนอยากให้คนที่ปล่อยข่าว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มที่มาชุมนุมหรือไม่นั้น กลับมาเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ อย่าเอาอคติและความไม่ชอบรัฐบาล มุ่งแต่เกมการเมือง จ้องเล่นงานรัฐบาลอย่างเดียว ขอให้ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
ซัด 'ผู้กองปูเค็ม' หยุดละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม อดีตนายทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ได้นำผู้ชุมนุมประมาณ 30 คน มาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยหยุดเดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อวาน (3 ส.ค.) ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดนั้น การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมาย เพราะมีการบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของอาคาร และขู่ว่าจะเผาพรรคเพื่อไทย การกระทำเหล่านี้เป็นการไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งตนไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก แต่ผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้ติดใจจะเอาเรื่อง เราพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่เราก็ไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตามขอเชิญชวนให้กลุ่มนี้เข้าร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล
จี้ 'อดีตทหาร-ตำรวจ-ขรก.' ประกาศตัวให้ชัดจะร่วมม็อบหรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ หรือการชุมนุมของกลุ่มแช่แข็งประเทศไทย 2 ได้ประกาศรายชื่อแกนนำ ซึ่ง ประกอบไปด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน ว่า ล่าสุด พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ออกมาปฏิเสธภายหลังมีรายชื่อเป็นแกนนำกลุ่มคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณนั้น ตนจึงขอเรียกร้องไปยังบุคคลผู้ที่มีรายชื่อเป็นแกนนำ ทั้งอดีตนายทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ให้ออกยืนยันให้ชัดเจนว่า จะร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณหรือไม่ หรือเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ ในการที่จะล้มล้างรัฐบาล เพราะขณะนี้ประชาชนเกิดความสับสน เนื่องจากหากการชุมนุมมีการดำเนินการที่ไม่อยู่ในกรอบของกฎหมาย และนำไปสู่การล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ตนก็พร้อมที่จะเดินหน้าตรวจสอบและฟ้องร้องกับบุคคลที่เป็นแกนนำในการชุมนุมต่อไป เพราะเราได้ข้อมูลว่าการปลุกระดมประชาชนทั่วประเทศนั้น เป็นการปลุกระดมที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ขอให้การชุมนุมในครั้งนี้อยู่ภายใต้กฎหมาย และระวังมือที่สามที่จะทำให้การชุมนุมไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงได้
เตรียมถก ส.ส. 6 ส.ค.นี้ก่อนพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
นายพร้อมพงศ์ แถลงว่า ในวันจันทร์ที่ 5 ส.ค.นี้ คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะมีการประชุม เพื่อหารือในเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของนายวรชัย เหมมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่สภาฯจะพิจารณาในวันที่ 7 - 8 ส.ค.นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกันในวันอังคารที่ 6 ส.ค. นี้ พรรคเพื่อไทย จะมีการประชุม เพื่อทำความเข้าใจ ส.ส.เช่นกัน พร้อมทั้งเพื่อกำหนดเส้นทางในการเดินทางไปประชุมสภาฯ ภายใต้สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ และภายใต้การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจก่อน
'พงศ์เทพ' เผยเตรียมเชิญ 'อุกฤษ' ร่วมหารือปฏิรูปการเมือง
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ที่จะมีการชุมนุมที่สวนลุมพินี ว่า ตนหวังว่าจะเป็นไปโดยความสงบเรียบร้อย อยู่ในกรอบของกฎหมาย ขอให้เห็นแก่บ้านเมือง และขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์การชุมนุมแต่อย่างใด เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบโดยตรง รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการบริหารบ้านเมือง
นายพงศ์เทพ กล่าวด้วยว่า ขณะอยู่ระหว่างการเดินสายประสานงานผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้มาร่วมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง และปฏิรูปการเมือง โดยในวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.) เวลา 11.00 น. ตนจะเดินทางเข้าพบและเชิญนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่บ้านพักซอยร่วมฤดี 3 เขตปทุมวัน ทั้งนี้ในการประสานเพื่อเชิญเข้าร่วมหารือในครั้งนี้มีคณะทำงานหลายฝ่ายที่ร่วมกันดำเนินการ อีกทั้งผู้ใหญ่บางท่านที่ไปเรียญเชิญอาจจะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์



