ข่าว

'เติ้ง'ตอบรับ'ปู'นั่งกก.ปฏิรูปการเมือง

'เติ้ง'ตอบรับ'ปู'นั่งกก.ปฏิรูปการเมือง

03 ส.ค. 2556

'รัฐบาล'ส่งเทียบเชิญ'บรรหาร'ร่วมกรรมการปฏิรูปการเมือง 'เติ้ง'แนะให้ลืมความขัดแย้ง' ด้าน'สดศรี'เผยหนุนสภาปฏิรูปการเมือง

                3 ส.ค.56 เมื่อเวลา 14.10 น. ตัวแทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประกอบด้วย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ  ได้เข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์ โดยมีนายสมศักดิ์ ปริศนันทกุล และนายนิกร จำนง แกนนำพรรค เข้าร่วมหารือด้วย จากนั้นเวลา 14.45 น. นายบรรหาร พร้อมคณะได้แถลงผลการหารือ โดยนายบรรหาร ระบุว่า การหารือในวันนี้เพราะเป็นไปตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เปิดเผยผ่านรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนในช่วงเช้าว่า ต้องการจะตั้งคณะกรรการปฏิรูปการเมือง โดยมีทุกกลุ่มทุกสีมาเปิดเวทีร่วมพูดคุย โดยตนยินดีที่จะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองอย่างที่นายกฯ ระบุ  ซึ่งเมื่อช่วงเช้า นายพงศ์เทพ และนายวราเทพ ได้โทรศัพท์มาขอพบ และถือเป็นโชคดี ที่วันนี้ตนเป็นเด็กดีไม่ได้ไปไหน  ส่วนแนวคิดการเปิดเวทีพูดคุย ตนไม่อยากพูดแทนรัฐบาล ขอให้เป็นหน้าที่รัฐบาล ส่วนจะสำเร็จหรือไม่อย่าเพิ่งประเมิน ขอให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุยรับฟังปัญหาเพื่อยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจะสำเร็จ หากทุกฝ่ายมีความพยายามทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล

                นายบรรหาร กล่าวต่อว่า การที่ฝ่ายค้านยื่นเงื่อนไขว่าจะร่วมเวทีพูดคุยแต่ต้องถอนร่าง พรบ.นิรโทษกรรมออกจาวาระการประชุมสภา ตนมองว่าเป็นคนละเรื่องขอให้แยกการพิจารณากฎหมายออกจากเวทีปฏิรูปการเมือง ซึ่งกฎหมายที่พิจารณาในสภาเชื่อว่าอีกนานกว่าจะสำเร็จ

                "อยากให้ฝ่ายค้าน รัฐบาลมาคุยกัน ปัญหาที่ขัดแย้งก็ขอให้ลืมๆกันไป อย่างสมัยก่อนที่ผมมีปัญหากับพรรคสหประชาธิปไตยมีความขัดแย้งผมก็ลืม มีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์ผมก็ลืม หากเราไม่ลืมก็จะมีปัญหา พอลืมแล้วก็จะสบายไม่ทุกข์ไม่ร้อน"นายบรรหาร กล่าว

                ขณะที่ นายวราเทพ กล่าวว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศ โดยเวทีนี้จะเชิญนักวิชาการกลุ่มสีที่ขัดแย้งมาพูดคุยกัน ส่วนที่ได้มาเชิญนายบรรหารก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้นายบรรหารเคยมีบทบาทเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย และทำให้เกิดความสำเร็จมาแล้ว เชื่อว่านายบรรหารมีประสบการณ์และทำให้เกิดความสำเร็จได้ จึงมาเชิญเป็นอันดับแรก

                นายวราเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนเงื่อนไขของฝ่ายค้าน ตนสนับสนุนแนวคิดของนายบรรหารที่เห็นว่าควรแยกออกจากกัน อย่างไรก็ตามการพิจารณานิรโทษกรรมในสภา คาดว่าจะทำให้สำเร็จจนออกมาเป็นกฎหมายต้องใช้เวลาหลายเดือน อย่างน้อยในชั้นกรรมาธิการก็อาจะใช้เวลา 2 - 3 เดือน จากนั้นก็ต้องพิจารณาในวุฒิสภาอีก  ซึ่งในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎร แก้ไขร่าง พรบ.นิรโทษกรรม และเวทีปฏิรูปการเมืองมีการรับฟังควบคู่กันไปอาจทำให้ได้ข้อเสนอแนะที่จะนำไปสู่การปรับปรุงร่างนิรโทษกรรมได้ เชื่อว่าหากในเวทีนี้ทุกฝ่ายเสนออะไรก็จะเข้าไปกำหนดร่าง พรบ.นิรโทษกรรมได้

 

               
 "สดศรี"เผยหนุนสภาปฏิรูปการเมือง

               
              นางสดศรี สัตยธรรม  กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสนอตั้งสภาปฏิรูปการเมืองว่า การพูดคุยเจรจากันถือเป็นแนวทางที่ดี เพื่อทุกฝ่ายจะได้ทราบถึงปัญหา ความต้องการ และหาข้อยุติ โดยการที่นายรัฐมนตรีเสนอแนวทางดังกล่าวนี้ อาจเพื่อต้องการทราบว่ารัฐบาลควรดำเนินการอย่างไรกับข้อเสนอที่ได้รับมา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนี้ เกิดมาจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน หากลองได้มีการพูดคุย น่าจะทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น ดีกว่าปล่อยให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวยิ่งจะทำให้สถานการณ์ตึงเครียด ซึ่งจะส่งผลกระทบในทุกๆด้าน อย่างไรก็ตาม การยื่นข้อเสนอในการเจรจานั้น แต่ละฝ่ายต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ ว่าจะยื่นเงื่อนไขใดแล้วหาจุดที่ได้ประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย หากอีกฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลถอดถอน พรบ.นิรโทษกรรมนั้น ก็ต้องคำนึงถึงนักโทษที่เป็นเหยื่อการเมืองว่าจะรับได้หรือไม่เพราะได้ถูกคุมขังมาเป็นเวลานาน

                

"นายกฯ"ไร้ภารกิจ ขณะที่ ตร.คุมเข้ม จัดระเบียบสื่อที่ติดตามบริเวณบ้านพัก


   
                ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีภารกิจใดๆ โดยพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ซอยโยธินพัฒนา 3 เขตวังทองหลาง ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ  และนายวราเทพ  เดินทางเข้าพบนายบรรหาร ที่บ้านพักถนนจรัญสนิทวงศ์ ในเวลา 14.00 น. เพื่อหารือหลังจากที่ได้ออกแถลงการณ์เชิญชวนทุกฝ่ายร่วมเวทีแก้ปัญหาความขัดแย้ง หาทางออกประเทศ

                สำหรับการรักษาความปลอดภัยที่บ้านพักของนายกฯนั้น พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น. 4 ได้จัดแผนการรปภ.บ้านนายกฯใหม่ โดยขอให้สื่อและรถข่าว ออกจากพื้นที่โดยรอบบ้านนายกฯ โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างการจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยใหม่ให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และได้กำหนดให้พื้นที่บริเวณรอบบ้านพักนายกรัฐมนตรีเป็นพื้นที่ควบคุม ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต โดยสื่อมวลชนที่มาติดตามความเคลื่อนไหวของนายกฯนั้น ต้องมีการลงชื่อและแสดงบัตรประจำตัวด้วย