
แนะยกเครื่องการพัฒนาและจัดการศึกษาท้องถิ่น
นักวิชาการชี้ยกเครื่องการพัฒนาและจัดการศึกษาท้องถิ่น เร่งสร้างเสริมความเข้าใจบูรณาการทุกภาคส่วน
3ส.ค.2556 รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม รองศาสตราจารย์ ระดับ 9 ประจำภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาชุมชน การพัฒนาชนบท และการปกครองท้องถิ่น กล่าวในประเด็นของการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาในแก่เด็ก เยาวชน ตลอดจนคนในท้องถิ่น และการจัดการศึกษาโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของประชาชน เพราะท้องถิ่นมีความเป็นอิสระและมีความเข้าใจพื้นที่ สามารถจัดการศึกษาในระดับพื้นฐานได้ ซึ่งด้วยบริบทดังกล่าวที่ผ่านมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยสามารถตอบโจทย์ของการจัดการศึกษาได้อย่างน่าสนใจและมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
รศ.ดร.โกวิทย์ กล่าวต่อว่า การศึกษาถือเป็นขุมกำลังทางปัญญา เป็นคลังสมองให้กับท้องถิ่นได้ และสถาบันการศึกษาก็คือคลังสมองของท้องถิ่น ฉะนั้น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการจัดการศึกษาท้องถิ่นให้ดีขึ้นในอนาคตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ท้องถิ่นจึงเร่งเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาและจัดการ ต้องมีการปรับเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ โดยเน้นส่งเสริมไปที่การวิจัย ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ต้องพยายามจัดการศึกษา โดยพยายามเชื่อมโยงหน่วยงานตนเองเข้าไปกับระบบวิถีชีวิตของความเป็นท้องถิ่น เข้าใจความต้องการของท้องถิ่นและชุมชนอย่างแท้จริง เพื่อเตรียมการจัดการศึกษาให้สามารถรองรับกับการเปลี่ยนแปลงก้าวให้ทันภายในและภายนอกท้องถิ่น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่นที่ท้องถิ่นไม่ควรมองข้ามก็คือ ความเข้าใจต่อบทบาทหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับหน่วยงานจัดการศึกษาภาครัฐ ส่วนกลางที่ไม่ได้เดินไปอย่างสอดคล้องกัน ควรมีการสร้างความเข้าใจระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับกระทรวงศึกษาธิการ ถึงเป้าหมายของการจัดการศึกษาที่ต่างก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกันคือพัฒนาศักยภาพของคน ควรพิจารณาต่อกันอย่างมีความเข้าใจ
ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยความร่วมมือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ จึงได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมการจัดการศึกษาขึ้นอย่างเป็นประจำในทุกๆ ปี โดยในปี 2556 นี้ ถือเป็นการจัดงานขึ้นเป็นครั้งที่ 7 แล้ว ซึ่งมีเทศบาลนครปากเกร็ดเป็นเจ้าภาพหลักของการจัดงานในครั้งนี้
งานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ครั้งที่ 7 ประจำปี 2556 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2- 4 สิงหาคม 2556 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Q-plus เลิศล้ำนำอาเซียน” โดยคอนเซ็ปต์ Q-plus พัฒนามาจาก 8-Quotient หรือเชาวน์ปัญญา ความฉลาด ความเก่ง 8 ด้าน นอกเหนือจากไอคิวและอีคิวที่คุ้นเคย จุดเด่นอันนี้จะบ่งชี้ว่าเด็กแต่ละคนมีความสามารถต่างกันอย่างไร ซึ่งหากพ่อแม่และครูค้นพบก็จะช่วยส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างรวดเร็วขึ้น ประกอบไปด้วย AQ หรือ Adversity Quotient เป็นศักยภาพที่บุคคลสามารถเผชิญกับปัญหา CQ หรือ Creative Quotient ความฉลาดในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ HQ หรือ Health Quotient เป็นเชาว์สุขภาพ คือความสามารถทางการจัดการและการบริหารสุขภาพ MQ หรือ Moral Quotient คือ ระดับจริยธรรมศีลธรรมบุคคล PQ หรือ Play Quotient หมายถึง ความฉลาดที่เกิดจากการเล่น และ SQ หรือ Social Quotient คือ ความสามารถในการเข้าสังคม มีมนุษยสัมพันธ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส การตรงต่อเวลาและมารยาททางสังคม
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงความสามารถพิเศษ เพื่อส่งเสริมการแสดงออกทางด้านวัฒนธรรม และการประกวดแข่งขันความรู้ความสามารถของเด็กนักเรียนในด้านต่างๆ จากทั่วทุกภาคของประเทศ กิจกรรมฐานเวิร์คช็อป “Q plus Capital Land” อาณาจักรแห่งความเป็นเลิศทั้ง 8Q นิทรรศการทางวิชาการสำหรับแสดงศักยภาพและผลงานดีเด่นด้านการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ จากผลงานของบุคลากรส่วนท้องถิ่น เด็กนักเรียน นักศึกษาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมถึงนิทรรศการทางวิชาการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนิทรรศการทางวิชาการ
รศ.ดร.โกวิทย์ ได้ให้ความเห็นปิดท้ายว่างานด้านการศึกษาที่สามารถตอบโจทย์ของการพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่นในประเทศไทย คือ เป็นการแสดงถึงศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการศึกษา แนวทางการการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถพิสูจน์ความเป็นท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการจัดการศึกษาได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาคน และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ
ด้าน นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด ได้พูดถึงแนวคิดในการจัดงานครั้งนี้ว่า ต้องการเสริมศักยภาพในการเรียนของเด็ก เพื่อยกระดับไอคิวให้แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนซึ่งท้องถิ่นดูแลอยู่ โดยเริ่มตั้งแต่เด็กก่อนวัยเรียนเป็นอันดับแรก เพื่อให้สอดคล้องกับงานวิจัยหลายชิ้นที่ว่า สมองของเด็กจะพัฒนาถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในช่วงก่อนอายุ 8 ขวบ ดังนั้นการเรียนรู้จะสามารถทำได้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้
และไม่เพียงการยกระดับในเรื่องของไอคิวเท่านั้นที่ตนให้ความสำคัญ เพราะสิ่งที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จและก้าวสู่ความเป็นเลิศในอาเซียนนั้นยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย ซึ่งนั่นเป็นที่มาของงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่นภายใต้แนวคิด “Q-plus เลิศล้ำนำอาเซียน” โดยเป็นการเปิดโอกาสการเรียนรู้เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งเด็กและเยาวชนไทยได้ปรับตัว เตรียมความพร้อมรองรับต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และพัฒนาศักยภาพความฉลาดเฉลียว ก่อนประเทศก้าวเข้าสู่การเปิดประชาคมอาเซียนที่กำลังจะมาถึง
โดยการจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้ในการดำเนินชีวิตผ่านความฉลาด 8 ด้าน ควบคู่กับการเรียนรู้จากตำราเรียน ให้เด็กไทยพร้อมรับและสามารถขจัดปัญหาจนประสบความสำเร็จ สามารถก้าวไกลไปสู่สังคมประชาคมอาเซียน รวมไปถึงเป็นประชากรคุณภาพในส่วนอื่นๆ ในโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ในการพัฒนาการศึกษาท้องถิ่นไทย นั่นคือการพัฒนา “คน” ในฐานะของการเริ่มต้น”



