
กทม.ตรวจผับชื่อดัง พบผิดกฏหมายอื้อ
ประธานที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมกำลังบุกผับ-เธค ชื่อดังย่านเอกมัย พบทำผิดกฏหมาย ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.ป้องกันอัคคีภัย เตรียมชกเรื่องให้ตำรวจท้องเชือด
เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 2 ส.ค.2556 นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษา ผู้ว่าฯกทม. และนายสัจจะ คนตรง ผอ.เขตวัฒนา ได้นำเจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครอง ฝ่ายโยธาฯ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเทศกิจ จำนวน 30 นาย เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงเซฟเฮ้าส์ และร้านนั่งเล่น บริเวณปากซอยเอกมัย 7 ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.ป้องกันอัคคีภัย โดยร้านแรกเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบภายในร้านเซฟเฮ้าส์ ปรากฏว่า ทางร้านเตรียมเปิดให้บริการตามปกติ แต่ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบใบอนุญาตเปิดสถานบริการ ทางหนีไฟ และถังดับเพลิงในร้าน ปรากฏว่า ทางร้านไม่มีใบอนุญาต จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำาการตรวจสอบร้านนั่งเล่น ซึ่งอยู่บริเวณปากซอย ก็พบว่ามีนักเที่ยวหลายร้อยคน กำลังดื่มกินและเต้นอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ปิดเพลง และเปิดไฟ ก่อนเข้าตรวจสอบใบอนุญาตเปิดสถานบริการและทางหนีไฟในร้าน เบื้องต้นพบว่า ใบอนุญาตหมดอายุตั้งแต่ปี 55 ส่วนทางหนีไฟก็คับแคบ และมีสิ่งของวางขวางทาง
นายวัลลภ เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเข้ามาตรวจสอบสถานบันเทิงทั้ง 2 แห่ง ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.ป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในร้านเซฟเฮ้าส์ พบสิ่งผิดกฎหมายหลายอย่าง เช่น ไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ ส่วนประวัตินั้น เดิมทีผู้ครอบครองขออนุญาตปลูกบ้านพักอาศัย แต่หลังจากนั้นได้มีการขาย และมีการดัดแปลงให้เป็นสถานบันเทิง อย่างไรก็ตาม ทางผอ.สำนักงานเขตวัฒนา ได้ออกหนังสือห้ามใช้อาคารดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแล้ว แต่จนถึงวันนี้ก็ยังมีการเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งจากนี้จะให้ทางสำนักงานเขต ทำการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ครอบครองต่อไป นอกจากนี้ยังพบว่า อาคารมีการต่อเติมไม่ถูกต้อง ทางหนีไฟไม่สมบูรณ์ ถังดับเพลิงไม่เพียงพอ อีกด้วย
นายวัลลภ กล่าวอีกว่า ส่วนร้านนั่งเล่นนั้น จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนอย่างมาก ทางหนีไฟก็ไม่เป็นไปตามพ.ร.บ.ป้องกันอัคคีภัย ซึ่งที่พบคับแคบมาก มีสิ่งของวางขวางทางอยู่ตลอดทาง และไม่น่าจะเพียงพอกับผู้มาใช้บริการ อีกทั้งใบอนุญาตก็ขาดกาารต่ออายุมาตั้งแต่ปี 55 ซึ่งจากนี้จะทำการตรวจสอบตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารว่า ถูกต้องหรือไม่อย่างไร ส่วนที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ กทม. ก็จะทำหนังสือประสานไปยัง สน.ท้องที่ ให้ดำเนินการต่อไป



