ข่าว

ประชาธิปัตย์'สู้หมดหน้าตัก'

ประชาธิปัตย์'สู้หมดหน้าตัก'

03 ส.ค. 2556

ประชาธิปัตย์'สู้หมดหน้าตัก' : ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน

              การเมืองในห้วงเวลานี้ เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เมื่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 7 สิงหาคม รับเปิดสมัยประชุมสภา เท่ากับเป็นการ "เรียกแขก" ฝั่งตรงข้ามให้ออกมาต้านกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาธิปัตย์

              ในช่วงปิดสมัยประชุมพรรคเดินสายเวที "ผ่าความจริง" ตระเวนไปในหลายจังหวัด เพื่อเติมหัวเชื้อให้แก่ประชาชน โดยปราศรัยโจมตีการบริหารงานของรัฐบาล การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือที่พลพรรคเสื้อสีฟ้า เรียกว่า "กฎหมายล้างผิดคนโกง" และเชื่อว่าเพื่อการช่วยเหลือ “นายใหญ่” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้ได้กลับบ้านอย่างเท่ๆ

              แน่นอนว่า พรรคประชาธิปัตย์ อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องใส่เกียร์เดินหน้าเต็มที่ เพื่อต่อต้านกฎหมายฉบับดังกล่าว ทั้งในสภาและนอกสภา

              การต่อสู้ในเวทีสภา ประชาธิปัตย์วางเกมลากยาวในทั้ง 3 วาระ แม้พรรครู้ดีว่า ไม่มีทางที่จะสู้เสียงข้างมากในสภาได้ แต่หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านไปได้อย่างง่ายๆ โดยจะระดมขุนพลผีปากดีนำทัพ ส.ส.ลุกขึ้นอภิปรายเนื้อหาในร่างกฎหมายอย่างละเอียดชนิดถึงพริกถึงขิง ชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียของกฎหมาย รวมถึงการใช้"ความเขี้ยว" ในเกมสภา โดยจะใช้วิธีการทุกรูปแบบ แม้ว่าจะเกิดความวุ่นวายในที่ประชุมเหมือนเช่นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ที่มีเหตุขว้างแฟ้ม ลากเก้าอี้ประธานรัฐสภา ก็ตาม และเมื่อเข้าสู่วาระ 2 ก็อย่าหวังว่าจะผ่านไปแบบง่ายๆ เพราะตั้งธงไว้แล้วว่า จะมีการแปรญัตติทุกมาตรา ทุกตัวอักษร เพื่อยื้อเวลาให้มากที่สุด

              ในขณะที่เวทีด้านนอกสภา พรรคก็ได้เริ่มโหมโรง "เปิดเวทีผ่าความจริง" ปูพรมในต่างจังหวัดแล้ว ล่าสุดทางพรรคได้ก็เริ่มใช้กลยุทธ์ “บุกกรุง” เปิดเวทีผ่าความจริงในจุดใหญ่ๆ ของเมืองหลวง ภายใต้ชื่อ "หยุดกฎหมายล้างผิด คิดล้มรัฐธรรมนูญ หยุดเงินกู้ผลาญชาติ หยุดอำนาจฉ้อฉล" ปราศรัยโน้มน้าวคนกรุงที่เห็นต่าง โดยเฉพาะคนชั้นกลางที่จะชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของ "ระบอบทักษิณ" ที่ยังคงไม่หายไปจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 แต่ยังคงฝังลึกในทุกองคาพยพ ที่สำคัญคือ แนวทางการ "ปลุก" ประชาชนให้ลุกขึ้นต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมในทุกรูปแบบ

              จะเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกเวทีในเมืองกรุงที่ปราศรัยเข้มข้น ดุดัน แบบแตกหัก ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ที่ภาพของเขาเป็นคนที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา แก้ไขปัญหาโดยในเวทีสภา แต่ ณ วันนี้กลับมีท่าทีแข็งกร้าว แตกต่างจากบทบาทที่ผ่านมา โดย "เดอะมาร์ค" บอกว่า "เมื่อกฎหมายนิรโทษกรรมเข้า เราจำเป็นต้องระดมกำลังประชาชนทุกคนให้มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เพื่อต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง การเคลื่อนไหวต่อต้านบนความพยายามที่จะรักษาไม่ให้ระบบสภานั้นถูกฉ้อฉล โดยคนผู้มีอำนาจ"

              เฉกเช่นเดียวกับคีย์แมนคนสำคัญในพรรค อย่าง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ส.ส.สุราษฎร์ธานี ประกาศจุดยืนว่า พลันที่เสียงนกหวีดจากประชาชนดังขึ้น นั่นคือสัญญาณบอกให้เดินออกจากสภามาร่วมกับประชาชน ผสมโรงกับแกนนำคนอื่นที่ปราศรัยเชิญชวนประชาชนให้ออกมาต่อต้าน เช่นกันกับ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" ส.ส.ตรัง ที่ประกาศเรียกแขกว่า “นัดหมายให้พี่น้องผู้รักความเป็นธรรม รักความจริง พี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดจัดกระเป๋าเข้าเมืองมาได้แล้ว ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ยัง "ไฟเขียว" ให้ ส.ส.ของพรรคไปร่วมกับมวลชนทุกกลุ่มที่รวมตัวต่อต้านกฎหมายล้างผิดคนโกง

              ยิ่งใกล้วันที่ 7 สิงหาคม พรรคก็ยิ่งเพิ่มความถี่และกระชับพื้นที่เปิดเวที "ผ่าความจริง" แทบทุกวันในจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆ ของพื้นที่เมืองหลวง หวังปลุกกระแส "บิลด์อารมณ์" คนกรุงให้ถึงขีดสุด ทิ้งทวน 3 วันสุดท้ายอย่างเข้มข้นดุเดือด โดยวางโปรแกรมติดๆ คือ วันที่ 3 สิงหาคม ที่ตลาดปัฐวิกรณ์, วันที่ 4 สิงหาคม ที่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ และวันสุดท้าย 6 สิงหาคม จัดที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเป็นวันสุกดิบก่อนที่ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจะถูกชำแหละในเวทีสภา นอกจากนี้พรรคยังใช้เครือข่ายโลกออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ซึ่งก็เป็นอีกกลยุทธ์ในการปลุกระดมประชาชน “ไม่เอากฎหมายล้างผิดคนโกง”

              การเปิดหน้า เปิดเกมชน นอกสภา ด้วยการ "ปลุกม็อบ" เล่นการเมืองข้างถนน เช่นนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์รู้อยู่ "เต็มอก" ว่า การต่อสู้ในรัฐสภาไม่มีทาง "ชนะ" อย่างแน่นอน จึงตอกย้ำทุกเวทีที่จะสู้นอกสภา โดยมีเป้าหมายว่า ประชาชนที่ "ไม่เอารัฐบาลปู เกลียดระบอบทักษิณ" จะลุกขึ้นมาร่วมคัดค้านกฎหมายล้างผิด

              ชัยชนะที่พรรคประชาธิปัตย์วางไว้คือ ประชาชนลุกฮือออกมาเต็มท้องถนนจนรัฐบาลต้องยอมถอนร่างกฎหมายร้อนนั้นออกไปจากสภา

              แต่หากไม่ได้เป็นไปตามที่คาด กฎหมายนิรโทษกรรมเดินหน้าจนผ่านวาระ 3 ไปได้ พรรคก็ยังมี "ไพ่ใบสุดท้าย" คือ การหันไปพึ่งองค์กรอิสระอย่าง "ศาลรัฐธรรมนูญ" จัดการกับกฎหมายฉบับนี้ ให้ "แท้ง" ด้วยการขอให้วินิจฉัยว่า กฎหมายฉบับนี้ “ขัดรัฐธรรมนูญ” ...หรือไม่?

              บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่ ยึดมั่นในระบบรัฐสภา เปิดแนวรบ รุก ต้าน เดินหน้าเต็มสูบทั้งในและนอกสภา เป็นการ "เดิมพัน" ครั้งสำคัญทางการเมืองของพรรค ส่งสัญญาณถึงขั้วตรงข้ามว่า การศึกครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ "เทหมดหน้าตัก" !!


-----------------------------------------------

(หมายเหตุ : ประชาธิปัตย์'สู้หมดหน้าตัก' : ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน)