
'ม็อบรวมดาว'เน้นจรยุทธ์สู้-หวังพึ่งตัวช่วย
ปอกเปลือก'ม็อบรวมดาว'เน้นจรยุทธ์สู้-หวังพึ่งตัวช่วย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ในที่สุด พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ยังไม่เคลื่อนไหวการชุมนุมในช่วงเวลานี้ เพราะแกนนำ ผู้ปราศรัย พิธีกร ศิลปิน และประชาชนถูกกลั่นแกล้งโดยยัดเยียดข้อหาร้ายแรงอันเป็นเท็จ และมีผู้ต้องหาถึง 96 คน และเป็นข้อจำกัดจนไม่สามารถทำให้การชุมนุมมีประสิทธิภาพ หรือประสบความสำเร็จในสถานการณ์ปัจจุบัน
ขณะที่ กองทัพธรรม สันติอโศก ที่เคยเป็นกำลังหลักของ "ม็อบ เสธ.อ้าย" ภาคแรก ได้ตัดสินใจขออยู่ในที่ตั้ง และอยู่ในความสงบ
ฉะนั้น การชุมนุมมวลชน 4 สิงหาคม 2556 จึงเป็นภาระหน้าที่ของ "คณะเสนาธิการร่วม กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" ที่เปิดตัวไปแล้ว
กล่าวอย่างถึงที่สุด "กองทัพประชาชนฯ" ก็คือ "องค์การพิทักษ์สยาม" แปลงร่างนั่นเอง
"คณะเสนาธิการร่วม กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" เปิดตัวเมื่อ 20 กรกฎาคม 2556 ที่สนามม้านางเลิ้ง ซึ่งการเปิดตัวแกนนำวันนั้น "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ถอยมาอยู่หลังฉาก และมอบให้เพื่อนรักร่วมรุ่น ตท.1 พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ขึ้นมาอยู่หัวแถว
เมื่อตรวจดูแนวรบฝ่ายต้านระบอบทักษิณ ในระดับแกนนำองค์กร ยังไม่เป็นเอกภาพ แต่มวลชนกลับมีความคึกคัก หลังจากเกิด "ปรากฏการณ์หน้ากากขาว" ด้วยเหตุนี้แหละคณะเสนาธิการร่วม จึงหวังในพลังหน้ากากขาวอย่างยิ่ง
แต่ภายในขบวนการหน้ากากขาว ก็เกิดความแตกต่างในทางยุทธวิธี ฝ่ายหนึ่งยึดแนวทาง "ไม่มีแกนนำ แต่มีการนำ" แต่อีกฝ่ายต้องการมี "แกนนำ"
หน้ากากขาวฝ่ายที่ต้องการแกนนำ จึงเข้าร่วมกับคณะเสนาธิการร่วมอย่างเต็มตัว และเปิดหน้าสู้เต็มที่มีอยู่ 2 กลุ่ม
หนุมานอาสา ปฏิรูปประเทศไทย โค่นระบอบทักษิณ
พวกเขาเคยเป็นการ์ดพันธมิตร และอาสามาทำโรงครัวให้แก่ผู้ชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ซึ่งตอนหลังได้รวมตัวเป็นกลุ่มหน้ากากหนุมาน และเคลื่อนไหวร่วมกับ "ผู้กองปูเค็ม" ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล จัดกิจกรรม 'สลายสีเสื้อ' ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
สมาพันธ์หน้ากากขาว V for vendetta แห่งประเทศไทย
กลุ่มนี้นำโดย "วิหคเรดิโอ" เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา อดีตเลขาธิการกลุ่มทหารเสือพระราชา แต่ก็ถูกโจมตีในเฟซบุ๊กว่าเขาเป็นคนของ ปชป. เข้ามาช่วงชิงการนำหน้ากากขาว
วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2556 หลังจากเสร็จสิ้นการชุมนุมที่เซ็นทรัลเวิลด์ "เทอดศักดิ์" ได้ออกแถลงการณ์ว่า...
"ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าขั้นสุกงอมอย่างเต็มที่ จึงขอประกาศสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคณะเสนาธิการร่วมในการชุมนุมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ในการขับไล่ระบอบทักษิณ วันที่ 4 สิงหาคม 2556"
ขณะที่กลุ่มการนำ หน้ากากขาว V For Thailand ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมาว่าจะส่งไม้ต่อให้คณะเสนาธิการ แต่ได้มีการโพสต์ข้อความเพียงว่า
"การเข้าร่วมกับกลุ่มใดๆ V For Thailand จะแจ้งให้พี่น้องชาว V ทุกท่านทราบในฐานะผู้ประสานงานช่วยประชาสัมพันธ์ และสนับสนุนแนวคิดนั้นๆ ต่อพี่น้อง V ทุกคนและขอย้ำอีกครั้งว่าเราชาว V ไม่มีแกนนำที่จะตัดสินใจให้ใคร เข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมกับกลุ่มใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น หากแม้เราจะไปชุมนุม ก็จะไปในฐานะผู้ชุมนุมเยี่ยงทุกคน ดังนั้นสิ่งที่ VFT จะกระทำในตอนนี้ คือการประชาสัมพันธ์ ประสานงานกับทุกกลุ่มโดยจะยึดมั่นในหลักการของ V แต่ทั้งนี้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับพี่น้องชาว V ทุกคน"
ถอดความได้ว่า V For Thailand ยังยึดมั่นในหลักการ "ไม่มีแกนนำ แต่มีการนำ" ฉะนั้น การตัดสินใจจะร่วมการชุมนุมกับคณะเสนาธิการร่วมหรือไม่? ก็เป็นดุลพินิจของแต่ละคน ไม่มีการออกแถลงการณ์ "ส่งไม้" แต่อย่างใด
ส่วน กลุ่มธรรมาธิปไตย (กองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) ที่ปักหลักพักค้าง รอคอยการนัดหมายชุมนุมใหญ่ จู่ๆ เย็นวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 แกนนำสูงสุดก็มีคำสั่งให้อดีตสหายเก็บข้าวเก็บของขึ้นรถกลับภูมิลำเนาแบบกะทันหัน
อะไรเป็นสาเหตุหลักในการถอยทัพครั้งนี้ แกนนำในพื้นที่ทุ่งพระเมรุไม่มีใครทราบแน่ชัด เพราะ "แกนนำสูงสูด" สองคนที่อยู่โคราช กับสุขุมวิท สั่งการมาอีกทอดหนึ่ง
นัยว่ามีการประเมินสถานการณ์การชุมนุม 4 สิงหาคม จะเกิดเหตุแทรกซ้อนที่รุนแรง อดีตสหายไม่อยากตกเป็น "เหยื่อ" ของสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอกลับคืนสู่ที่ตั้งเป็นการชั่วคราว
แม้จะเคยผ่านสมรภูมิสงครามประชาชนมาแล้ว แต่ "นักรบดาวแดง" ที่มาในเครื่องแบบธรรมาธิปไตย เพื่อชาติและราชบัลลังก์ ยึดมั่นในแนวทางสันติ ไม่นิยม "ลัทธิเสี่ยงภัย"
ตรงกันข้าม สันนิบาตประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย นำโดย "สหายช่วง" ธงชัย สุวรรณวิหค (อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ฯ เขตงาน 5 จังหวัดภาคใต้) และ เอียด เส้งเอียด (อดีตจอมโจร) ในฐานะประธานชมรมกองทุนรักษาป่าเทือกเขาบรรทัด ได้นัดแถลงข่าวที่โรงแรมหรูกลางกรุง
1.สนับสนุนการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2556
2.เปิดตัว "กองกำลังอาสาพิทักษ์ประชาชน"
3.นำเสนอแนวทางการปฏิวัติประชาชนโดยสันติ และแนวทาง 9 ปฏิวัติ เพื่อความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ดังนั้น หากการชุมนุมของประชาชนในวันอาทิตย์นี้ ต้องเกิดบาดเจ็บล้มตาย "เอียด เส้งเอียด" จะนำกองกำลังอาสาพิทักษ์ประชาชน เข้าช่วยเหลือโดยทันที
สำหรับกลุ่มไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ก็เห็นด้วยกับคณะเสนาธิการร่วม โดย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ได้เปิดเวทีให้ตัวแทนม็อบสนามม้า มาเผยแพร่แนวคิดแนวทางการต่อสู้ผ่านช่อง 13 สยามไท และพร้อมถ่ายทอดสดในวันชุมนุมใหญ่
จวบจนถึงปัจจุบัน คณะเสนาธิการร่วม ยังอำพรางแผนการชุมนุม โดยไม่บอกว่าจะจัดการชุมนุมที่ไหน โดยมีการแจ้งแก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมว่า
"4 สิงหาคม ให้เข้ามา กทม.ก่อน 12.00 น. และรอฟังประกาศจุดนัดชุมนุม เตรียมอุปกรณ์พักค้าง-อุปกรณ์กันฝน และ 5 สิงหาคม ให้ตัวแทนแต่ละจังหวัดทำหนังสือถือสถานทูต-กงสุล ในจังหวัดแจ้งวัตถุประสงค์การชุมนุมอย่างสันติ สงบ ตามกรอบรัฐธรรมนูญ"
ที่สำคัญ คณะเสนาธิการร่วม ได้แจ้งมวลชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อใหม่ นอกจากทางเฟซบุ๊ก เพจคณะเสนาธิการร่วม-กองทัพประชาชนฯ แล้ว สามารถเอสเอ็มเอสข่าวสารการเคลื่อนไหว-สถานที่นัดหมาย-กิจกรรมอีกด้วย
ดูเหมือนว่าคณะเสนาธิการร่วม จะมั่นอกมั่นใจการชุมนุม 4 สิงหาคม 2556 จะเป็นการชุมนุมที่มิใช่เพียงการชุมนุม เหมือนที่ผ่านๆ มา มิใช่แค่วาทกรรม แต่มันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม
ลึกๆ แนวคิดคณะเสนาธิการทั้ง "หน้าม่าน" และ "หลังม่าน" ยังยึดกุมทฤษฎี "มวลชนนำหน้า รถถังตามหลัง" เพราะโอลด์เติร์กสนามม้า เชื่อว่า "ยังเติร์ก 2013" เกิดขึ้นแล้วในกองทัพไทย
การชุมนุมครั้งนี้ จึงดำเนินไปในกลยุทธ์ลับ ลวง พราง และเน้นการเคลื่อนไหวแบบจรยุทธ์ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามสับสน และสังคมเต็มไปด้วยข่าวลือ
-----------------------------------------------
(หมายเหตุ : ปอกเปลือก'ม็อบรวมดาว' เน้นจรยุทธ์สู้-หวังพึ่งตัวช่วย)



