ข่าว

ชวนดู "โขน"สานศิลป์ไทยให้ยั่งยืน

ชวนดู "โขน"สานศิลป์ไทยให้ยั่งยืน

12 มิ.ย. 2552

"เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครดูโขนกันเลย ...ไม่เป็นไรใครไม่ดูแม่ดูเอง" จากถ้อยพระราชดำรัสระหว่างสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงแสดงความห่วงใยต่อ "การแสดงโขน"

อันเป็นศิลปวัฒนธรรมทรงคุณค่าประจำชาติ ที่นับวันก็ยิ่งเริ่มซบเซาและเสื่อมถอยลง โดยเฉพาะเรื่องการจัดสร้างเครื่องแต่งกายและศิลปะการแต่งหน้าสำหรับการแสดงนาฏกรรมแบบประเพณี

 ด้วยพระราชหฤทัยแน่วแน่ที่ว่า ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชาติจะสามารถบ่งบอกถึงความเจริญของคนในชาตินั้นๆ จึงเป็นที่มาของการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อพ.ศ. 2550 เพื่อสืบสานฝีมือเชิงช่าง ทั้งช่างทำหัวโขน ช่างปักสะดึงกรึงไหม และช่างเงินช่างทอง รวมทั้งศิลปะการแต่งหน้า โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือระดับสูงด้านต่างๆ จากทั่วประเทศ

 ดังนั้นเมื่อเครื่องแต่งกายได้จัดสร้างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงได้จัดงานแถลงข่าว "การแสดงโขน ชุด พรหมมาศ" และโชว์ตัวอย่างการแสดงโขนช่วง "อินทรชิตชุบศรพรหมมาศ" พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พร้อมกับเปิดตัว หนังสือเกี่ยวกับโขนจำนวน 3 เล่ม ได้แก่ หน้าโขน จดหมายเหตุการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร และวิวัฒนาการเครื่องแต่งกายโขน-ละคร ขึ้นเมื่อวันก่อน

 ภายในงาน ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เล่าว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสฝากขอบใจไปยังผู้เรียนนาฏศิลป์ด้วย เพราะคนเหล่านี้ช่วยเป็นผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ต่อไป จึงอยากให้ทุกคนภูมิใจในตัวเอง อย่าไปคิดว่าเป็นอาชีพของคนเต้นกินรำกิน เพราะมิเช่นนั้นประเทศชาติก็จะไม่เหลือศิลปะอีกต่อไป

 สำหรับการแสดงโขน ชุด พรหมมาศ จะจัดทั้งหมด 5 รอบ ตั้งแต่ในวันศุกร์ที่ 19-21 มิถุนายน 2552 โดยจะแบ่งเป็นการแสดงบรรเลงโดยวงปี่พาทย์ และบรรเลงโดยวงโยธวาทิต ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 200, 400, 600 และ 800 บาท ส่วนนิสิตนักศึกษาราคา 100 บาทเท่านั้น

 "อุปกรณ์ต่างๆ มีครบแล้ว นักแสดงมีแล้ว เหลือแต่ท่านผู้ชมเท่านั้นว่าจะให้ความสำคัญแค่ไหน ถ้าไม่มีผู้ชมให้กำลังใจ ศิลปะก็ไร้ความหมาย" ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย