
'ปราโมทย์'พัฒนารับเมืองศก.
'ปราโมทย์ ศรีสมโภชน์'พัฒนารับเมืองศก.-ศูนย์กลางการศึกษา : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
ปราโมทย์ ศรีสมโภชน์ นายกเทศมนตรีตำบลขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในพื้นที่จัดได้ว่าเป็นเมืองที่กำลังเจริญเติบโต และพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่นาน โดยจัดแบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนเศรษฐกิจ ที่กำลังพัฒนารองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นทั้งเมืองเศรษฐกิจและศูนย์กลางการศึกษาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะที่อีกโซนหนึ่งเป็นภาคการเกษตร
นโยบายหลักในการทำงานคือ การเข้ามาดูแลประชาชนให้มีความสุข ความเป็นอยู่ที่ดี ตลอดจนการสร้างคน โดยเริ่มตั้งแต่เด็ก ด้วยการเป็นผู้ริเริ่มสร้างโรงเรียนอนุบาลในตำบล โดยมีจุดประสงค์เพื่อดูแลเด็กๆ ลดภาระของผู้ปกครอง ไม่ต้องนำบุตรหลานไปเรียนในตัวเมืองที่มีความแออัดและการจราจรที่ติดขัด
ที่สำคัญตอนนี้เทศบาลตำบลขุนทะเลกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา เนื่องจากเริ่มที่จะพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจ โดยเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และละแวกใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี หรือ ม.อ. ที่แม้ว่าตัวอาคาร ม.อ.ตั้งอยู่ในเขต ต.มะขามเตี้ย แต่หอพักต่างๆ จำนวนมากอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลขุนทะเล อีกทั้งเป็นศูนย์กลางของส่วนราชการหลายแห่ง แต่ในส่วนของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนน น้ำประปา ยังไม่ดีเท่าที่ควร ไม่สามารถรองรับการขยายตัวของเมืองได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องพัฒนาเร่งด่วนคือ เรื่องของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับความต้องการของประชาชนให้ทั่วถึง
นายกปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้จะต้องพยายามให้มีผังเมือง หากกฎหมายผังเมืองออกมาชัดเจนและสมบูรณ์แบบ เพื่อจะพัฒนาเทศบาลตำบลขุนทะเล โดยเฉพาะโซนเศรษฐกิจให้ดูสวยงาม ไม่ให้เกิดปัญหาหากเมืองมีการขยายตัว สามารถควบคุมได้ง่ายและไม่เกิดปัญหาตามมา ที่สำคัญที่สุดการทำงานทุกอย่างให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกอย่าง เช่น การทำงานแผนพัฒนา โดยเอาความคิดเห็นของชาวบ้านทั้ง 10 หมู่บ้านมาบรรจุเป็นแผนและเดินไปด้วยกัน
สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการคือ เรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จะต้องทำให้เทศบาลตำบลขุนทะเลพัฒนาไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ด้วยความที่เป็นเมืองเศรษฐกิจและการศึกษา ทำให้มีประชากรแฝงเข้ามามากกว่าปกติถึง 2 เท่าตัว โดยประชากรในเขตเทศบาลตำบลขุนทะเลมี 1 หมื่นกว่าคน แต่ประชากรแฝงถึง 2 หมื่นกว่าคน รวมเป็น 3 หมื่นกว่าคน ที่เทศบาลตำบลขุนทะเลจะต้องดูแลทั้งเรื่องระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ตลอดจนความเป็นอยู่ทุกอย่าง
ด้วยความที่มีประชากรแฝงถึง 2 เท่า ทำให้มีความเป็นห่วงในเรื่องของปัญหาสังคมอยู่บ้าง โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่อาจจะตามมาได้ จึงต้องมีมาตรการป้องกันและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดที่สุด โดยตอนนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ช่วยกันสกัดกั้นสิ่งที่ไม่ดีให้ออกจากเทศบาลตำบลขุนทะเลให้ได้ ทำอย่างไรก็ได้ให้อยู่อย่างสงบสุขและยั่งยืน
นายปราโมทย์ ยังสะท้อนด้วยว่า ก่อนหน้านี้เป็นผู้ใหญ่บ้านมา 15 ปี ก่อนที่จะรับตำแหน่งเป็น นายก อบต.และว่างเว้นไป 1 สมัย ก่อนที่จะมารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลขุนทะเลครั้งนี้ สภาพของระบบสาธารณูปโภคบางอย่าง โดยเฉพาะถนน น้ำประปา ที่จะต้องพัฒนาให้เป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด ให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ถูกพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจให้ได้และต้องทำให้ดีที่สุด
เดิมเทศบาลตำบลขุนทะเลเป็น อบต.ขุนทะเลมาก่อน มีพื้นที่ทั้งหมด 82 ตารางกิโลเมตร จากนั้นมีประชากรเพิ่มขึ้น และมีขยายจนได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลขุนทะเลปี 2551 ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเมือง จ.สุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย 10 หมู่บ้านด้วยกัน
โดยที่บางโซนกำลังจะพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจ เนื่องจากมีอาคาร กิจการหอพักเกิดขึ้นจำนวนมาก ดังนั้นทางเทศบาลตำบลขุนทะเลจึงมีแผนสำรวจพื้นที่ แบ่งโซน ควบคุมอาคารให้ชัดเจน โดยใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยพื้นที่ หมู่ 1 หมู่ 9 และ หมู่ 7 จำนวน 3 หมู่บ้าน มีการควบคุมอาคารเต็มพื้นที่ เพราะเป็นเมืองเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว หมู่ 3 หมู่ 4 หมู่ 5 ควบคุมบางส่วน หมู่ 2 ติดพื้นที่บึงขุนทะเล ซึ่งบางส่วนติดในพื้นที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีมีผังเมืองเดิมควบคุมอยู่แล้ว มีเทศบัญญัติห้ามก่อสร้างอาคาร บ้าน ในเขตพื้นที่ควบคุม ที่เหลือเป็นพื้นที่ภาคการเกษตร ไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
นายกเทศมนตรีตำบลขุนทะเล กล่าวทิ้งท้ายว่า จะเร่งพัฒนาความเป็นอยู่ให้ชาวบ้านได้รับความสุขให้มากที่สุดและยั่งยืน ที่สำคัญเทศบาลตำบลขุนทะเลเป็นบ้านเกิดที่เห็นมาตั้งแต่เล็ก จะต้องได้รับการพัฒนาได้ทัดเทียมกับที่อื่นให้ได้ โดยยึดทัศนคติในการทำงานคือ "ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประชาชน ไม่ฟุ้งเฟ้อ พัฒนาไปแล้วให้ยั่งยืน"
.........................................
('ปราโมทย์ ศรีสมโภชน์'พัฒนารับเมืองศก.-ศูนย์กลางการศึกษา : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น )



