
คลังเดินแผนแก้ปัญหาสกัดทวงหนี้นอกระบบ
ทวงหนี้นอกระบบอาละวาด คลังเดินแผนแก้ปัญหาสกัดจากต้นทาง : ณัฏฐ์ชิตา เกิดแดง ... รายงาน
นอกจากปัญหาหนี้ครัวเรือนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ตัวเลขล่าสุดระบุว่า หนี้ครัวเรือนของไทยมีอัตราการเร่งตัวเพิ่มขึ้นเป็น 80% ต่อจีดีพี จากระดับ 77% ในปี 2555 และ 70% ในปี 2554 หรือเป็นเม็ดเงินกว่า 8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่รวบรวมมาจากสถาบันการเงินทุกประเภท ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจสหกรณ์ออมทรัพย์ บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ แต่ยังไม่รวมหนี้นอกระบบที่ไม่สามารถประเมินหรือรวบรวมได้ เพราะเป็นการปล่อยกู้ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมีการคิดดอกเบี้ยสูง มีการติดตามทวงหนี้ทั้งข่มขู่ ทำร้ายร่างกายดังที่ปรากฏเป็นข่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่าปัญหาหนี้นอกระบบเริ่มกลับมาและทวีความรุนแรงอีกครั้ง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น และภาระหนี้สินของประชาชนสูงขึ้น ส่งผลไปถึงความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบจึงต้องหันไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ
อีสานแก๊งทวงหนี้ผุดมากสุด
ล่าสุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานแนวทางการกวดขันบุคคลปล่อยเงินกู้นอกระบบที่เข้าข่ายผิดกฎหมายให้ ครม.รับทราบ โดยระบุว่ากระทรวงมหาดไทยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มบุคคลที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ จากการทวงหนี้ด้วยวิธีการข่มขู่หรือใช้กำลังหมายจะเอาชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งปัญหาที่รุนแรงขึ้น เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว จึงอาจทำให้ประชาชนมีปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเป็นหนี้นอกระบบมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
ทั้งนี้ จากการสืบสวนในทางลับเบื้องต้นพบว่า มีบุคคลที่รับจ้างทวงหนี้มีพฤติกรรมข่มขู่ ปัจจุบันมีกระจายใน 68 จังหวัด มีจำนวนผู้ที่เข้าข่ายทั้งสิ้น 825 ราย แบ่งเป็นภาคเหนือ 16 จังหวัด 140 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด 306 ราย ภาคกลาง 13 จังหวัด 125 ราย ภาคตะวันออก 7 จังหวัด 195 ราย ภาคใต้ 12 จังหวัด 59 ราย ส่วนที่เหลืออีก 9 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานครยังไม่ได้รับรายงาน
อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องตื่นตัวแจ้งปัญหาจากการทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม เช่น หากโดนข่มขู่ ใช้กำลัง หรือคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ต้องแจ้งเข้ามา เพื่อให้ภาครัฐช่วยแก้ปัญหา รวมทั้งจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการทวงหนี้ด้วยความรุนแรง หรือมีเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์อำนวยความเป็นธรรมได้ 24 ชั่วโมง หรือโทร.0-2356-9561
นอกจากช่องทางดังกล่าวแล้วในส่วนของกระทรวงการคลังก็มีศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ โดยกลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ ที่ขึ้นตรงกับสำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน กระทรวงการคลัง สามารถร้องเรียนได้หลายช่องทาง ทั้งโทรศัพท์ 1359 และมาร้องเรียนด้วยตัวเอง หรือทางอีเมล
ครึ่งปีร้องเรียน108ราย-โขกดบ.60%
เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน มีผู้ส่งเรื่องร้องเรียนการเป็นหนี้นอกระบบแล้วถูกข่มขู่ทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงมาก เข้ามาทั้งสิ้น 108 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 56 ล้านบาท โดยกลุ่มนี้มีการจัดส่งเอกสารเข้ามาขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ และทางศูนย์ได้ส่งเรื่องต่อไปให้สถาบันการเงินของรัฐคือ ธนาคารออมสิน และธนาคารอื่นๆ เพื่อให้ช่วยพิจารณาช่วยเหลือในการโอนหนี้นอกระบบดังกล่าวข้ามาอยู่ในระบบครบถ้วนทุกราย แต่การพิจารณาแบงก์ก็ต้องคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้คืนด้วย
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการให้ข้อมูลอีกว่า ในช่วงนี้มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือมากขึ้น จากช่วงต้นปีเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 10 กว่าราย โดยมีทั้งขอคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือ ซึ่งศูนย์ก็จะให้คำแนะนำเบื้องต้นไปก่อน อย่างรายที่ถูกข่มขู่ทวงหนี้ ก็แนะนำให้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ก่อน ส่วนรายที่ขอคำปรึกษาอยากจ่ายหนี้คืนให้เจ้าหน้าที่นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยแพงก็จะให้จัดส่งเอกสารต่างๆ เข้ามาเพื่อทางศูนย์จะส่งต่อไปให้แบงก์รัฐเพื่อให้ไปดำเนินการต่อ
สำหรับกรณีที่แจ้งเข้ามามีทั้งรายที่ถูกเจ้าหนี้นอกระบบคิดดอกเบี้ยสูงถึง 60% ต่อเดือน โดยคนทวงหนี้มาเก็บดอกเบี้ยทุกวัน ขณะที่เงินต้นไม่ได้ลดลง โดยเฉลี่ยมีหนี้ประมาณ 5 แสนบาท แต่ที่ขอคำปรึกษาเข้ามามีรายหนึ่งเป็นหนี้นอกระบบสูงถึง 23 ล้านบาท จากการสอบถามได้ความว่ากู้ยืมจากเจ้าหนี้หลายราย และยังเป็นหนี้แบงก์ด้วย แม้ว่าจะทำธุรกิจแต่ก็หมุนเงินมาจ่ายหนี้ไม่ทันจึงโดนตามทวงหนี้และข่มขู่และกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย
ส่วนกรณีแปลกๆ ก็มีบางรายไปกู้ แต่ได้รับมาเป็นทองและต้องจ่ายหนี้คืนทุกวันบวกดอกเบี้ยแพงมาก ทำให้มูลหนี้สูงเกินกว่าราคาทองที่รับไปมาก นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหนี้โทรเข้ามาขอคำปรึกษาด้วย ซึ่งบางรายระบุว่าปล่อยกู้ไปแต่ลูกหนี้ไม่ใช้คืนทำให้เดือดร้อน เพราะต้องไปเอาเงินมาจากที่อื่นมาปล่อยกู้เป็นหนี้ลูกโซ่ต่อๆ กันไปไม่จบสิ้น
"โต้ง"ไฟเขียวแผนแก้หนี้ยั่งยืน
สำหรับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบนั้น เคยดำเนินการมาแล้วในสมัยที่นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ช่วยดูแล โดยกระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยเรื่องขึ้นทะเบียนคนจน และแยกในส่วนที่เป็นปัญหาหนี้สินมาให้กระทรวงการคลังดูแลผ่านศูนย์อำนวยการ ซึ่งได้แก้ปัญหาไปแล้วระดับหนึ่งกว่า 5 ล้านราย เป็นหนี้นอกระบบ 2 แสนราย หรือคิดเป็นมูลหนี้ 12,000 ล้านบาทและได้รับการแก้ไขแล้วประมาณ 1 แสนรายหรือคิดเป็นมูลหนี้ 6,000 ล้านบาท
แต่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุว่า นโยบายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของพรรคประชาธิปัตย์ก่อนหน้านี้ไม่เกิดประโยชน์ที่แท้จริงต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากไม่มีเจ้าหนี้และลูกหนี้มาขึ้นทะเบียนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมากอย่างที่คิด และลูกหนี้ที่ขึ้นทะเบียนก็นำเงินไปชำระหนี้ส่วนอื่นมากกว่าการนำไปชำระหนี้นอกระบบ จึงมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จัดทำแผนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน
ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า นายกิตติรัตน์ได้เห็นชอบในหลักการแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืนแล้ว โดยแนวทางดังกล่าวจะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่เน้นสาเหตุของปัญหา คือ การพัฒนาศักยภาพในการหารายได้ให้เพียงพอกับรายจ่าย การบริหารจัดการด้านการเงินของตนเองให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในทางการเงิน มากกว่าการเข้าไปรับโอนหนี้จากนอกระบบเข้ามาอยู่ระบบอย่างที่เคยดำเนินการมา
รวมทั้งให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบผ่านองค์กรการเงินชุมชนที่เข้มแข็งและมีศักยภาพควบคู่ไปกับการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และกระทรวงการคลังจะจัดตั้งหน่วยงานให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในระดับพื้นที่เป็นการเฉพาะ เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุดและคำนึงถึงบริบทของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกัน
เลือกองค์กรชุมชนนำร่องต้นแบบ
สำหรับในระยะต่อไป กระทรวงการคลังจะดำเนินการประสานกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคัดเลือกกองทุนสวัสดิการชุมชนหรือองค์กรการเงินชุมชนที่มีศักยภาพและเข้มแข็งและมีความประสงค์จะเป็นส่วนหนึ่งของการให้ความช่วยเหลือประชาชนในชุมชน เพื่อจัดทำโครงการนำร่องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่ต่างๆ หากประสบผลสำเร็จก็จะใช้เป็นต้นแบบสำหรับชุมชนอื่นต่อไป รวมทั้งให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดตั้งจุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบให้ครบทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะกำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นภารกิจหนึ่งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
นอกจากนี้ จะให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณาให้มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่สามารถให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนในระดับฐานรากให้มากขึ้น และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายการดำเนินการไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลเพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีหน่วยงานแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในระดับพื้นที่เป็นการเฉพาะ กระทรวงการคลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำจังหวัด (คนจ.) โดยมีคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด (คบจ.) เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดำเนินการในต่างจังหวัด และสรรพากรภาค 1 ภาค 2 และ 3 เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดำเนินการในกรุงเทพฯ และมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมเป็นคณะกรรมการประกอบด้วยกระทรวงมหาดไทย สำนักงานอัยการ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ คนจ.จะมีหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะเป็นตัวกลางในการเจรจาประนอมหนี้ระหว่างเจ้าหนี้นอกระบบและลูกหนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายรวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในการหารายได้ของลูกหนี้ ส่วนในระยะยาวควรมีการพัฒนากฎหมายเพื่อส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงบริการทางการเงินแก่ประชาชน โดยจะต้องเป็นธรรมกับทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ในด้านอัตราดอกเบี้ยและการคุ้มครองความปลอดภัยของลูกหนี้ ซึ่งสศค.อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
-----------------------------
(ทวงหนี้นอกระบบอาละวาด คลังเดินแผนแก้ปัญหาสกัดจากต้นทาง : ณัฏฐ์ชิตา เกิดแดง ... รายงาน)



