
'เผา-บึ้ม'ป่วนปัตตานี5จุดผู้ว่าฯจี้ปรับแผน
โจรใต้เผาป่วนปัตานี รวม 4 จุดเสียหายยับ ผู้ว่าเข้าตรวจสอบ ยันเป็นระเบิดเพลิงแบบตั้งเวลา สั่งปรับแผนพร้อมวอนปชช.ช่วยเป้นหูเป็นตา ลอบบึ้มชุด รปภ.ครูเจ็บอีก 1 ราย
เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 2 ส.ค. พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี รับรายงานจาก สภ.โคกโพธิ์ว่า เกิดเหตุคนร้ายก่อกวนเผาหลายจุดในพื้นที่ โดยคนร้ายลอบเผาที่ร้านมินิมาร์ท ไดมาร์ท ริมถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลตำบลโคกโพธิ์เยื้องที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว 3 คูหา เสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ ไฟยังได้ไหม้ลามห้องข้างเคียงเสียหายอีก 2 ห้อง ซึ่งเป็นร้านมินิมาร์ทที่เคยถูกลอบวางเพลิง ,และถูกลอบวางระเบิดมาแล้ว
ห่างไปอีกประมาณ 700 เมตร คนร้ายลอบเผาบ้านพักที่อยู่อาศัยของประชาชน เป็นตึก 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม หน้าโรงเรียนจิปิภพวิทยา อ.โคกโพธิ์ ม.7 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ ไฟเผาผลาญเสียหายจำนวน 10 คูหา ตั้งแต่บ้านเลขที่ 174/7-147/ 16 ประกอบด้วย ร้านพงษ์ภัทรสปอร์ต ร้านจำหน่ายเครื่องกีฬา และอุปกรณ์กีฬา ร้านโลโก้โคกโพธิ์ รวมทั้ง รถจักรยานยนต์ รถยนต์ของเจ้าของบ้าน และอุปกรณ์การทำงานทั้งเครื่องจักร รวมทั้งสินค้า เสื้อผ้าเสียหายหมด
นอกจากนั้น ไฟได้ลวกเจ้าของบ้าน ซึ่งพักอาศัยนอนอยู่ในบ้าน ขณะที่วิ่งหนีออกจากบ้านบาดเจ็บ 3 รายคือนายทศ นางเสาวดี และ น.ส.เบญญาภา พรหมนิมิต อายุ 15 ปี ลูกสาว ทั้งหมดถูกพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์
จุดที่ 3 คนร้ายลอบเผาที่บริษัทพิธานพาณิชย์ จำกัด สาขาอำเภอโคกโพธิ์ เลขที่ 94/1-3 ม.1 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายรถจักรยานยนต์ เสียหายเกิอบทั้งหมดจำนวน 2 คูหา และรถจักรยานยนต์ที่ตั้งขายถูกไหม้หมดกว่า 60 คัน พร้อมโต๊ะ อุปกรณ์ เอกสารต่างๆ ค่าเสียหายกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนั้น มีผู้บาดเจ็บ ถูกไฟลวก อีก 1 คน ทราบชื่อว่านายภิญโญ ช่วยมาก อายุ 60ปี ซึ่งทำหน้าที่ รปภ. ร้านดังกล่าว
ขุดที่ 4 อำเภอหนองจิก ได้มีคนร้ายลอบวางเพลิง เครื่องจักรรถบดทำถนน บริษัท อี แอนด์ ซี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป้นบริษัททำถนนสาย ปัตตานี-สงขลา ซึ่งจอดอยู่หน้าหน้าสถานีอนามัยทุ่งนเรนทร์ บนถนนสาย 42 สายปัตตานี-หาดใหญ่ หมู่ที่ 5 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับความเสียหายทั้งคัน เชื่อว่าเป้นการกระทำของกลุ่มคนร้ายในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์พร้อมกันใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
สำหรับพฤติกรรมคนร้ายพบว่า ทำระเบิดเพลิงชนิดตั้งเวลา โดยตั้งเวลา และน้ำมันเบนซิน บรรจุในกระป๋องน้ำอัดลม มาผูกมัดติดกัน และตั้งเวลาระเบิด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงอยู่
กระทั่งหลังเกิดเหตุ นายประมุข ลมุล ผวจ.จังหวัดปัตตานี ได้เดินทางตรวจที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเครื่องจักรทำถนน บริษัท อี แอนด์ ซี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่จอดอยู่หน้าหน้าสถานีอนามัยทุ่งนเรนทร์ บนถนนสาย 42 สายปัตตานี-หาดใหญ่ หมู่ที่ 5 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับความเสียหายทั้งคัน และได้เดินทางไปตรวจทีเกิดเหตุที่อำเภอโคกโพธิ์ด้วย
นายประมุข เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคนร้ายจำนวนหลายคนก่อเหตุนำระเบิดเพลิงตั้งเวลาพร้อมกันเพื่อให้เกิดความเสียหาย การช่วยเหลือเบื้องต้นให้ทางอำเภอตั้งเต็นท์รับแจ้งความเสียหายของประชาชนเพื่อเตรียมการให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และได้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้เล็กน้อยขณะนอนพักอยู่ในบ้านจำนวน 4 ราย ขณะนี้นอนรักาาตัวที่โรงพยาบาลโคกโพธิ์ ส่วนมาตราการณ์หลังจากนั้นคงต้องปรับแผน พร้อมฝากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
ช่วงสายวันเดียวกัน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน นำระเบิดแสวงเครื่องขุดวางไว้ที่บริเวณกองทราย ข้างที่พักของเจ้าหน้าที่ ภายในโรงเรียนวังกะพ้อเพียรอนุสรณ์ ต.กะรูบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ริมถนนระหว่าง กะรูบี-อ.กะพ้อ จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหาร ชุดร้อย ร.15332 ฉก.ปัตตานี 25 จำนวน 8 คน ซึ่งเป็นชุด รปภ.ครู เสร็จจากภารกิจเข้าไปพัก แต่ขณะกำลังจะเข้าที่พัก ตนร้ายได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1ราย คือ พลทหารธันวา ดำ พลวัน อายุ 24 ปี ถูกสเก็ดระเบิดบริเวณแขนซ้าย บาดเจ็บไม่สาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลกะพ้อ
จากนั้น พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จว.ปัตตานี . พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.กะพ้อ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และตำรวจพิสูจน์หลักฐานรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดและสเก็ดระเบิดเป็นชิ้นส่วนกล่องเหล็ก ถ่านไฟฉาย โทรศัพท์มือถือ และ สเก็ดระเบิดกระจัดกระจายไปทั่ว ตรวจสอบพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก.บรรจุในกล่องเหล็ก และจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์มือถือของแต่ละเลขหมาย เพื่อจะได้ติดตามเรียกมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โรงเรียนจำนวน 4 โรง ที่อยู่ใกล้กันต้องปิดโดยปริยาย เนื่องจากครูและนักเรียนไม่มั่นใจในความปลอดภัย โดยให้มาเรียนตามปกติในวันจันทร์ศกนี้
คนร้ายป่วนซุกระเบิดเพลิงเผาร้านชำเทพา2จุดสะบ้าย้อย1จุด
เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 2 สิงหาคม 56 พ.ต.อ ประวิทย์ ช่อเส้ง ผกก.สภ.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีคนร้ายวางระเบิดเพลิงซุกไว้ภายในร้านขายของชำริมถนนสายสะบ้าย้อย-ลำไพล เลขที่ 79/1 หมู่ที่ 3 อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา จนเกิดระเบิดเผาไหม้ร้านขายของชำพังเสียหาย จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองสะบ้าย้อยไปที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบบ้านชั้นเดียวเปิดเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปเพลิงกำลังลุกไหม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ทำการฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบว่าภายในร้านมีสินค้าที่วางขายจำนวนมากถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมดแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนค่าเสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ
สอบสวนนายชาย วุฒิพรเดชา เจ้าของร้านทราบว่าก่อนร้านจะปิดได้มีคนร้ายนำระเบิดเพลิงมาวางซุกไว้ปะปนกับสินค้าแต่ไม่ทราบว่าคนร้ายนำมาวางไว้ตอนไหน หลังปิดร้านก็ได้เข้านอนพักผ่อนตามปกติจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 03.00น.ก็ได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นและมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วตนเองและคนในบ้านตกใจพากันวิ่งหนีตายออกจากร้านมาแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบก.จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุเกิดระเบิดเพลิงขึ้นอีก 2 จุดเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั้งสองจุด อยู่ในพื้นที่ของสภ.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา จึงได้นำกำลังพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองเทพา ไปตรวจสอบ จุดแรกบริเวณตลาดนิคมเทพา เป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป พบเพลิงกำลังลุกไหม้สินค้าเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านจึงระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามติดห้องข้างเคียงใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบสินค้าถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด จุดที่2 เป็นร้านค้าขายเฟอร์เจอร์เช่นกันบริเวณริมถนนสี่แยก ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา มีสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ที่วางขายถูกไฟเผาไหม้เสียหายทั้งหมดเช่นกันแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งสามจุด
สำหรับการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ในช่วงก่อนสิ้นสุดเดือนรอมฎอน โดยคนร้ายฉวยโอกาสก่อนร้านค้าจะปิดได้แอบนำระเบิดเพลิงไปซุกเอาไว้ก่อน พร้อมกับใช้นาฬิการะบบดิจิตอลตั้งเวลาทำงานเอาไว้ 03.00 น.พร้อมกันทั้งสามจุด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางหน่วยข่าวความมั่นคงได้เคยแจ้งเตือนว่ามีกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จะลงมือก่อเหตุวางเพลิงเผาโรงเรียนและสถานที่ราชการ อีกทั้งยังมีเป้าหมายที่จะทำร้ายครูและพระสงฆ์ในพื้นที่เพื่อแสดงศักยาภาพให้เจ้าหน้าที่เห็น และเป็นแนวทางสำหรับใช้ในการต่อรองกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้ประกอบการจี้รัฐเร่งเยียวยา คนร้ายเผาโรงงานยางยะลา
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการจ.ยะลา ให้ข้อมูลว่า การก่อเหตุ 5 จุดที่จ.ยะลา โดยเฉพาะโรงงานยาง ที่ได้รับความเสียหายประมาณ 80-100 ล้านบาทว่า สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการคือ การเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ประกอบการโดยเร็ว เนื่องจากข้อมูลความเสียหายมีความชัดเจน จากปริมาณสต็อกยางที่มีอยู่ ซึ่งจะต่างกับกรณีที่เกิดเหตุกับบ้านเรือนที่จะต้องมีกระบวนการประเมินความเสียหายที่ต้องใช้เวลา
"การเยียวยาถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเอกชน จากความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เอกชนมีความเชื่อมั่นต่อมาตรการของรัฐที่จะดูแลผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ เพราะหากรัฐบาลไม่รีบดำเนินการจะทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นได้ ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ก็หานักลงทุนรายใหม่หรือนักลงทุนจากต่างพื้นที่เข้ามายากมาก แม้ว่าการก่อเหตุครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจในเขตเมืองก็ตาม"
สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้ของคนร้าย แหล่งข่าว กล่าวว่า ได้รับการแจ้งเตือนมาจากฝ่ายความมั่นคงว่า คนร้ายเตรียมก่อเหตุในช่วงระหว่างวันที่ 1-8 สิงหาคม ซึ่งต่างไปจากเดิมที่ๆคนร้ายมักจะก่อเหตุหลังจากเดือนรอมฎอน ทำให้ผู้ประกอบการเองก็เฝ้าระวังมากขึ้น แต่เป็นการเฝ้าระวังในพื้นที่เมืองที่เป็นเขตเศรษฐกิจ แต่คนร้ายกลับไปก่อเหตุในพื้นที่รอบนอกแทน
โฆษกทหารสั่งตรึงกำลังเข้มรับมือสิ้นสุดเอี๊ยะติกัฟ
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นในห้วงนี้นับเป็นปรากฎการณ์ที่เป็นไปตามแผนการของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนอย่างมีระบบนับตั้งแต่การเดินหน้าเข้าสู่เดือนรอมฎอน โดยเฉพาะในช่วง 10 วันสุดท้ายของรอมฎอนคือตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม เป็นต้นมา เนื่องจากหากวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่จะพบว่าในช่วง 20 วันของเดือนรอมฎอนเหตุการณ์ความไม่สงบมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยยะเมื่อเทียบกับปีผ่านมามาพบว่าลดลงถึง 30-40 เปอร์เซ็น
ขณะเดียวกันในช่วงที่สถานการณ์คล้ายจะดีนั้นกลับพบพฤติกรรมผิดปกติบางอย่างในพื้นที่ โดยเฉพาะความพยายามในการลอบทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิเพื่อโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่ พร้อมกับมีการปลุกระดมให้ชาวบ้านต่อต้านและขับไล่เจ้าหน้าที่ให้ออกจากฐานที่มั่น ซึ่งรูปแบบต่างๆสอดรับกันอย่างลงตัว กระทั่งทันทีที่เข้าสู่ช่วง 10 วันสุดท้ายซึ่งเป็นความเชื่อที่มีการปลูกฝังกันอย่างผิดๆต่อกันมาว่าหากก่อเหตุในช่วงนี้จะทำให้ได้บุญเพิ่มกว่าปกติหลายเท่า จึงมีผลทำให้ในช่วง 10 วันนี้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องและเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจนกว่าจะสิ้นสุดเดือนรอมฎอน
"การก่อเหตุของคนร้ายมีการประสานงานและขับเคลื่นอการทำงานอย่างมีระบบสอดคล้องกันในทุกๆประเด็น โดยเฉพาะในช่วงวันแรกของช่วง 10 วันสุดท้าย หรือเอี๊ยะติกาฟเริ่มต้นวันที่ 31 กรกฎาคม คนร้ายได้เริ่มปฎิบัติการระเบิดวันเดียว 6 ครั้งเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 เจ็บ 9 ส่วนวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ระเบิด 6 ครั้ง เสียชีวิต 2 เจ็บ 11 และวันที่ 2 สิงหาคม คนร้ายลอบเผา 13 จุดในพื้นที่พร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีการลอบวางระเบิดอีกหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์เหตุการณ์จะรุนแรงต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดเดือนรอมฎอน" พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคได้เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมมีการบูรณาการความร่วมมือกองกำลังทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครองกระจายกำลังดูแลความปลอดภัยพื้นที่อย่างเคร่งครัด



