ข่าว

ศึกทวงคืนเก้าอี้นายกอบจ.สุราษฎร์

ศึกทวงคืนเก้าอี้นายกอบจ.สุราษฎร์

05 ส.ค. 2556

'ปชป.' ดัน 'ทนงศักดิ์' ชน 'มนตรี' ศึกทวงคืนเก้าอี้นายก อบจ.สุราษฎร์ : นายหัวไทร ... รายงาน

 

                               ศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.สุราษฎร์ธานีเริ่มขึ้นแล้ว เมื่อ "มนตรี เพชรขุ้ม" ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อบ่ายของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ อบจ.สุราษฎร์ธานี กำหนดให้เปิดสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม และลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 15 กันยายน 

                               แน่นอนว่าสนามเลือกตั้งนี้เป็นศึกใหญ่ที่จะฟาดฟันกันระหว่างสายพรรคประชาธิปัตย์ กับ มนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ.ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปอย่างแน่นอนและคราวนี้ประชาธิปัตย์จัดหนัก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" กระโดดลงมาเล่นเอง ทำนอง "แพ้ไม่ได้" เพราะคราวก่อนเคยพ่ายแพ้ในบ้านให้ "มนตรี เพชรขุ้ม" เสียหน้ามาแล้ว

                               ข่าวก่อนหน้านั้น ประชาธิปัตย์ต้องการส่ง "ธานี เทือกสุบรรณ" น้องชายของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ซึ่งเป็น ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ลงเลือกตั้งแต่นั้นหมายถึงต้องลาออกจาก ส.ส.แล้วไปลงเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น แต่เมื่อเป็น ส.ส.เขตหากลาออกก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ต้องสูญเสียงบประมาณโดยใช่เหตุและขัดกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องเปลี่ยนตัวและเล็งไปที่ "แทน เทือกสุบรรณ" ลูกชายของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" แต่เจ้าตัวปฏิเสธยังคงสนุกอยู่กับงานทำสวน

                               พรรคประชาธิปัตย์มีมติอย่างเป็นทางการส่ง "ทนงศักดิ์ ทวีทอง" ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ หลังจาก "ดำรงค์ เทือกสุบรรณ" และ "ธานี เทือกสุบรรณ" ส.ส.สุราษฎร์ธานีทั้งสองคน ที่มีข่าวว่าจะลาออกมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี แต่ก็ถอนตัวทั้งสองคน เนื่องจากเกรงข้อครหา "ลาออกจาก ส.ส.ไปเล่นการเมืองท้องถิ่น" ที่สำคัญทั้งสองเป็น ส.ส.เขต ถ้าลาออกมาลงสมัครนายก อบจ.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ต้องสูญเสียงบประมาณอีก จึงหลบคำนินทาจากฝ่ายค้านดีกว่า

                               ชื่อของ "ทนงศักดิ์ ทวีทอง" หรือนายกแป๊ะ จึงปรากฏเด่นขึ้นมาแทนที่

                               ถ้ากล่าวถึง "ทนงศักดิ์ ทวีทอง" ก็ไม่ใช่คนใหม่ในแวดวงการเมือง เพราะเขาเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มาถึง 3 สมัย อดีตสมาชิกสภาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต อ.พุนพิน 2 สมัย และยังเป็นอดีตเลขาธิการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย อดีตกรรมการบริหารสหกรณ์สุราษฎร์ธานี หรือโคออฟ ในทางการเมืองเขาเป็นหัวหน้ากลุ่ม ผู้ก่อตั้งกลุ่มพัฒนาท่าข้ามด้วย ที่ส่งให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นนายกเทศมนตรีเมืองท่าข้ามนั่นเอง

                               เมื่อ 4 ปีก่อน เขาขอไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งรองนายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม แต่คนในทีมเดิมของเขาลงเลือกตั้ง และ "ทศพล งานไพโรจน์" ชนะการเลือกตั้ง ผลงานก็ไม่ธรรมดา เป็นที่ยอมรับของประชาชนในเขตเทศบาล เพราะถือเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง แต่ 4 ปีผ่านพ้น "ทศพล" หมดวาระเมื่อเมษายนที่ผ่านมา เลือกตั้งใหม่ "ทนงศักดิ์" เข้าสนับสนุนกลุ่มพัฒนาท่าข้ามอีกครั้ง ด้วยการส่ง "อนุวัตร์ รจิตานนท์" ลงชิงแชมป์ ปรากฏว่า ทีมพัฒนาท่าข้ามได้มายกทีม ทั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล

                               กล่าวสำหรับ "มนตรี เพชรขุ้ม" นั้น แน่นอนว่าจะต้องลงสมัครรับเลือกตั้งอีก 1 สมัยแน่นอน เพราะเขาเพิ่งก้าวเข้ามาบริหาร อบจ.สุราษฎร์ธานี แค่สมัยเดียว เขาเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาเล่นการเลือกท้องถิ่นในฐานะนายก อบต.และในช่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาได้รับเลือกจากพี่น้องชาวท้องถิ่นให้เป็นตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปทำหน้าที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร.จนเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง เพราะเป็นแค่ตัวแทนจาก อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นตัวแทนระดับชาติในการทำหน้าที่ใหญ่ "ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทของประเทศ

                               หลังเสร็จจากภารกิจในการทำหน้าที่ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เขาตัดสินใจลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ที่พูดได้ว่าสนามระดับจังหวัดนั้นเขายัง "โนเนม" มากๆ และครั้งนั้นถือว่ายังเป็นมือใหม่หัดขับ เพราะต้องไปชิงแชมป์กับ "ดำรงค์ เทือกสุบรรณ" ที่ถือว่าเป็นตระกูลการเมืองที่ยึดครองพื้นที่ทั้งการเมืองระดับชาติและการเมืองท้องถิ่น

                               "ดำรงค์ เทือกสุบรรณ" นั่งบริหาร อบจ.สุราษฎร์ธานีมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ลูกพี่ใหญ่คอยให้การช่วยเหลือและสนับสนุน ในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ 4 ปีก่อนถือว่า "ดำรงค์ เทือกสุบรรณ" เป็นต่อ "มนตรี เพชรขุ้ม" อยู่หลายขุม ทั้งในฐานะแชมกป์เก่า ในฐานะลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ที่คนใต้นิยมชมชอบอยู่เป็นทุนเดิม

                               แต่ "พลิกล็อก" ถล่มทลาย หักปากกาเซียนอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อนับคะแนนเสร็จ "มนตรี เพชรขุ้ม" เอาชนะ "ดำรงค์ เทือกสุบรรณ" อย่างพลิกความคาดหมาย

                               ผลการนับคะแนนปรากฏว่า "มนตรี" ได้ไป 108,453 คะแนน ในขณะที่ "ดำรงค์" ได้มาแค่ 104,649 คะแนน

                               การเป็นนักการเมืองสมัยแรกนั้นไม่ยาก แต่การเป็นนักการเมืองสมัยสองยากกว่า

                               4 ปีของการบริหารงานของมนตรี ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย เพราะสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ไม่ใช่สายของมนตรี จึงต้องใช้เวลาในการปรับขบวนอยู่พอสมควร และพอการปรับขบวนทำท่าว่าจะลงร่องลงรอยและเริ่มเดินหน้าการทำงานก็กลับมามีปัญหาภายในทีมงานกันเองอีก จน "เลขานุการส่วนตัว" ก็ยังลาออกหนีเข้ากรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้งมาด้วยกัน จนพูดได้ว่าฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกันจนชนะการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ช่วงบริหารงานเลขานุการคนคนนี้ก็ช่วยงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ ก็ยังต้องตีจากมา แม้ช่วงหลังจะเคลียร์กันแล้วและกลับไปช่วยงานเหมือนเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิมแน่นอน

                               ศึกรักษาแชมป์ของ "มนตรี เพชรขุ้ม" ในตำแหน่งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี จึงนอกจากจะสู้กับคู่แข่งแล้วยังต้องต่อสู้กับตนเองและทีมงานด้วย  

                               สำหรับคู่แข่งของเขา "ทนงศักดิ์ ทวีทอง" ถือว่าไม่ธรรมดาที่เปิดตัวออกมาแล้ว พร้อมทีมงานและผู้ใหญ่ในพรรคครบทีมพร้อมกระโดดลงไปช่วย นับตั้งแต่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-ชวน หลีกภัย" หรือแม้กระทั้งเจ้าถิ่นเอง อย่าง "บัญญัติ บรรทัดฐาน-สุเทพ เทือกสุบรรณ" 

                               ประดาบก็เลือดเดือดแน่นอน...เมื่อ "มนตรี เพชรขุ้ม" ก็ลงรักษาแชมป์ และขณะที่ "ทวีศักดิ์ ทวีทอง" ก็ชิงแชมป์ในนามประชาธิปัตย์ ที่ตามมาส่งคนใหม่ลงชิงฐานเดิมกลับคืน

 

 

--------------------------

('ปชป.' ดัน 'ทนงศักดิ์' ชน 'มนตรี' ศึกทวงคืนเก้าอี้นายก อบจ.สุราษฎร์ : นายหัวไทร ... รายงาน)