
ตรังฝนถล่มหนักท่วม2อำเภอทหารเร่งระดมช่วย
ฝนถล่มหนักท่วมแล้ว 2 อำเภอ ถนนสายหลักขาด ขณะที่ทหารระดมช่วยทันควัน ด้านสุราษฎร์ธานี ฝนตกหนักน้ำทะลักหลายพื้นที่ 250 ครัวเรือนเดือดร้อนหนัก
วันที่ 2 ส.ค.56 ภายหลังเกิดฝนตกหนักหลายวัน ส่งผลให้พื้นที่ ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรังทั้งตำบล 7 หมู่บ้านเกิดน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 2 สค. ส่งผลให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มชั้นใน ม.5 บ้านไร่ออก ต.บ่อหิน อ.สิเกา ประมาณกว่า 10 ครัวเรือน ไม่สามารถอพยพเคลื่อนย้ายข้าวของออกมาข้างนอกได้ เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก พื้นที่บางส่วนถูกตัดขาด
ล่าสุด พ.อ.เกรียงศักดิ์ วัฒนเกริก ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด ได้ระดมกำลังทหารกว่า 80 นาย และประสานขอรถบรรทุกยีเอ็มซีจากต้นสังกัด ต.กะปาง 3 คัน เข้าช่วยเหลือชาวบ้านและอพยพขนย้ายสิ่งของมาที่ อบต.นาเมืองเพชร เป็นการชั่วคราว
นอกจากน้ำจะทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราฎรแล้ว ยังได้ไหลเข้าท่วมถนนสายตรัง-สิเกา โดยระดับน้ำสูงประมาณ 70 ซม.รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประกาศสั่งปิดเส้นทางดังกล่าวแล้ว โดยไม่อนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่และรถพ่วงวิ่งผ่านเส้นทางดังกล่าว แม้ว่าจะผ่านไปมาได้ก็ตาม เนื่องจากเกรงว่า กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากจะกัดเซาะคอสะพานเขาแก้ว จนทำให้สะพานทรุดได้
ขณะเดียวกัน น้ำยังได้ไหลทะลักเข้าสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และพื้นที่การเกษตร จนจมอยู่ใต้น้ำอีกด้วย ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นคาดว่า น่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 150 ครัวเรือน และเดือดร้อนประมาณ 600 คน อย่างไรก็ ตามแม้ว่า โรงเรียนวัดเขาแก้ว ซึ่งอยู่บริเณด้านในน้ำจะยังไม่ท่วม แต่ก็ต้องปิดเรียนไปโดยปริยาย เพราะนักเรียนที่บ้านถูกน้ำท่วมไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้
ส่วนที่ ม.5 ต.บางเป้า อ.กันตัง น้ำได้ไหลท่วมบ้านเรือนราษฎรแล้ว 47 หลังคาเรือน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้ว 50 คน นอกจากนี้ คอสะพาน ม.2 ต.บางสัก อ.กันตัง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถูกน้ำท่วมจนชำรุด และทางสำนักงานทางหลวงชนบท ได้วางท่อระบายน้ำและเสริมปากท่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำท่วมคอสะพานสูงประมาณ 2-3 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เบื้องต้นได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยใช้สะพานแบรี่ไปก่อน พร้อมประสานไปยังสำนักงานเขต 12 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงมาสำรวจพื้นที่อีกครั้ง
ฝนตกหนักน้ำทะลักหลายพื้นที่ 250ครัวเรือนเดือดร้อนหนัก
ภายหลังเกิดฝนตกติต่อมา 5 วัน ทำให้น้ำป่าจากอุทยานคลองพนม และอุทยานคลองศก ไหลบ่าลงคลองพนม เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา และอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับความเสียหายร่วม 250 ครัวเรือน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ส ค. เฉพาะพื้นที่บริเวณสะพานข้ามคลองพนม บ้านห้วยหีบ ม.4 ต.พนม อ.พนม ชาวบ้านในพื้นที่บ้านบางไม้เพาะ ต.พนม ที่อยู่อีกฝั่งคลอง ประมาณ 40 ครัวเรือนถูกตัดขาด มีชาวบ้านยังอยู่ภายในพื้นที่อีกประมาณ 30 คน เจ้าหน้าที่จึงเร่งหาวิธีเข้าไปสำรวจและให้การช่วยเหลือ แต่การดำเนินการก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำน้ำเชี่ยวกราก ไม่สามารถเข้าให้การช่วยเหลือ จึงต้องประสานหน่วยนอก ซึ่งทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ตำรวจน้ำ นพค.46 และ ตชด.416 จะได้ประสานกำลังเพื่อเข้าพื้นที่ดูประชาชนที่ติดภายใน
นอกจากนั้น ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ ม.5 ของตำบลพนม ต. พลูเถื่อน และ ต.คลองศก มีบ้านเรือนราษฎร์ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้วกว่า 60 หลังคาเรือน ขณะที่ถนนสายพนม ทับปุด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 34-35 ถูกน้ำท่วมสูง 3 เมตร รถไม่สามารถสัญจรได้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องการสัญจรที่ยากลำบากอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้เร่งสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ส่วนสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ปริมาณน้ำฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องหนักสลับเบา ท้องฟ้ามืดครึ้มตลอด ปริมาณน้ำหลายจุดยังคงเพิ่มปริมาณ นายอำเภอพนมสั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



