
'ปชป.'ซัด'ปู'ดันนิรโทษฯช่วย'แม้ว'
'ปชป.' ซัด 'ปู' นำปท.สู่ความขัดแย้ง ดัน 'นิรโทษ' เข้าสภาฯ ช่วย 'แม้ว' ประกาศใช้ 'มั่นคง' คุมม็อบ ละเมิดรธน. ม.63 เตรียมยื่น กมธ.กิจการสภา สอบจัดซื้อแท็บเล็ตสภาฯ
2 ส.ค. 56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลดึงดันเดินหน้าผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เข้าสภาว่า สาเหตุที่รัฐบาลเพื่อไทยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เหตุผลในการผลักดันคือจะทำให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ความสงบ สันติ ปรองดอง แต่พฤติกรรมขณะนี้กลับตรงกันข้าม ขอถามนายกฯที่ปากบอกจะนำประเทศเข้าสู่กระบวนการเจรจาสร้างความสามัคคี แต่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงตั้งแต่วันที่ 1-10 ส.ค. เพื่อสกัดกั้นคนมาชุมนุม
นายชวนนท์กล่าวว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะเสนอกฎหมายอ้างความปรองดองสามัคคี แต่ไม่ทันเสนอรัฐบาลต้องใช้กฎหมายพิเศษควบคุมฝูงชน แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่กฎหมายปรองดองแต่เป็นกฎหมายสร้างความแตกแยก นายกฯกำลังโกหกประชาชนและหลอกตัวเอง เพราะทราบดีว่ากำลังนำพาประเทศเข้าสู่ความขัดแย้ง เสี่ยงให้ประชาชนเผชิญหน้าแต่ตัวเองไม่อยู่รับความเสี่ยงนี้ด้วย เดินทางไปต่างประเทศหลายวันกลับมาวันที่ 2 ส.ค. และในสัปดาห์ที่จะมีการพิจารณากฎหมายนี้ก็จะไปต่างจังหวัด ทั้งๆที่อ้างว่าเป็นกฎหมายสำคัญแต่ไม่อยู่รับฟัง อีกทั้งยังติดดาบให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย จึงอยากให้นายกฯพูดให้ชัดว่าทำกฎหมายเพื่อล้างผิดให้พี่ชายไม่ใช่เพื่อการปรองดอง
นายชวนนท์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ระบุชัดว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในกรชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพจะทำมิได้ เว้นแต่จะปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้นายกฯคิดให้ดีเพราะกำลังสุมไฟให้แรงขึ้นทุกวัน จากเหตุการณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอให้มาพูดคุยหาทางออก แต่นายกฯเลือกหักด้ามพร้าด้วยเข่า เดินหน้าสู่เป้าหมายของตัวเองโดยไม่สนใจความเสียหาย และที่อ้างว่าจะช่วยประชาชนไม่เกี่ยวกับแกนนำนั้น เนื้อหากฎหมายไม่สามารถแยกแกนนำจากประชาชนได้ สุดท้ายจะเป็นทั้งหมดที่ได้รับการนิรโทษกรรม ทั้งแกนนำ และประชาชน นอกจากนี้คนที่อยู่ในคุกหลักสี่มีไม่มากแค่ 20 กว่าคน โดยต้นปี 2555 มีผู้ถูกคุมขัง 47 คน ได้รับการประกันไปแล้ว 27 คนที่ยังเหลือนั้นโทษหนักเบาต่างกัน ดังนั้นจึงข้ออ้างเรื่องช่วยประชาชนก็ฟังไม่ขึ้น
“การที่กล่าวหาว่าพรรคขนคนมากจากภาคใต้นั้น เราไม่มีมติพรรคให้ประชาชนออกมาชุมนุม แต่ยืนยันว่าประชาชนกลุ่มไหนก็ตามมีสิทธิแสดงออกตามรัฐธรรมนูญด้วยการชุมนุมปราศจากอาวุธ รวมทั้งส.ส.ของพรรคก็สามารถแสดงออกตามสิทธิภายใต้กรอบของกฎหมายได้ อย่างไรก็ตามพรรคห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องดูแล อย่ารังแกประชาชน อย่าให้เกิดสงครามประชาชนตามที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วง”นานชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวว่า นายกฯคือผู้ที่ทำให้สถานการณ์ที่เคยสงบกลับต้องคุกรุ่นขึ้นมา มีตำรวจเต็มเมืองเพราะรัฐบาลเลือกที่จะให้ประเทศเดินหน้าสู่ความขัดแย้ง หมกมุ่นอยู่แต่กฎหมายล้างผิด แทนที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาราคายางพารา ปาล์มน้ำมันตกต่ำ ปัญหาการทุจริตจำนำข้าว ปัญหาค่าครองชีพ รวมถึง พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท มีการอ้างประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 650 ที่ระบุว่า อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้นคือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิในทรัพย์สินชนิดที่ใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม โดยที่ผู้ยืมตกลงจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภทชนิดและปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืม สัญญานี้ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม แต่การกู้ยืมเงิน 3.5 แสนล้านบาทมีการลงนามในวันที่ 30 มิ.ย.2556 โดยที่ยังไม่มีการส่งมอบตัวเงิน ดังนั้นสัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.2556 ซึ่งระบุไว้เป็นเงื่อนไขใน พ.ร.ก.เงินกู้ดังกล่าวดังนั้นพ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทอาจจะเป็นโมฆะ ซึ่งตนเชื่อว่าจะมีคนนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอีกครั้ง
เมื่อถามว่า นายกฯบอกว่าจะมีการตั้งสภาการปฏิรูปการเมือง โดยเชิญทุกฝ่ายมาพูดคุยเพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับความขัดแย้งการเมืองไทย นายชวนนท์ กล่าวว่า เรื่องการพูดคุยร่วมกันนั้นพรรคเห็นด้วยและพร้อมที่จะเข้าร่วมหารือกับทุกฝ่าย เพราะเห็นว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความปรองดองให้กับประเทศ แต่เบื้องต้นนายกฯควรทำก่อนคือ การสั่งให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ทั้ง 4 ฉบับออกจากวาระการประชุมสภาก่อน เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการสร้างความแตกแยกมากกว่า
นายชวนนท์ ยังกล่าวว่า ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ เวลา 13.30น . พรรคจะเปิดหน่วยงานใหม่สองศูนย์คือ ศูนย์เยาวชนพรรคประชาธิปัตย์ มีนายกรณ์จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานศูนย์ และนายนราพัฒน์ แก้วทอง เป็น ผอ.ศูนย์ และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ มีนายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานศูนย์ และนางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ เป็นผอ.ศูนย์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันคล้ายวันเกิดของนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
'ถาวร' เตือน 'ผอ.กอ.รมน.' คิดให้ดีวางแผนปราบม็อบต้าน กม.ล้างผิด
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีชุดเล็กประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงใน 3 เขตพื้นที่กทม. ว่า ตนขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรองผอ.กอ.รมน. เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ว่า จะอนุมัติแผนงานใดๆ และมอบหมายให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.นำไปปฏิบัติ ถือเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออก ขอให้คำนึงถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่ระบุให้สิทธิ์คนไทยแสดงออกในการชุมนุมได้โดยสันติ เพราะที่ผ่านมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจาง ผบช.น. ได้ประกาศว่าจะใช้มาตรการที่เข้มแข็งกับกลุ่มผู้ชุมนุม เท่ากับว่าเป็นการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเช่นที่เคยใช้กับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) เมื่อครั้งที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย จนมีคนบาดเจ็บจำนวนมากทั้งการทุบตีและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ ทั้งที่ประชาชนคนที่เห็นต่างรู้สึกกับมาตรฐานการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการนิรโทษกรรมล้างผิดให้คนโกงทุจริตกินงบประมาณแผ่นดินชาติ คนเผา คนยิงคนตาย โดยไม่มีความผิดโดยไม่มีใครรับประกันว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดการโกงและออกกฏหมายมาล้างผิดอีกหรือไม่ จึงขอให้ ผอ.กอ.รมน. คิดให้ดีก่อนลงนามในคำสั่งใดๆ
ไล่ 'ประชา' ลงแก้ปัญหาไฟใต้ หลังเกิดเหตุรายวันแม้อยู่ในเดือนรอมฎอน
นายถาวร กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ว่า แม้รัฐบาลจะพยายามตีปี๊บสร้างภาพการเจรจาคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่รัฐตายรายวันแม้จะอยู่ในเดือนรอมฎอน ซึ่งการที่ พล.ท.พลาดร พัฒนฐาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาแก้ตัว แก้ต่างว่าไม่เกี่ยวกัน ที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีดูแลความมั่นคงและปัญหาภาคใต้ ก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวคิดจะลงพื้นที่เพื่อปลุกปลอบขวัญกำลังใจ ส่งแต่ม้าใช้อย่างเลขาฯสมช.มาแก้ตัวรายวัน
นายถาวร กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.ประชา ที่ดูแลปัญหาไฟใต้เปิดสำนักงานรัฐมนตรีส่วนหน้าในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ และอยู่ในพื้นที่อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อแสดงความจริงใจ จริงจังในดูแลปัญหาสร้างความอุ่นใจ ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ ที่น่าละลายที่สุด คือ กรรมการยุทธศาสตร์ภาคใต้เพิ่งจะจัดประชุมนัดแรกในรอบปีเศษ ซ้ำยังไม่มีมาตรการใดออกมารองรับ หรือแก้ไขป้องกันให้สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ทั้ง 66 กรม 17 กระทรวงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไร้เงาหัวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาเยียวยาแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการอย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้าง
"ขอให้ พล.ต.อ.ประชา เจ้าของฉายาอินทรีอีสาน เมื่อมาคุมงานภาคใต้แล้ว ก็ขอให้เป็นพิราบใต้ที่จะแก้ไขปัญหาไว้ใต้ให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้น ฉายาอินทรีอีสาน ก็ไร้น้ำยาหมดความหมาย หากไม่ลงมือแก้ไขปัญหาที่คร่าชีวิตชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตายรายวันเช่นนี้"
ซัด 'รบ.' ขายข้าวล้มเหลว ขาดทุน!
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเปิดประมูลขายข้าวของรัฐบาลที่ล้มเหลว ว่า พฤติกรรมของนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ที่ออกมาฟาดหัวฟาดหางกับผู้ส่งออก เนื่องจากมีผู้มาร่วมประมูลน้อย และได้ราคาไม่ดี ทำให้รัฐบาลเสียหน้าถึงขนาดขู่จะนำพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. 2489 เพื่อตรวจโกดังผู้ส่งออกว่ามีถึง 500 ตันหรือไม่ เพราะตามกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้ผู้ส่งออกทุกรายต้องสต๊อกข้าวสารไว้ไม่ต่ำกว่า 500 ตัน หากผู้ส่งออกไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษ ซึ่งตนเห็นว่าพฤติกรรมอย่างนี้ไม่ต่างจากเจ๊งแล้วพาล เพราะในเมื่อผู้ส่งออกไม่เชื่อมั่นในคุณภาพข้าวที่เก็บแล้วใครจะกล้าซื้อ ทั้งนี้ทางที่ดีแทนที่ นายยรรยงจะไปตรวจโกดังเอกชน ควรไปเร่งรีบตรวจโกดังของรัฐบาลให้จบ เพราะตรวจมาตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นรายงานผลการตรวจ และต้องตอบว่าตกลงข้าว 2.5 ล้านตันที่อ้างว่ายังไม่ลงบัญชีนั้น หาเจอแล้วหรือยัง รวมทั้งการสุ่มตรวจเชิงคุณภาพได้ทำหรือไม่
“ปกติแล้วการเปิดประมูลข้าวที่ผ่านมาหรือแม้แต่สมัยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ รัฐบาลก็จะประกาศราคาขายให้ประชาชนได้ทราบ ทำไมครั้งนี้ถึงไม่ประกาศ ซึ่งมีข้อมูลในวงการค้าข้าว ระบุว่า ข้าวขาวมีการประมูลขายไม่ถึง 12,000 บาทต่อตัน ขณะที่ต้นทุนข้าวขาวราคา 24,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกขายไม่ถึง 8,500 บาทต่อตันใช่หรือไหม ซึ่งการประมูลขายข้าวเปลือกของทางรัฐบาลครั้งนี้ ก็ยิ่งสะท้อนความล้มเหลวชัดเจนที่สุด เพราะรัฐบาลรับซื้อจากชาวนา 15,000 บาทต่อตัน เอามาเก็บไว้ที่โรงสีไม่กี่วันขายต่อเอกชนเหลือราคาไม่ถึง 8,500 บาทต่อตัน รัฐบาลต้องตอบว่าไปยุ่งกับการซื้อข้าวทำไม ไม่ให้ชาวนาขายเองตามกลไกตลาด และเอาเงินที่ขาดทุนตันละ 6,500 บาท ไปจ่ายชาวนาไม่ดีกว่าหรือ” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขอเตือนรัฐบาลว่าการเสียสัจจะของรัฐบาลที่ให้ต่อพี่น้องชาวนานั้น มีชาวนาร้องเรียนมาที่พรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่พอใจรัฐบาลอย่างยิ่งที่เสียสัจจะกับชาวนา กับการที่จะลดราคาจำนำจาก 15,000 บาทต่อตัน เหลือ12,000 บาท ที่จะให้มีผล 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งพี่น้องชาวนาแจ้งมาว่าไม่ยอม เพราะในเมื่อเคยสัญญาไว้ 15,000บาท รัฐบาลต้องทำให้ได้ แต่ถ้ารัฐบาลใช้อำนาจลดราคาเหลือ12,000 บาท ชาวนาเขาก็อยู่ไม่ได้ ถ้าชาวนาอยู่ไม่ได้รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้
'บุญยอด' เตรียมยื่น กมธ.กิจการสภา สอบจัดซื้อแท็บเล็ตสภา
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรค แถลงถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อแท็บเล็ตเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาและผู้บริหารยืมไปใช้ โดยได้นำเอกสารของคณะอนุกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับราคาการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา
นายบุญยอด กล่าวว่า มีการขออนุมัติซื้อ 808 เครื่อง จัดซื้อให้ส.ส.และส.ว. รวมทั้งผู้บริหารในสภาอีกจำนวนหนึ่ง ใช้งบประมาณ 55,646,200 บาท เท่ากับว่า ค่าเครื่องประมาณ 2.6 หมื่นบาท แต่จากการนำเสนอข่าวระบุว่า ค่าเครื่องอยู่ที่ 2.8 หมื่นบาท เท่ากับซื้อเกินกว่าที่ประมาณการไว้ และยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมา เช่น ซิมการ์ดหนึ่งหมายเลข ซองหุ้มแท็บเล็ต (เคส) ราคา 1,020 บาท สายหูฟัง 965 บาท ปากกาที่ใช้กับเครื่องหนึ่งด้าม 430 บาท ฟิล์ม แท่นชาร์จ 910 บาท ราคาประกัน 1 เครื่อง เพิ่มเติมสองปีจะเท่ากับ 6,000 บาท แต่ในคำขอของคณะอนุกรรมการ ฯมีการขอแค่ค่าเครื่องเท่านั้นซึ่งไม่มีการระบุว่าจะซื้ออุปกรณ์ประกอบด้วย ทั้งนี้ในมติอนุกรรมการฯก็ขอให้ตัดค่าซิมการ์ด ที่ตั้งราคาไว้ 1 ปี เป็นประเภทอินเทอร์เน็ตรายเดือน 3G รวมทั้งหมด 8.2 ล้านบาท หรือตกปีละ 10,271 บาทต่อเครื่อง
นายบุญยอด กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีค่าอื่นๆ เช่น ค่าจ้างเหมาพัฒนาระบบ ค่าบริหารโครงการ ค่าฝึกอบรม ค่าจัดหาซอฟแวร์ ค่าจัดหาติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย จัดหาเครื่องแสกนดึงเอกสารอัตโนมัติ 5 เครื่อง ค่ารับประกันเครื่อง 3 ปี รวม 55,646,200 บาท ค่าระบบ 34,234,200 บาท ยังไม่มีรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างไร การประกันเครื่องเพิ่มเป็น 3 ปี ในอนุกรรมการฯพูดกันอยู่แล้วว่าปกติจะรับประกัน 1 ปีอยู่แล้วจึงเสนอให้ไปเจรจากับบริษัทให้ประกันสองปีโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่กลับไปเพิ่มสองปีเครื่องละ 6 พันบาท
นายบุญยอด กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นตนจะเอาเครื่องไปคืน เพราะไม่ได้เป็นไปตามมติที่ทางอนุกรรมาธิการฯอนุมัติไว้ และตนจะเสนอเรื่องให้กิจการสภาฯพิจารณาเพราะการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวไม่เป็นไปตามมติของกรรมาธิการ เพื่อให้ทบทวนว่าทำไมฝ่ายสารสนเทศจึงซื้อมากกว่าคำขอที่ตั้งไว้และไม่ได้ปฏิบัติตามมติของกรรมาธิการ ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังสมาชิกรัฐสภาและรัฐบาลว่าในขณะที่เราต้องกู้เงินจำนวนมาก ทั้งเงินกู้ 2 ล้านล้าน และเงินกู้ 3.5 แสนล้าน แต่ทั้งสภากับรัฐบาลไม่มีการประหยัด จึงต้องยุติการยืมไว้ก่อน ตรวจสอบว่าการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องหรือไม่
โต้ 'เหวง' ใส่ร้ายกองทัพปชช. มีแผนจับตัวนายกฯ-ปธ.สภา
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษก หนึ่งในทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ วางแผนจับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา และรองประธานสภาอีก 2 คน เพื่อไม่ให้มีการประชุมสภา ในวันที่ 7 ส.ค.ว่า เป็นการพูดแบบไม่อยู่กับร่องกับรอย หวังทำให้ประชาชนชนเข้าใจผิด เพราะถ้ามีคนที่คิดทำเช่นนั้นจริง รัฐบาลมีอำนาจล้นฟ้าในการจับกุมคนที่วางแผนได้อยู่แล้ว คงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทั้งผบ.ตร. ผบช.น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นบุคคลที่รัฐบาลสั่งให้ดำเนินการได้อยู่แล้ว
ส่วนที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ขู่ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ฐานปลุกระดม เป็นการล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตยนั้น นายราเมศ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ยืนยันว่า พรรคไม่มีการปลุกระดมในลักษณะที่เป็นการล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตย ฝากนายพร้อมพงศ์ ว่า หากจะยื่นยุบพรรคควรยื่นยุบพรรคเพื่อไทย เพราะตั้งแต่เป็นรัฐบาลมีเสียงข้างมากปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนอยากเตือนว่าการใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา ไม่เหนือไปกว่ารัฐธรรมนูญ จุดจบของการออกกฎหมายล้างผิดเป็นอย่างไรเสียงข้างมากทราบดี บ้านเมืองทุกวันนี้ที่วุ่นวายก็เพราะลูกน้องโจรจำเป็นต้องทำตามคำสั่งหัวหน้าโจร แล้วบ้านเมืองจะสงบได้อย่างไร



