
'ศอ.รส.'ยันออก'พรบ.มั่นคง'ป้องกันเหตุ
'ศอ.รส.'แจงขั้นตอนรับมือม็อบ หลังประกาศใช้ พรบ.มั่นคง ปชช.สามารถใช้ชีวิตตามปกติ เตือนผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวให้อยู่ในกรอบกฎหมาย
2 ส.ค.56 พล.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอรส. กล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาได้มีแกนนำหลายกลุ่มมีการประกาศขับเคลื่อนชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า อาจมีการยกระดับความรุนแรงได้ เพื่อให้สถานการณ์ควบคุมได้ ครม.มีมติ 1 ส.ค. ออก พรบ.ความมั่นคง ในเขตพระนคร 3 เขต คือ ป้อมปราบฯ ดุสิต และพระนคร ตั้งแต่วันที่ 1-10 ส.ค. ซึ่งกฎหมายนี้ออกมาเพื่อป้องกันเหตุให้การชุมนุมเป็นด้วยความเรียบร้อย ประชาชนสามารถมาชุมนุมได้ปกติ แต่ต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ พร้อมทั้่งกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย และหลักสากล
"จากการข่าวที่ได้ประเมินคาดว่าอย่างต่ำมาประมาณ 4,000 คนและสามารถเติมเข้ามาเรื่อยๆ ถึง 2 หมื่น - 7 หมื่นคน แต่ต้องดูสถานการณ์เรื่อยๆ และอยู่ที่ปัจจัยสถานการณ์ และความพร้อมของเจ้าหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตาม เราพร้อมรับมือหากผู้ชุมนุมใช้วิธีดาวกระจายไปตามจุดต่างๆ และตามแผนจะใช้ตำรวจอย่างเดียวก่อน แต่ก็มีกำลังของหน่วยความมั่นคงที่สามารถเข้ามาเสริมได้" พล.อ.อดุลย์ กล่าว
พล.ต.อ.วีรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ในฐานะ รองผอ.ศอ.รส. กำหนดให้ กอ.รมน.จะต้องออกแผนปฏิบัติการโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการ การปฏิบัติครั้งนี้ ศอ.รส.จึงออกแผนตามคำสั่งการใช้กำลังควบคุมฝูงชน ที่เจ้าหน้าที่ต้องยึดถือการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และยึดหลักคุ้มครองเสรีภาพ ความสงบเรียบร้อย การใช้กำลังตามหลักการนี้ให้หมายรวมถึงการใช้อุปกรณ์ หากจะใช้กำลังจะระลึกถึงหลักการ 4 ประการ คือ 1.ใช้กำลังเท่าที่จำเป็น หากจำเป็นต้องใช้กำลังเพราะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จะใช้กำลังน้อยที่สุด เบาที่สุด 2.หากผู้ชุมนุมลดหรือยุติความรุนแรง ก็จะต้องลดระดับการใช้กำลัง 3.ให้ใช้กำลังยุทโธปกรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด และ 4.ต้องมีผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการใช้กำลัง ต้องมีการบรรเทาหรือเยียวยาภายหลังการใช้กำลัง
พล.ต.อ.วีรพงษ์ กล่าวต่อว่า การวางกำลังปกติ การเคลื่อนไหวกดดัน คลื่นเสียง แก๊สน้ำตา กระสุนยาง คือ หลักสากล ความรุนแรงของแก๊สเบากว่าการใช้โล่กระบอง และเบากว่าการฉีดน้ำ แต่โล่กระบองหากใช้จะบวมเขียวช้ำเป็นอาทิตย์ แต่มิได้หมายความว่า การใช้อุปกรณ์ต้องเรียงลำดับ ให้ขึ้นกับสถานการณ์ เราอาจจะใช้น้ำก่อนแก๊สก็ได้ การวินิจฉัยว่า จะใช้อะไรขึ้นอยู่กับ ผบ.เหตุการณ์ นอกจากนี้กำหนดให้ผู้บัญชาการระดับสูงลงไปกำกับเหตุการณ์
พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. กล่าวว่า การปฏิบัติจะยึดหลักความอดทน อดกลั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการใช้กำลังจะปฏิบัติตามคำสั่งเป็นการรักษาสิทธิของผู้ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุม และรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง สำหรับการจราจรนั้น บช.น.ได้จัดจราจรสนับสนุนในพื้นที่กรณีมีการปิดจราจรโดยปิดป้ายบอกในระยะไกล และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อให้ประชาชนรับทราบ
"ตร."เตรียมวางแท่นปูนแนวสกัดกั้นม็อบ5จุดหวั่นผู้ชุมนุมบุกยึด"ทำเนียบ-สภา"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำหนดแผนดูแลความสงบเรียบร้อยภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยส่งกำลังตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล รัฐสภาและพื้นที่ต่อเนื่องโดยวางผังการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไว้แน่นหนา 11 จุดคือ 1.รัฐสภา 2.แยกราชวิถี 3.แยกขัติยานี 4.แยกการเรือน 5.โค้งปตท.ถนนอู่ทองใน 6.ทำเนียบรัฐบาล 7.สะพานชมัยมรุเชษฐ์ 8.แยกสวนมิกวัน 9.สะพานมัฆวานรังสรรค์ 10.สะพานอรทัย และจุดที่11.กองบัญชการตำรวจนครบาลรวมกำลังตำรวจที่ใช้ 35 กองร้อย โดยลงพื้นที่เต็มอัตรากำลังในวันที่ 3 สิงหาคมเป็นต้นไป
สำหรับระยะ1-2 วันนี้ใช้กำลังลงพื้นที่บางส่วนเพียง 23 กองร้อยเท่านั้นแบ่งความเข้มข้นในการวางกำลังเป็น 3 ระดับหรือ 3 ระลอกด้วยกัน คือระลอกแรกใช้กำลัง 12 กองร้อย เป็นตำรวจจาก บช.น. นักเรียนนายสิบ (นนส.) ศูนย์ฝึกอบรมกลาง และกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) กำลังระลอก 2 จำนวน11กองร้อยเป็นกำลังจากบช.ตชด. และบช.ภ.1, 2, 7 ซึ่งรวมกับระลอกแรกแล้วเป็น 23 กองร้อย และกำลังระลอก 3 อีก 12 กองร้อย หากใช้ทั้งหมด 3 ระลอก ก็จะเต็มกองกำลังตำรวจที่เตรียมไว้คือ 35 กองร้อย เป็นกำลังจาก บก.ตชด. และบช.ภ.3,4,6
ในส่วนแผนการรุกล้ำพื้นที่นั้น ตำรวจมีการวางกำลังแนวกั้นแบบสลับฟันปลาใน 3 จุดคือแยกขัติยานี แยกการเรือน และสะพานอรทัย พร้อมวางเครื่องกีดขวางแนวกั้นถาวรคือแท่นปูนแบริเออร์ใน 5 จุดคือ แยกราชวิถี โค้งปตท. สะพานชมัยมรุเชษฐ์ แยกสวนมิสกวัน และสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยจะมีการวางเครื่องกีดขวางในช่วง1-2วันนี้รองรับการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมวันที่4ส.ค.นี้
กองกำลังตำรวจทั้งหมด 35 กองร้อย ที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยครั้งนี้จะได้รับเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอย่างเต็มที่ตลอดช่วงเวลาที่กำหนดจนกว่าจะยกเลิกพ.ร.บ.มั่นคง. แบ่งแยกกันพักตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่หวงห้ามเพื่อหวังเข้าจุดกำลังเสริมได้ทันภายใน 5 นาที โดยที่พักกองกำลังทั้งหมดมี 5 จุดคือสนามเสือป่า ทำเนียบรัฐบาล บช.น. รัฐสภา และสวนสัตว์ดุสิต นอกจากนี้ยังมีฝ่ายปฏิบัติการพิเศษอีกจำนวนหนึ่งประจำการ ณ ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาเป็นชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนจากนครบาล กองบัญชาการสอบสวนกลางและภูธรตำรวจภาคต่างๆ ชุดสืบสวน ชุดจราจร ชุดพนักงานสอบสวนตรวจที่เกิดเหตุ ชุดเจรจาต่อรอง ชุดบันทึกภาพ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดประชาสัมพันธ์และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด(อีโอดี)
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนครบาล มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุธีร์ เณรกันฐี เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์พื้นที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรอง ผบ.เหตุการณ์ จำนวน 5 นายคือ พล.ต.ต.วรัญวัส การุญธัช พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง พร้อมนายตำรวจระดับ ผบก.น. 3 ,4, 5, 9 ดูแลการปฏิบติของกองกำลังตำรวจที่แยกพาณิชการ แยกสวนมิกสวัน แยกวังแดง แยกมัฆวาน แยกวัดเบญจ ฯ แยกพล.1 และแยกประชาเกษม พร้อมอบหมายหน้าที่ให้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ดูแลเรื่องการสอบสวนผู้กระทำผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ เป็น ผบ.เหตุการณ์พื้นที่รัฐสภา มีนายตำรวจระดับรอง ผบช.น.เป็นรอง ผบ.เหตุการณ์คือ พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ และ ผบก.น.1, 2, 6, 8 เป็นผู้ช่วยผบ.เหตุการณ์และกำกับดูแลการปฏิบัติของกองกำลังตำรวจบริเวณแยกโค้ง ปตท. แยกการเรือน แยกขัติติยานี และถนนราชวิถี โดยผบช.น.และ พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงจะดูแลในภาพรวมทั้งหมดมีการประชุมปรับแผนและประเมินสถานการณ์วันต่อวันและให้พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ โฆษกนครบาลแถลงข่าวการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถานการณ์ทั่วไปทุกวันเวลา13.30น.พร้อมย้ำทุกหน่วยให้ดำเนินการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้
"ภราดร"เผยประกาศ"พรบ.ความมั่นคง"เพราะม็อบมีหลายกลุ่มแต่ไม่ใช้ความรุนแรง
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ในวันที่ 4 ส.ค. ที่อาจมีกลุ่มอื่นเข้ามาร่วมด้วยว่า ที่จริงกลุ่มอื่นเป็นกลุ่มที่มีมาตั้งแต่ต้นแล้วเราจึงมีความจำเป็นต้องประกาศ พรบ.ความมั่นคงฯ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีหลายกลุ่มที่หลากหลาย แต่จะมาบรรจบในเวลาที่เหมาะสมซึ่งกันและกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินแล้วจะมีความรุนแรงหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตอนนี้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมการไว้เต็มที่แล้ว แต่เราไม่พึงประสงค์ให้รุนแรง ฉะนั้นเราต้องป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน ส่วนการข่าวขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่เพื่อความไม่ประมาทต้องระวังป้องกันไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าคนจะค่อยๆ สะสมมาพอสมควร
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานเรื่องการเคลื่อนไหวการนำคนจากภาคใต้ขึ้นมาหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ขณะนี้การเคลื่อนย้ายจากต่างจังหวัดยังเป็นไปตามปกติ ยังไม่มีอะไรผิดสังเกต
ถามว่า จะต้องดูเวทีการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ว่ามีความเชื่อมโยงด้วยหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ถูกต้อง กิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง กับเหตุการณ์ที่จะมีการชุมนุมเราต้องประมวลในทุกมิติ อย่างไรก็ตาม การปราศรัยขณะนี้ยังเป็นปกติ ยังเป็นการปราศรัยรณรงค์อยู่ แต่การที่จะสั่งการให้มวลชนมาร่วมชัด ๆ ยังไม่ปรากฎ
ส่วนที่กลุ่ม อพส.จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตรวจสอบการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงฯ ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญนั้น เลขาฯสมช.กล่าวว่า เป็นเอกสิทธิที่เขาจะยื่น แต่ในหลักการเราเชื่อมั่นว่าเราทำตามข้อกฎหมาย ที่ผ่านมาสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็มีการประกาศใช้กฎหมายตัวนี้เช่นเดียวกัน จึงสามารถดำเนินการได้ อีกทั้ง พรบ.ความมั่นคงฯเป็นกฎหมายป้องกันและเรื่องนี้เป็นเหตุแล้วเพราะมีการประกาศล่วงหน้าว่าจะมาชุมนุม
"กองทัพประชาชนฯ" ยื่นกรรมการสิทธิ -ผู้ตรวจการฯสอบประกาศ "พรบ.มั่นคง" ไม่ชอบ
นายพิเชฐ พัฒนโชติ ในฐานะผู้แทนกองทัพประชาชน โค่นล้มระบอบทักษิณ เข้ายื่นหนังสือต่อนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ขัดขวางการนัดชุมนุมแสดงความคิดเห็นของประชาชนในวันที่ 4 ส.ค. นี้ ทั้งที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศมาโดยตลอดว่าจะชุมนุมด้วยวามสงบ ปราศจากอาวุธ ทั้งนี้การใช้อำนาจของรัฐบาลอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เนื่องจากอ้างว่าเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็ก ซึ่งคำว่า ครม.ชุดเล็กไม่เคยมีปรากฎในกฎหมายใดของประเทศ กลุ่มกองทัพประชาชนสันนิษฐานว่าการประกาศ พรบ.ความมั่นคงเพื่อข่มขู่ประชาชนที่กำลังเตรียมตัวเดินทางมาร่วมชุมนุม และสกัดกั้นการใช้สิทธิในการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยของประชาชน
ด้านนางอมรา กล่าวว่า กสม.จะรับเรื่องไว้และส่งให้อนุกรรมการพิจารณาในเบื้องต้นว่า มีประเด็นในการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ หากเข้าประเด็นจะส่งเรื่องให้อนุกรรมการตรวจสอบต่อไป ในเบื้องต้นกสม.คงไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตุการณ์การชุมนุม เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการไปร่วมชุมนุมได้ โดยการชุมนุมจะเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ต่อจากนั้นนายพิเชฎฐได้เดินทางไปยื่นหนังสือให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบการใช้อำนาจประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ด้านนายกีรป กฤตธีรานนท์ เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งรับเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนกลุ่มกองทัพประชาชน กล่าวว่า จะเร่งเสนอต่อประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาว่าจะจำเป็นต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหรือไม่



