ข่าว

ย้ำขึ้น'LPG'ต้นทุนอาหารเพิ่มแค่5สต.

ย้ำขึ้น'LPG'ต้นทุนอาหารเพิ่มแค่5สต.

01 ส.ค. 2556

พลังงานเปิดเวทีแรกเคลียร์การขึ้นราคาแอลพีจี 'พงษ์ศักดิ์' ยันต้นทุนร้านอาหารเพิ่มเพียง 5 สตางค์ต่อจาน ไม่มีข้ออ้างขึ้นราคา

 

                             นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “ปรับราคาก๊าซ LPG ก้าวที่กล้าพลังงานไทย” ว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนจะกระทบต่อต้นทุนราคาอาหารปรุงเสร็จเพิ่มขึ้นเพียง 5 สตางค์ต่อ 1 จานเท่านั้น จึงไม่ควรนำมาอ้างเป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาให้กระทบกับผู้บริโภค และในส่วนของร้านอาหารขนาดเล็กและหาบเร่แผงลอยก็จะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐให้ใช้ก๊าซในราคาเดิม ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่ร้านขายอาหารขนาดเล็กจะปรับขึ้นราคา แต่หากร้านใดปรับขึ้นก็ขอให้ประชาชนอย่าสนับสนุนร้านค้าเหล่านี้

                             "อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าแอลพีจีเป็นพลังงานหลัก เพื่อใช้ในภาคครัวเรือน ไม่ใช่เป็นพลังงานหลักที่ใช้ในภาคขนส่ง และที่ผ่านมาราคาก๊าซที่คนไทยใช้นั้น เป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนมาก โดยเฉพาะในภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง นับเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดด้วยการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท ทั้งยังทำให้เกิดปัญหาลักลอบใช้ข้ามกลุ่ม และการลักลอบขายก๊าซตามชายแดน ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

                             ทั้งนี้ ขณะนี้ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างราคาก๊าซที่แท้จริงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน จำนวน 7.6 ล้านครัวเรือน และครัวเรือนที่ไม่มีไฟใช้ จำนวน1.8 แสนครัวเรือน รวมทั้งร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอยจำนวน 1.7แสนร้าน ซึ่งการแก้ไขปัญหาหาบเร่แผงลอยบางส่วนไม่มาขึ้นทะเบียนรับการช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เร่งรัดในเรื่องนี้แล้ว

                             ด้านนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ สนพ. จะกระตุ้นให้ภาคประชาชนเข้าใจในเรื่องของโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจี และเหตุผลการปรับราคาก๊าซแอลพีจี รวมทั้งเป็นการสร้างความพร้อมด้านพลังงานของประเทศไทยต่อการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จึงเปิดเวทีเพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนในเชิงลึก โดยสนพ.จะจัดขึ้นไปยังภูมิภาคต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำและเผยแพร่ข้อมูลที่แท้จริงไปยังประชาชนทั่วประเทศ