ข่าว

เศษซากหักพังใต้ทะเลฮาวาย

เศษซากหักพังใต้ทะเลฮาวาย

03 ส.ค. 2556

เวิลด์วาไรตี้ : เศษซากหักพังใต้ทะเลฮาวาย ปีนี้เก็บได้ไม่มากแค่รถ 18 ล้อ

 

                        นอกแผ่นดินใหญ่ฮาวาย ไกลออกไปในท้องทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 1,900 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายที่มีสภาพเหมือนกับหวีฟันถี่ เพราะเก็บกักเศษซากหักพังด้วยน้ำมือมนุษย์จากทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นคันเบ็ดตกปลาพังแล้ว ตาข่ายและเศษพลาสติกกระจัดกระจายอยู่ใต้น้ำ ซึ่งการทำความสะอาดและเคลื่อนย้ายขยะนานาชนิดในสภาพเช่นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย การใช้เครื่องมือหนักอาจเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมได้ ดังนั้น การเก็บกวาดใต้น้ำจึงเป็นงานของนักประดาน้ำถึงร้อยละ 90

                        ไคล์ โคยานากี ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการจัดเก็บขยะทางทะเลของสำนักงานมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (โนอา) กล่าวว่า นักประดาน้ำต้องดำน้ำลงไปและใช้มีดเล็กตัดตาข่ายออกทีละนิดทีละหน่อย แยกขยะออกจากสภาพพันติดกัน จากนั้น ก็ใช้มือ แขนและหลังหอบขยะเหล่านั้นขึ้นมาใส่เรือเล็ก ก่อนขนไปยังเรือใหญ่อีกต่อหนึ่ง

                        โครงการนี้ซึ่งดำเนินงานโดยศูนย์วิทยาศาสตร์การประมงหมู่เกาะแปซิฟิกของโนอา เริ่มขึ้นในปี 2539 หลังเป็นที่ชัดเจนว่ามลพิษคือภัยคุกคามต่อแมวน้ำพื้นถิ่นฮาวาย จนอยู่ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ ปฏิบัติการสลายมลพิษระยะต้นช่วงปี 2540-2548 เป็นไปอย่างเข้มข้น ทีมงานต้องใช้เวลาอยู่ในทะเลตั้งแต่ 60-120 วัน ก่อนเข้าสู่ระยะการบำรุงรักษาที่ใช้เวลาราว 30-60 วันในแต่ละปี จนถึงปัจจุบัน โครงการนี้เก็บขยะใต้ทะเลได้ประมาณ 848 ตัน หรือเท่ากับน้ำหนักรถเก๋งประมาณ 530 คัน

                        ปริมาณขยะที่เก็บแต่ได้ในแต่ละปี แตกต่างกันไป แต่ปีนี้ ด้วยงบประมาณจำกัด ซึ่งเป็นผลกระทบจากมาตรการตัดลดงบประมาณรายจ่ายแบบเกลี่ยกันทั้งระบบของรัฐบาลกลาง จึงไม่สามารถล่องเรือไปยังเกาะห่างไกลดังที่เคยกระทำ เพราะค่าเดินเรือแพงมาก ทำได้เพียงใกล้ชายฝั่ง และนานเพียง 19 วัน ปริมาณขยะที่เก็บได้จึงลดน้อยลงไปด้วย กระนั้น ก็ยังมากพอเท่ากับความจุหนึ่งรถวีลเลอร์ 18 ล้อ

                        เศษซากหักพังในทะเลที่เก็บขึ้นมา โนอาจะส่งไปรีไซเคิลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงบางส่วนที่ถูกนำไปเผาเป็นพลังงานผลิตไฟฟ้าด้วย