ข่าว

'ยะใส'ฉุน!จวกรัฐ2มาตรฐาน

'ยะใส'ฉุน!จวกรัฐ2มาตรฐาน

01 ส.ค. 2556

'สุริยะใส'จวกรัฐ 2 มาตรฐาน ใช้วิธีเจรจากับกลุ่มก่อความไม่สงบแต่กลับใช้'กม.ความมั่นคงฯ' คุมคนในชาติที่เห็นต่าง ด้าน'อดุลย์'นั่งผอ.ศอ.รส.เปิดศูนย์ฯดูแลม็อบ

               1 ส.ค.56 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) กล่าวว่า ถึงเวลาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกฯ ต้องหยุดลอยตัวหนีปัญหา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เวลารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะเสนอร่าง พรบ.ปรองดอง หรือ พรบ.นิรโทษกรรม เข้าสภาฯ ที่ผ่านมานายกฯ จะถูกออกแบบให้ต้องมีภารกิจแทบทุกครั้ง โดยเฉพาะภารกิจในต่างประเทศ เวลานักข่าวถามก็จะตอบแบบตั้งโปรแกรมไว้ว่าเป็นเรื่องของสภาฯ มารอบนี้ก็เช่นกัน ออกแบบให้มี ครม.ชุดเล็ก ประกาศใช้พรบ.ความมั่นคง ตั้งแต่วันที่ 1-10 สิงหาคม ในกทม. 3 เขตนั้น ก็เป็นวิธีการลอยตัวออกมาในฐานะหัวหน้าครม.หนีความรับผิดชอบนั่งดูม้าใช้ปราบปรามประชาชนอย่างเลือดเย็น แต่กลับอ้างว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ทั้งที่ยังไม่มีใครก่อม็อบและการชุมนุมก็ยังมาไม่ถึง ก่อนหน้านี้ก็บอกกลุ่มผู้ชุมนุมรอบนี้มีแค่หยิบมือเดียว ไม่กี่พันคน ไม่มีราคา แต่กลับเตรียมกฎหมายพิเศษและระดมเจ้าหน้าที่นับหมื่นรับมือการชุมนุม

                "เพียงแค่ประชาชนคนในชาติเห็นต่างกับ ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม หลายฝ่ายเรียกร้องให้ถอนร่างฯ ออกมาก่อน เพราะยังมีข้อหมกเม็ดหลายจุด มาพูดคุยให้เห็นร่วมกันค่อยออกเป็นกฎหมายถึงจะเรียกว่าการปรองดอง แต่ไม่นำพาเสียงประชาชนคนร่วมชาติที่เห็นต่างทีกับกลุ่มก่อความไม่สงบ กลุ่มแบ่งแยกดินแดนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นายกฯ ลงทุนบินไปเปิดโต๊ะเจรจา ลงนามสันติภาพ ต่อต้านความรุนแรงหาทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่พอคนในชาติเห็นต่างกลับมองเป็นศัตรู เป็นภัยความมั่นคงของประเทศไปโน่น คนละมาตรฐานชัดๆ และเป็นพฤติกรรมหน้าเนื้อใจเสือ" นายสุริยะใส กล่าว

               
"อดุลย์"นั่งผอ.ศอ.รส.เปิดศูนย์ฯดูแลม็อบ

               พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. เปิดศูนอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)พร้อมประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตัวแทนกองทัพบก กรุงเทพมหานคร และหน่วยความมั่นคง เพื่อเตรียมความพร้อมรับการการชุมนุมคัดค้านการพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมในวันเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 1 ถึง 10 สิงหาคม และติดตามสถานการณ์การชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1 ชม.

                พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.เปิดเผยภายหลังการประชุม ศอ.รส. ว่า เรื่องแรกเป็นเรื่องที่แจ้งให้ที่ประชุมทราบในการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง โดยได้มีการชี้แจงเหตุผลที่ประกาศใช้ พรบ.ความมั่งคงฯ คือ 1.กลุ่มผู้ชุมนุมมีการประกาศเจตนารมณ์ ที่ชัดเจนในการรวมมวลชนโค่นล้มรัฐบาลและกระทบความมั่นคงของประเทศ 2.การชุมนุมมีแนวโน้มยืดเยื้อ 3.อาจมีการก่อเหตุระหว่างชุมนุมก่อให้เกิดสถานการณ์วุ่นวาย 4.หากรอให้เกิดสถานการณ์ขึ้นก่อนจะเป็นอุปสรรคในการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะสถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเขตพระราชฐาน รัฐสภา การควบคุมสถานการณ์จะยากหากปล่อยให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยประกาศ

                พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2.มีการประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ทั้งการข่าวของสันติบาล หน่วยข่าวกรอง สภาความมั่นคง ว่าแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและมีกลุ่มที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ในลักษณะไหนแต่เชื่อว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อยกระดับการชุมนุมให้รุนแรงขึ้น เรื่องที่ 3 เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการกำหนดแผนปฏิบัติที่ชัดเจน เรื่องที่ 4 สั่งการให้ทุกหน่วยงานจะส่งเจ้าหน้าที่มาประจำศูนย์ ศอ.รส.ตลอด 24 ชั่วโมงที่ประกาศใช้ พระราชบัญญัติความมั่นคงฯ ส่วนการประเมินกลุ่มผู้ชุมนุม จากการข่าวรายงานว่า จะเริ่มเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

               
                "สำหรับในวันที่ 2 ส.ค.นี้ผู้อำนวยการ ศอ.รส.จะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงการทำงานและสถานการณ์กับสื่อมวลชน ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ในเวลา 10.00 น. โดยจะมีการออกประกาศคำสั่งปฏิบัติการ ศอ.รส. ฉบับที่ 1 / 2556 พร้อมยืนยันว่า การออกประกาศข้อห้ามต่างๆของศอ.รส. จะไม่กระทบต่อประชาชน แต่การประกาศ เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ศอ.รส.จะมีการหารือร่วมกับสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน ถึงแนวทางการทำงานในสถานการณ์การชุมนุมที่จะเกิดขึ้น เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันในวันนี้ โดยศอ.รส.จะแถลงข่าวการทำงานทุกวันในเวลา 11.00 น. และเวลา 15.30 น. หรือกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ในช่วงบ่ายหน่วยปฏิบัติจะมีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อวางแผนการทำงาน" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว

                

"40 สว."จวกรัฐใช้"พรบ.มั่นคง"คุมม็อบทั้งที่ยังไม่มีการชุมนุม

                

               กลุ่ม 40 สว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ นางตรึงใจ บูรณสมภพ สว.สรรหา นายสาย กังกะเวคิน สว.ระยอง ในฐานะคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ร่วมแถลงคัดค้านการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีรัฐบาลประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ซึ่งอาจมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่เป็นไปตาม มาตรา 55 เนื่องจากการชุมนุมยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่มีแนวโน้มว่า จะใช้เวลานาน ขณะเดียวกันมีเพียงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เพียงหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบดูแลการชุมนุม ดังนั้น ในวันที่ 8 ส.ค. คณะกรรมาธิการฯจะเชิญ นายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นผู้ประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง พล.ต.อ.อดุลย์ เข้าชี้แจง อยากย้ำให้ประชาชนทราบว่าประชาชนมีสิทธิตาม มาตรา 63 ที่จะชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ ซึ่งจะต้องไม่ถูกจำกัดสิทธิ หากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกลิดรอนสิทธิของรัฐบาล ย่อมมีสิทธิยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนการประกาศดังกล่าวได้

               นางตรึงใจ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ควรใช้ความระมัดระวังต่อการจำกัดสิทธิของประชาชนที่ชุมนุม อย่าให้เหมือนครั้งการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม(อพส.) ที่นำโดยพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.2555 ที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าสลายและใช้แก๊สน้ำตาเกินกว่าเหตุ การที่รัฐบาลประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงทั้งที่ประชาชนยังไม่ได้เคลื่อนไหว ตนเห็นว่าไม่ใช่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย

               พล.อ.อ.วีรวิท กล่าวเสริมว่า อยากให้รัฐบาลทบทวน เพราะไม่มีการประกาศพื้นที่ที่จะปิดกั้นว่ามีจุดไหนบ้าง เส้นทางไหนที่ประชาชนเข้าไม่ได้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมฝูงชนแต่ละพื้นที่ ไม่มีการกำหนดหัวหน้าชุดที่ชัดเจน เมื่อเวลาเกิดเหตุวุ่นวาย จึงหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ อยากให้สตช.แจ้งให้ประชาชนรับทราบให้ชัดเจน จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย