
เซ็กส์ยุคใหม่'น้อง'ต้องปรึกษาใคร?
ฮอตอิชชู : เซ็กส์ยุคใหม่ 'น้อง' ต้องปรึกษาใคร?
ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการให้ความรู้เรื่องเซ็กส์กับเด็กๆ ด้วย ถ้าน้องๆ สามารถสัมผัสได้ว่าพ่อแม่ได้ว่าหวังดีกับลูก พ่อแม่เชื่อในส่วนดีของลูก เช่น แม้ลูกทำพลาดผิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก็ยังเชื่อมั่นในตัวลูกว่ามีส่วนที่ดีอยู่ ลูกก็จะกล้าพูดกล้าถามเรื่องนี้
จากสัญชาตญาณความอยากรู้อยากลองในวัยรุ่น มีความรักได้มองตา จับมือ หอมแก้ม และดำเนินการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรโดยไม่รู้ตัว ซ้ำปัจจุบันยังดูว่ากลายเป็นเรื่องปกติของวัยใสไปซะแล้ว คล้องกับตัวเลขการตั้งครรภ์ของแม่วัยรุ่น จากโรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าประเทศไทยมีอัตราการตั้งครรภ์ของแม่วัยรุ่นเทียบกับจำนวนประชากรที่ตั้งครรภ์และคลอด สูงถึง 70 คนต่อประชากร 1,000 คน นับเป็นอันดับหนึ่งในทวีเอเชีย ซึ่งสำคัญคือจะมีเด็กอีกสักกี่คนที่รู้จักป้องกันเรื่องเซ็กส์ทั้งต้นเหตุไปจนถึงปลายเหตุอย่างถูกต้อง และพวกเขาต้องได้รับคำปรึกษาจากใครถึงจะเหมาะสมและเป็นการแก้ไขให้อยู่หมัด
ความเห็นของแต่ละคนในวันนี้ได้มาจากการทำกิจกรรม “ชวนน้องดูหนัง” โครงการรณรงค์ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น ภายใต้ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช ภายในโรงเรียน โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยผู้นำการจัดกิจกรรมอย่าง "แป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ บอกว่า เนื่องจากว่าอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 มีอัตราสูงมาก จนเป็นอันดับ 2 ของโลก การลงพื้นที่ให้คำปรึกษากับกลุ่มเป้าหมายโดยตรงจึงเป็นทางออกที่ดีของปัญหานี้
"การมีหน่วยงาน องค์กรต่างๆ โรดโชว์ตามโรงเรียนเพื่อพูดถึงผลดีผลร้ายของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นับเป็นการสอนเด็กๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นอาจารย์ ผู้ปกครองให้รับทราบด้วยว่า หากปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเรื่อยๆ จะลุกลามเป็นปัญหาในสังคมในระดับประเทศ โดยเฉพาะการให้ความรู้ในโรงเรียนสหศึกษา ซึ่งมีทั้งหญิงและชาย เป็นอีกช่องทางให้เด็กได้เข้าใจถึงผลกระทบที่ตามมาด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย และเสริมความรู้ในโรงเรียนแม้จะมีการสอนเพศศึกษาอยู่แล้ว และปัจจุบันสังคมก็เปิดกว้างเรื่องเพศมากขึ้น หากมีสื่อสะท้อนให้เห็นผลเสียของการท้องไม่พร้อมควบคู่กันไปด้วย นับเป็นการปลูกฝังที่ดีอีกทางหนึ่ง" สาวแป้งกล่าว
ในมุมของหนุ่มรุ่นใหม่ "จ้อน" จิรวัฒน์ บุณพินโย นักเรียนชั้นมัธยมศีกษาปีที่ 5 บอกว่าความจริงแล้วอยากคุยเรื่องเพศกับพ่อแม่มากกว่า เพราะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดเรามากที่สุดน่าจะให้คำปรึกษาได้ดี
"ปกติส่วนตัวผมไม่เคยคุยเรื่องเพศตรงๆ กับคุณพ่อคุณแม่ อาจมีแค่บอกว่าเรามีแฟนอยู่ โชคดีที่ท่านก็จะแนะนำกลับถึงขอบเขตในการมีแฟน ตักเตือนว่าอย่าเพิ่งมีอะไรกันตอนนี้เพราะจะเสียกการเรียนไป ถ้าถามถึงวัยรุ่นโดยรวมเรื่องที่ว่าจะกล้าบอกผู้ใหญ่ไหมผมให้ 50 : 50 ว่ามีส่วนหนึ่งกลัวโดนดุ เลยปรึกษาเพื่อนๆ ดีกว่า อีกส่วนคือมีปัญหาตามมาแล้วจึงต้องบอกความจริง การตัดสินใจบางส่วนก็มีฟังเรื่องราวจากเพื่อนๆ บ้าง เรื่องที่พลาดพลั้งเราก็เอามาพิจารณาถึงผลกระทบที่ตามมาว่าก็จริงนะหากมีลูกตอนนี้เราจะเสียการเรียน เสียอนาคต จึงไม่ควรทำตาม อยากบอกเพื่อนๆ ว่าตอนนี้การศึกษาสำคัญมากไว้รอให้เราทำงาน มีเงินเก็บ มีฐานะสามารถรับผิดชอบชีวิตคนอื่นได้ก่อน หรืออย่างน้อยก็ต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้แล้วค่อยมาสนใจกับเรื่องพวกนี้ดีกว่า" หนุ่มจ้อนเผยความรู้สึก
แต่สำหรับ "หมิว" ประภัสสร พันททัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลับบอกว่าเรื่องเพศนั้น เธอจะบอกเล่าหรือขอคำปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ เพราะที่บ้านไม่ค่อยเปิดรับเท่าไหร่ จึงใช้วิธีคุยกับเพื่อน หรือศึกษาด้วยตัวเองทางอินเทอร์เน็ตมากกว่า
"ที่บ้านหนูสามารถบอกได้ว่าตัวเองมีแฟนอยู่นะ แต่พอถามต่อเรื่องเพศก็จะไม่ได้คำตอบเลยมีแต่คำห้ามอย่างเดียว ส่วนมากเลยชอบคุยกับเพื่อน รับฟังเรื่องของเพื่อนที่มาปรึกษาเรามากกว่า โดยมีช่องทางอื่นๆ อย่างอินเทอร์เน็ต เข้าการอบรมให้รู้จักปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หมั่นหาความรู้ที่เราสนใจอยู่เสมอ อย่างปัญหาการท้องในวัยเรียนเราก็เห็นว่ามีขึ้นเยอะจริง จึงต้องหาคำตอบเองว่าต้องทำยังไง หาทางหลีกเลี่ยงยังไง หาคำแนะนำมาบอกเพื่อนๆ ต่ออย่างไร เพราะชีวิตจริงเพื่อนมักจะคุยกับเพื่อนอยู่แล้ว เขาไม่ไปบอกพ่อแม่หรอก เพราะว่ากลัวโดนดุ เว้นแต่มีผู้ปกครองของเพื่อนๆ ที่เขาเปิดรับเรื่องนี้ก็มีถามไถ่กันบ้างเราก็กล้าพูดนะ เหมือนเขาเปิดใจถามมาเราก็สามารถตอบได้ แต่ส่วนตัวมองว่าเรื่องเพศสัมพันธ์ตอนนี้ยังไม่สมควรจริงๆ อยากให้เพื่อนๆ คิดเยอะก่อนจะทำอะไร ถ้าพลาดแล้วไม่สามารถย้อนเวลากลับมาได้อีกเลย" สาวมัธยมปลายให้คำตอบแบบตรงไปตรงมา
มาฟังคุณแม่ยังสาวของลูกฝาแฝดชายหญิง "โมนา" วิภาวี คอมันตร์ ให้ความเห็นว่า ยุคนี้เลี้ยงลูกด้วยความยากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งยั่วยุต่างๆ อย่างเรื่องยาเสพติดหรือเรื่องเพศ จึงต้องพยายามล้อมรั้วด้วยการให้ความรัก อย่างเด็กเล็กๆ ถ้าเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญ บางคนอาจพยายามทำอะไรก็ได้ให้คนอื่นสนใจ ก็เลยออกมาในลักษณะว่าไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่ถ้าได้รับความอบอุ่นแล้วเด็กก็คงไม่รู้สึกว่าขาดอะไร มีอะไรก็จะพูดคุยกับพ่อแม่อย่างเปิดใจ ปัญหาใหญ่ก็จะกลายเป็นเบาบางลง
"ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด ต้องทำให้หน่วยเริ่มต้นนี้ให้เข้มแข็ง ก่อนจะพูดถึงระดับสังคม ระดับประเทศ การเป็นพ่อแม่ต้องเตรียมพร้อมอยู่แล้วไม่ว่าลูกชายลูกสาวจะมีปัญหาอะไรเข้ามา ถือเป็นการเสียสละเพื่อลูกเพื่อสังคม เคยเห็นหลายๆ บ้านที่รู้สึกว่าสักแต่ว่ามีลูกแต่ไม่ได้เตรียม ไม่ได้ฟูมฟักเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พอเข้าช่วงวัยรุ่นหรือถ้าขาดความอบอุ่นส่วนใหญ่ก็จะสร้างปัญหา ยิ่งเรื่องเพศเป็นเรื่องเปราะบางมาก อยากให้ลูกๆ กล้าพูดคุยกับพ่อแม่แล้วพ่อแม่เองก็ต้องพร้อมรับฟัง ต้องทำให้เขารู้สึกว่าเหมือนเพื่อน ไม่ถูกดุ อย่างลูกๆ ตอนนี้ 4 ขวบกว่าอีก 10 ปีก็เข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ก็เลี้ยงแบบไม่ได้วางกฎเกณฑ์อะไรมาก ทำหใเขาไม่เครียด เมื่อลูกมีความสุขเราก็มีความสุขด้วย"
ด้าน "อ๊บอ๊บ" กมลธิชา วิภาวีพลกุล วิทยากรและที่ปรึกษาปัญหาในวัยรุ่น ให้ความเห็นว่า ปกติในเรื่องเพศสัมพันธ์เด็กๆ จะเลือกการปรึกษาเพื่อนมากกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย บางครอบครัวพ่อแม่เหมือนเพื่อนเขาก็ปรึกษาได้ แต่ตัวแปรอยู่ที่การตอบสนองของคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
"เด็กบางคนอยู่กับพ่อแม่ทุกวันแต่ปรึกษาไม่ได้ ขณะเดียวกันอาจรู้สึกว่าเพื่อนรู้ใจตัวเองมากกว่าเพราะอยู่ในจุดเดียวกัน คิดว่าปัจจุบันวัยรุ่นเปิดรับกับเรื่องเซ็กส์มากกว่าเมื่อก่อนเยอะเพราะเริ่มมีการคุยกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่แม้จะมีโลกออนไลน์ให้ความเข้าใจในเรื่องนี้ ข้อมูลก็อาจจไม่ถูกทั้งหมด ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการให้ความรู้เรื่องเซ็กส์กับเด็กๆ ด้วย ถ้าน้องๆ สามารถสัมผัสได้ว่าพ่อแม่ได้ว่าหวังดีกับลูก พ่อแม่เชื่อในส่วนดีของลูก เช่น แม้ลูกทำพลาดผิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก็ยังเชื่อมั่นในตัวลูกว่ามีส่วนที่ดีอยู่ ลูกก็จะกล้าพูดกล้าถามเรื่องนี้ แต่ถ้าทำให้เขาคิดว่าพูดไปคำสองคำ ก็ต้องโดนด่าแล้ว ก็ไม่รู้จะพูดทำไม เพราะยังไงก็ต้องผิดตลอด น้องๆ บางคนได้รับการปรึกษาที่ดีแม้พลาดพลั้งไปแล้วก็มีการยับยั้งชั่งใจไม่ให้เกิดขึ้นอีกได้ เช่น เคยมีเด็กคนหนึ่งมาบอกเราว่าเขาเข้าใจปัญหานี้แล้ว เมื่อคุยปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ได้ก็ตัดสินใจจะเลิกมีเซ็กส์กับแฟน แม้ฝ่ายชายจะบอกเลิกไปเลย แต่เขาก็แฮปปี้เพราะตอนนี้เขาแคร์คุณพ่อคุณแม่มากที่สุด อยากจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้" สาวที่ปรึกษากล่าว
ฟังดูแล้วที่ปรึกษาที่ดีที่สุดอาจอยู่แค่ที่ตัวเอง และครอบครัวเท่านั้น เมื่อเปิดใจ รับฟัง ทำตาม หรือแม้พลาดยังมีอภัยให้กัน เรื่องเซ็กส์ก็จะกลายที่วัยรุ่นรู้เท่าทันผลร้าย ไม่นำมาปฏิบัติให้เสียผู้เสียคนแน่นอน



