ข่าว

'อุทัย'ยื่นขอ'สส.'ถอน'นิรโทษ-ปรองดอง'

'อุทัย'ยื่นขอ'สส.'ถอน'นิรโทษ-ปรองดอง'

01 ส.ค. 2556

'อดีตปธ.รัฐสภา'ยื่นขอ'สส.'ถอน'นิรโทษ-ปรองดอง'ชี้'ปชป.'ปลุกประชาชนต้านนอกสภา ต้องรู้สถานะตัวเอง ด้าน'วรชัย'แนะรัฐบาลยุบสภาฯ หากพิจารณา'นิรโทษกรรม'ไม่ได้

                 เมื่อเวลา 10.15 น. นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา  ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และสส. เพื่อเสนอให้ถอนญัตติทั้ง 2 รูปแบบ คือ ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม และร่าง พรบ.ปรองดอง ออกจากสภาเพื่อให้เกิดความสามัคคี และความปรองดองอย่างจริงใจ

                นายอุทัย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนและผู้มีอำนาจในแผ่นดินกำลังสับสนในสถานการณ์บ้านเมืองเรื่องความสามัคคี ได้เสนอมาตรการสร้างความปรองดองในชาติด้วยการเสนอร่าง พรบ.ปรองดอง และนิรโทษกรรม ซึ่งตนเห็นว่าปัจจุบันสังคมไทยยังเป็นปกติดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี พรบ.ทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าว ซึ่งหากสภาจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีคนออกมาต่อต้านจะเป็นการหักด้ามพร้าด้วยเข่า จะก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมมากขึ้น โดยผู้ที่ต้องคดีและถูกคุมขังในเกตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง 200-300 คน ที่ระบุว่า จะได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายดังกล่าวความจริงเขาไม่ใช่อาชญากร แต่ออกมาชุมนุมในฐานะประชาชนผู้รักชาติ ซึ่งสามารถประกันตัวได้และเร่งกระบวนการยุติธรรมให้เร็วขึ้นได้ จึงไม่อยากให้เอาประชาชนทั้งชาติมาเป็นตัวประกัน

                "ตนเป็นห่วงสถานการณ์ เพราะจะมีการพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมก็ทำให้คนที่ต่อต้านออกมาชุมนุม ซึ่งจะทำให้สถานการณ์บานปลาย ก่อความเสียหายต่อประเทศชาติได้ สำหรับคนที่ยื่นร่างกฎหมายยังยืนยันจะเดินหน้านั้นก็เป็นสิทธิ์ เป็นแนวคิด แต่สภาจะต้องดูรอบด้านไม่ใช่เฉพาะจุดประสงค์ของผู้ยื่นอย่างเดียว ทั้งนี้ก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากทุกฝ่าย แต่จะมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ดุลยพินิจ  เมื่อถามว่า มีการมองว่าร่าง พรบ.นิรโทษกรรมผลักดันเพื่อให้คนทางไกลได้ประโยชน์ นายอุทัย กล่าวว่า อย่าไปคิดกันถึงขนาดนั้น แต่อยากให้ดูว่าออก พรบ.ดังกล่าวทำให้เกิดความปรองดองดองจริงหรือไม่

                 เมื่อถามว่า  มองการเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องคนออกมาชุมนุมนอกสภามากขึ้น นายอุทัย กล่าวว่า การปราศรัยบนเวทีอาจเป็นเพราะกลอนพาไป การเป็น สส.จะต้องรู้ว่าตัวเองมีวงจำกัดแค่ไหน และพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคเก่าแก่ก็ควรทำเป็นตัวอย่าง บางครั้งก็ต้องกลืนเลือดตัวเองเหมือนกัน

        
                จากนั้นนายอุทัย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายและแสดงความห่วงใยและขอให้ วุฒิสภาหาทางออก โดยนายนิคม กล่าวว่า ตนจะนำความเห็นของนายอุทัยที่ไม่เห็นด้วยกับเสนอการเสนอร่าง พรบ.ทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าวไปให้สมาชิกทั้งหมดได้รับทราบ โดยเฉพาะแนวทางการประกันตัวผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง  แต่หากถึงทางตันก็ต้องออกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการพิจารณากฎหมายอาจใช้เวลานานเพราะต้องผ่านทั้ง 2 สภา และอาจถึงตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งเมื่อถึงขั้นนี้ก็ไม่มีกำหนดเวลาว่ากฎหมายจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไหร่




"วรชัย"แนะรัฐบาลยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ถามประชาชน หากพิจารณา"นิรโทษกรรม"ไม่ได้



                นายสมคิด เชื้อคง สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอยืนยันจุดยืนเดิมที่จะเดินหน้าพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในวันที่ 7 ส.ค. และจะไม่มีการนำร่าง พรบ.ฉบับอื่นที่มีเนื้อหาคล้ายกันมาร่วมพิจารณาอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ได้รับความเห็นชอบเป็นมติพรรคเพื่อไทยและมติพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ดั้งนั้นจะต้องเดินหน้าพิจารณาต่อไป

               ด้านนายวรชัย กล่าวว่า ยืนยันว่าร่าง พรบ.ฉบับนี้มีเนื้อหาที่จะนิรโทษกรรมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสีเสื้อ ยกเว้นแกนนำและผู้มีอำนาจสั่งการ ยืนยันว่า พรบ.นี้มีประโยชน์กับประชาชนทุกสีเสื้อ ช่วยสร้างความปรองดอง ที่ผ่านมามีความพยายามจากพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตลอดเวลาที่จะทำลายความชอบธรรมในการพิจารณา นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า ในวันที่ 7 ส.ค.มีความพยายามที่จะสกัดกั้นไม่ให้ สส.เข้ามาพิจารณาร่างพรบ.นิรโทษกรรมที่รัฐสภา ทั้งนี้ ถ้าเกิดเรื่องนี้สร้างความวุ่นวายเดือดร้อนมากก็ขอให้รัฐบาลยุบสภาฯ แล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ จากนั้นประกาศให้ชัดเจนไปเลยว่าจะออก พรบ.นิรโทษกรรมให้ใคร อย่างไร แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าจะเอาอย่างไร เพราะขณะนี้ปัญหาดังกล่าวกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

               นายวรชัย กล่าวต่อว่า ตนทราบข่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมบ้านพักในค่ายทหารไว้พร้อมที่จะจับตัวแกนนำหากสถานการณ์ไปถึงจุดนั้น มีความพยายามจะใช้องค์กรอิสระเข้ามาจัดการกับรัฐบาล และเมื่อมีการประท้วงของประชาชนก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย จากนั้นทหารก็จะเข้ามาจัดการโดยอ้างเหตุผลว่าเพราะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดอีกฝ่ายได้เตรียมการไว้หมดแล้ว หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อถึงตอนนั้นคนเสื้อแดง 1 ล้านคนจะออกมาต่อสู้ทันที อย่างไรก็ตาม อยากเตือนคนที่คิดจะทำลายประเทศชาติให้รู้ว่า มีประชาชนพร้อมจะลุกขึ้นมาต่อสู้ถ้ามีการยึดอำนาจล้มรัฐบาล ประชาชนจะออกมาต่อสู้อย่างหนักหน่วงที่สุด การจะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทางที่ดีที่สุดคือขอให้เปลี่ยนแปลงตามระบบรัฐสภา ตามระบอบประชาธิปไตย