ข่าว

'ปชป.'ชี้'นิรโทษ'ไม่นำสู่ปรองดอง

'ปชป.'ชี้'นิรโทษ'ไม่นำสู่ปรองดอง

01 ส.ค. 2556

'ปชป.' ชี้ พรบ.นิรโทษกรรม ไม่นำบ้านเมืองสู่ความปรองดอง แค่นับหนึ่งก็ใช้ พรบ.มั่นคงฯ แล้ว อัดรัฐไม่ใส่ใจแก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหล ไม่หวั่น 'พท.' ยื่นยุบพรรค

 

                               1 ส.ค.56  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า การที่รัฐบาล ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะนำไปสู่ความปรองดองนั้น แค่นับหนึ่งก็ไม่จริงแล้ว เพราะรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ เท่ากับเป็นการชี้ชัดว่า หากสถานการณ์กำลังนำไปสู่ความปรองดองจริงนั้นแล้วรัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ไปทำไม รัฐบาลพยายามเดินหน้าทำเรื่องนี้เพราะคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าความสงบของบ้านเมือง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นคงไม่ได้ เพราะข่าวก็ปรากฏชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว รวมทั้งมีส่วนในการผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในครั้งนี้ด้วย เพียงแต่ไม่เข้าไปแสดงว่ามีส่วนร่วมโดยตรง ปัดว่าเป็นเรื่องของสภาฯ ดังนั้นคนที่ต้องรับผิดชอบเป็นคนแรกหากเกิดความเสียหายขึ้นก็คือนายกรัฐมนตรี

                               เราประกาศชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าเราไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายล้างผิด เพราะอีกหน่อยหากมีใครทำความผิดแต่ได้เสียงข้างมากในสภาฯ ก็สามารถที่จะออกกฎหมายล้างผิดให้กับตัวเองได้ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะคัดค้านจนถึงที่สุดด้วยการแสดงเหตุผล อย่างไรก็ตาม วันนี้ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังแม้ว่าจะมีการออกมาบอกว่าจะไม่มีการนำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาพิจารณาในวันนี้ก็ตาม ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการที่รัฐบาลยังไม่นำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาพิจารณาในวันนี้นั้น เพราะเสียงของรัฐบาลไม่พอ เนื่องจากต้องใช้เสียง 2 ใน 3 คือ 334 เสียงขึ้นไป แต่รัฐบาลมีเสียงอยู่ 300 เสียง จึงทำให้รัฐบาลไม่กล้าดันทุรังพิจารณาในวันนี้ ซึ่งไม่ได้แปลว่ารัฐบาลเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่รัฐบาลจนด้วยเสียง

 

อัดรัฐไม่ใส่ใจแก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหล

 

                               นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีน้ำมันรั่วไหลที่จ.ระยองว่า รัฐบาลบอกว่าภายใน 3 วันจะแก้ปัญหาได้นั้น ยังไม่มีอะไรที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าทำได้จริงหรือไม่ แต่วันนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความพร้อมในการเข้าไปแก้ปัญหา และไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะแม้แต่รมว.คมนาคมเองก็ยังออกมาบอกว่าตัวเองเพิ่งจะทราบว่าต้องเข้าไปมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาด้วย

 

ไม่หวั่น 'พท.' ยื่นยุบพรรค ยันเวทีผ่าความจริงทำอยู่ในกรอบกฎหมาย

 

                               นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีการปราศรัยบนเวทีผ่าความจริงว่า เวทีผ่าความจริงเป็นเวทีที่ให้ข้อมูล ความรู้ และความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเรามีการดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้การกล่าวหานั้นทำได้ แต่รัฐบาลทำไมไม่กล่าวหาตัวเองบ้างกรณีที่กลุ่มพวกพ้องของตัวเองไปจัดเวทีปราศรัยในที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม การยื่นยุบพรรคนั้นหากยื่นมั่วเหมือนที่เคยทำมานั้นก็สามารถทำได้ แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กระทำผิด ทุกอย่างเป็นไปตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองทุกประการ และดำเนินอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

                               ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์รู้ว่าสู้แพ้ในสภาฯ จึงออกไปสู้นอกสภาฯ นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยังไม่จบว่าแพ้หรือชนะ แต่การทำการเมืองนอกสภาฯ นั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ตราบใดที่ทำอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ การปราศรัยนอกสภาฯ ในฐานะส.ส.นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้อยู่แล้ว ถือว่าเป็นหน้าที่ด้วยซ้ำในการออกไปพบปะประชาชน

 

'วัชระ' ซัด 'พร้อมพงศ์' เลิกทำตัวเป็นโฆษกดีเอสไอ

 

                                นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย เสนอแนะให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ฟ้องกลับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ กรณีไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ชี้มูลความผิดในคดีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถือเป็นการข่มขู่เจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรมว่า ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการข่มขู่หรือขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ

                                เนื่องจากคดีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ผู้ที่มีอำนาจตรวจสอบคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งกกต.ก็ออกมาระบุแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 71 วรรค 1 อีกทั้งส.ส.ทั้ง 7 คนที่บริจาคเงินให้กับพรรค แม้ว่าจะไม่ได้สั่งจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมแต่ก็สั่งจ่ายผ่านสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 วรรค 2 อยากเรียกร้องให้นายพร้อมพงศ์เลิกทำตัวเป็นโฆษกดีเอสไอ และหากนายธาริตต้องการไปแจ้งความต่อกองปราบฯ เพื่อดำเนินคดีกับนายบัญญัติพร้อมกับพวกก็สามารถทำได้เลย