
จากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง(4)
นอกบ้านผ่านเมือง : บทเรียนจากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง (4) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
24 ปีหลังการล้มสลายของสหภาพโซเวียตและกลุ่มประเทศหลังม่านเหล็ก ตามด้วยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การนาโตเมื่อปี 2547 ก่อนจะเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปเมื่อปี 2550 แต่บัลแกเรียก็ยังคงเป็นประเทศยากจนที่สุดในยุโรปอยู่เหมือนเดิม ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่เข้ามาบริหารประเทศตลอดช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมายังไม่สามารถกระชากตัวเองให้หลุดพ้นจากแนวคิดและการบริหารสมัยที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประเทศหลังม่านเหล็กได้ ยังเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น การเล่นพรรคเล่นพวก การมุ่งปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง รวมทั้งของมาเฟียและเหล่าอาชญากร ไม่มีใครเคยใส่ใจกับความรู้สึกนึกคิดของประชาชนหรือกระตือรือร้นที่จะแก้ไขปัญหาปากท้องหรือปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
แม้ว่าการประท้วงมาราธอนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีชนวนจากปัญหาการขึ้นค่าไฟ ซึ่งกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ใช้ทั่วประเทศมาจากรัสเซียที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับรัฐบาล แต่จุดแตกหักของ "บัลแกเรียสปริง" มาจากรัฐบาลอำนาจนิยมของนายพลาเมน โอเรชาสกี นายกรัฐมนตรี ดันทุรังแต่งตั้งนายเดลยาน พีฟสกี เจ้าพ่อสื่อรายใหญ่ขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งๆ ที่ไม่มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ทำให้เมื่อผู้ประท้วงร่วมหมื่นคนต้องยกระดับการประท้วงด้วยการปิดล้อมรัฐสภาระหว่างการประชุมพิจารณาการจัดทำงบประมาณประจำปี มีการสร้างเครื่องกีดขวางทางเข้าอย่างง่ายๆ ด้วยอิฐทางเท้า ตู้ขนาดใหญ่สำหรับใส่ถังขยะ ม้านั่งข้างสวนสาธารณะ ฯลฯ ทำให้รัฐมนตรี ส.ส.และนักข่าวกว่า 100 คนติดอยู่ในตัวอาคารรัฐสภานานกว่า 7 ชั่วโมง
ในตอนแรกรัฐบาลยอมอ่อนข้อลงด้วยการเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายพีฟสกีพร้อมขอโทษในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ตามด้วยความพยายามที่จะช่วยเหลือตัวประกันกว่าร้อยคนนั้น ด้วยการให้ตัวประกันทุกคนขึ้นรถบัสขนาดใหญ่ เตรียมจะขับฝ่าวงล้อมของผู้ประท้วง แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากผู้ประท้วงได้คล้องแขนกันเป็นแถวเพื่อสกัดรถบัส บางคนใจกล้าถึงขนาดนั่งขวางกลางถนนไม่ยอมให้รถแล่นผ่านไปได้ รวมทั้งขว้างปาก้อนหินและขวดเข้าใส่
ท้ายสุดรัฐบาลก็ตัดสินใจส่งตำรวจปราบจลาจลฝ่าวงล้อมบุกเข้าไปช่วยเหลือตัวประกัน พร้อมกับสลายการชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา โดยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ขนย้ายสิ่งกีดขวางต่างๆ จนสำเร็จ แต่ชาวบัลแกเรียก็ยังคงชุมนุมประท้วงต่อไป ประลองกำลังอย่างเงียบกับรัฐบาลว่าใครจะอดทนอดกลั้นได้นานกว่ากัน
--------------------------
(นอกบ้านผ่านเมือง : บทเรียนจากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง (4) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



