
'มาร์ค'แนะ'ปู'ถอนร่างนิรโทษฯลดขัดแย้ง
'อภิสิทธิ์' แนะ 'นายกฯ' ถอนร่างนิรโทษฯลดขัดแย้ง พร้อมร่วมถกหาทางออกประเทศ จวกรัฐปล่อยเอกชนแก้ปัญหาน้ำมันรั่ว
31 ก.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการต่อต้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาวันที่ 7 สิงหาคมนี้ว่า ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่รัฐบาลพักเรื่องนี้ไว้ก่อนและถอนกฎหมายออกมา เพื่อมาพูดคุยกันว่าจะมีทางออกอย่างไร ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีความจริงใจ ก็ประกาศให้ชัดเจน เปิดเวทีตั้งโต๊ะคุยกัน โดยตนพร้อมเข้าพูดคุยด้วย ไม่เกิน 2 วันก็เสร็จ ซึ่งจะได้กฎหมายที่ทุกฝ่ายยอมรับ แต่รัฐบาลกลับไม่ทำ เพราะต้องการตอบสนองเฉพาะพรรคพวกตัวเองและไต่บันไดไปสู่การนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านและล้างผิดคดีทุจริตต่างๆ
ส่วนกรณีที่มีรัฐมนตรีบางคนระบุหากร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ผ่านสภา จะมีปัญหาต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลนี้เชี่ยวชาญในเรื่องของตัวประกัน พอจะเอากฎหมายนิรโทษกรรม ก็เอาชาวบ้านมาเป็นตัวประกัน เพื่อช่วยพรรคพวกตัวเอง มาครั้งนี้ก็เอาเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวประกัน เพื่อผลักดันกฎหมายที่มีปัญหา เรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตนอยากให้รัฐบาลพูดให้ชัดว่าถ้าไม่มีกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะเท่าที่ดูแผนการใช้เงินกู้นี้ ในช่วงปีนี้ มีอยู่แผนเดียวคือการจ่ายเงินค่าที่ปรึกษา 2-3 หมื่นล้านบาท อยากให้รัฐบาลตอบสังคมว่าค่าจ้างที่ปรึกษานี้เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่ และประชาชนกี่คนจะได้ประโยชน์จากการว่าจ้างที่ปรึกษาในครั้งนี้
นอกจากนี้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็บอกแล้วว่า หากกฎหมายนี้ไม่ผ่านสภา ก็สามารถใช้งบประมาณปกติได้ ดังนั้น จึงไม่ควรเอาเศรษฐกิจมาเป็นตัวประกัน เพราะภาพรวมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจ้างที่ปรึกษาด้วยเงิน 2-3 หมื่นล้านบาท
'มาร์ค' จวกรัฐปล่อยเอกชนแก้ปัญหาน้ำมันรั่ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องน้ำมันดิบรั่วที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า ขณะนี้ตนรู้สึกไม่สบายใจข้อเท็จจริงของเรื่องดังกล่าว เพราะถ้าทำความกระจ่างให้ข้อเท็จจริงชัดเจนว่าปัญหาคืออะไร ก็ตรวจสอบความเป็นจริงได้
ส่วนการแก้ไขปัญหานั้นก็เพิ่งเห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งการเมื่อวันที่ 30ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่หลายคนสงสัยว่าช่วงที่เกิดเหตุไม่ค่อยเห็นบทบาทหน่วยงานรัฐ แต่กลับปล่อยให้เป็นเรื่องของบริษัท ปตท. ทั้งที่หน่วยงานราชการต้องมีความรับผิดชอบเข้ามาดูแล และเมื่อมีการระดมกำลังก็เห็นว่ากองทัพหรือหน่วยงานต่างๆ ส่งบุคลากร ส่งเครื่องเครื่องมือเข้าไปช่วย เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟู ซึ่งคิดว่ารัฐบาลต้องมีกระบวนการที่ดีในการตรวจสอบ และประเมินสภาวะแวดล้อมและคุณภาพน้ำทะเล
'อภิสิทธิ์' ซัด 'นายกฯ' ลอยตัวหนีปัญหา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางนิชา หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และภรรยาพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เขียนข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวถึงผลเสียการนิรโทษกรรมที่ปราศจากการสำนึกยอมรับผิดว่า ต้องชื่นชมความรอบคอบของนางนิชาที่เขียนเรื่องนี้ ทำให้เห็นถึงแง่มุมต่างๆ รวมทั้งการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เคยได้รับเรื่องร้องเรียนและเคยเปิดโอกาสให้ญาติผู้เสียชีวิตไปพบแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรับฟังความรู้สึกของคนที่เกี่ยวข้อง แต่กลับพยายามที่จะลอยตัวเหนือปัญหา
อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทย หรือน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะรัฐบาลตัดสินใจที่จะไม่ทำตามหนทางที่ไม่เกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะการค้นหาความจริง หากนายกฯจริงใจก็ถอนร่างกฏหมายออกมา จากนั้นก็มาพูดคุยเพื่อได้กฎหมายที่ทุกฝ่ายยอมรับ และตนก็พร้อมที่จะคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อให้บ้านเมืองไปในทิศทางที่ถูกต้อง
'มาร์ค' เหน็บรัฐจับศก.เป็นตัวประกัน ดันเงินกู้ 2 ล้านล้าน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คนในรัฐบาลระบุว่าหากร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ผ่านสภาจะเกิดปัญหาต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ตนรู้สึกว่ารัฐบาลนี้มีความเชี่ยวชาญเรื่องตัวประกัน เพราะเรื่องนิรโทษกรรมก็เอาชาวบ้านเป็นตัวประกัน เพื่อจะช่วยพรรคพวกตัวเอง เรื่องเศรษฐกิจก็เอาเศรษฐกิจประเทศเป็นตัวประกันเพื่อผลักดันกฎหมายที่อาจจะมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยากให้รัฐบาลตอบว่าหากไม่มีกฎหมายดังกล่าวจะกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้
ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวสภาพัฒน์ก็ออกมาระบุว่าถ้าเกิดกฎหมายดังกล่าวไม่ผ่านก็จัดเป็นงบปกติเพิ่มเติมได้ ก็เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ชี้ให้เห็นมาตั้งแต่ต้นว่าหากทำเช่นนี้ไม่ก็มีปัญหา ดังนั้นรัฐบาลอย่าเอาเศรษฐกิจเป็นตัวประกัน



