ข่าว

'ปู'สั่งใช้นิติรัฐ-นิติธรรมดูแลปชช.

'ปู'สั่งใช้นิติรัฐ-นิติธรรมดูแลปชช.

31 ก.ค. 2556

'เลขาสมช.' เผย 'นายกฯ' สั่งข้ามทวีป ให้ใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ดูแลประชาชนให้ดี

 

                          31 ก.ค. 56  เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้เป็นประธานการประชุม กอ.รมน. เพื่อรับทราบมติ ครม.ที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในพื้นที่ 3เขต ของ กทม. ระหว่างวันที่ 1-10 ส.ค.นี้ และกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. และพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เป็นต้น

                          ภายหลังการประชุมกว่าครึ่งชั่วโมง พล.ท.ภราดร แถลงว่า มาตรการปฏิบัติหลักจะเป็นแผนของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยมี ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบแผน มาตรการในการปฏิบัติ ในฐานะเป็น ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ( ศอ.รส.) ซึ่งจะเป็นรูปแบบเดียวกันกับสมัยที่ใช้ดูแลการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ( อพส.) ที่นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ที่สนามม้านางเลิ้ง ดังนั้นการจะกำหนดรูปแบบ มาตรการ หรือสถานที่นั้นจะเป็นหน้าที่ของตำรวจ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจัดระเบียบได้ ไม่น่ามีปัญหา อย่างไรก็ตามสำหรับชื่อแผนที่จะใช้ปฏิบัติการนั้น ไม่มีชื่อที่ชัดเจน แต่จะเป็นแผนปฏิบัติการของ ศอ.รส. โดย ศอ.รส.จะตั้งอยู่ที่ สตช. ซึ่งจะมีการประชุมหารือกันทุกวันอย่างละเอียด เพื่อติดตามรูปแบบของผู้ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา จะได้รู้กลยุทธ์การดำเนินงานของผู้ชุมนุม โดยพื้นที่หลักคือการให้รัฐสภาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง เน้นดูแลรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และเขตพระราชฐาน

                          "นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วง และโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยกับรองนายกฯประชา เรียบร้อยแล้ว และท่านก็ได้รับทราบว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร โดยนายกฯ กำชับขอให้ดำเนินการ โดยหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสำคัญที่สุดคืออย่าให้เกิดปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น ต้องดูแลประชาชนให้ดี” พล.ท.ภราดร กล่าว

                          เมื่อถามว่าขณะนี้มีรายงานเรื่องมือที่สามเตรียมก่อความวุ่นวายเข้ามาหรือยัง พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยังไม่มี แต่ก็ได้เตรียมการป้องกันเอาไว้ อย่างไรก็ตามตั้งแต่คืนวันที่ 31 ก.ค.เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ของ ศอ.รส.จะพร้อมเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมปฏิบัติงาน ถึงแม้ว่า พ.ร.บ.จะเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ก็ตาม เพื่อติดตามดูสถานการณ์ในทุกมิติ เพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ นำมาจูงใจและเชื่อมโยงกันได้ เนื่องจากขณะนี้มีหลายกลุ่มที่พยายามจะเปิดเวทีทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือประชาชนกลุ่มอื่นๆ

                          เมื่อถามว่าเป็นการตื่นตูมไปก่อนหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ฯก็เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ประมาท ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนแน่นอน เพราะการใช้กฎหมายนี้ก็เพื่อให้เกิดความสะดวกกับประชาชน

                          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯนั้น จะทำให้ภาครัฐ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อีกหลายๆ ฉบับ จึงจำเป็นต้องประกาศ และอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ก็จะมอบอำนาจให้กับ ผบ.ตร.เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ ดังนั้นจะต้องมีกฎหมายอื่นๆ รวม 18 ฉบับ มาประกอบในการปฏิบัติงาน ได้แก่

                          1. พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551  2. พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547  3. พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522  4. พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530  5. พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550  6. พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยการขยายเสียง พ.ศ. 2493  7. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522  8. พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522  9. พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535  10. พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490  11. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  12. พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551  13. พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542  14. พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498  15. พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456  16. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสมาคม และมูลนิธิ  17. ประมวลกฏหมายอาญา และ 18. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน และการใช้อำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ทั้งนี้ ให้รวมถึงกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวข้างต้นด้วย