ข่าว

'ปชป.'ค้าน'รบ.'ใช้พรบ.มั่นคงคุมม็อบ

'ปชป.'ค้าน'รบ.'ใช้พรบ.มั่นคงคุมม็อบ

31 ก.ค. 2556

'ปชป.' ค้าน 'รัฐบาล' ใช้พรบ.มั่นคงคุมม็อบ 1-10 ส.ค.นี้ ซัด 2 มาตรฐาน จี้ทบทวน หวั่นสถานการณ์รุนแรงช่วงเปิดสภา แนะเร่งแก้ปัญหาเพื่อปชช.

 

                     31 ก.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงานัดพิเศษ โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อประเมินสถานการณ์การเมือง ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญทั่วไป ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือและประเมินสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งที่ประชุมเป็นห่วงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 1-10 ส.ค.นี้ เพราะมีความพยายามผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาล โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากจะมีประชาชนออกมาชุมนุม ซึ่งไม่เข้าใจท่าทีของรัฐบาลในการดำเนินการเรื่องนี้

                     อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรจะรักษาความสงบและปลกล๊อคสถานการณ์ดังกล่าว เพราะขณะนี้ทราบว่าครม.ชุดเล็ก ที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นประธาน กล่าวว่าจะมีการประกาศ.พ.ร.บ.ความมั่นคง เอามาควบคุมการชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 1-10 ส.ค.นี้ เพื่อจัดการกับผู้ชุมนุม แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเหิมเกริมได้ใจ เพราะเคยใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในช่วงกลุ่ม อพส.ชุมนุม จึงอยากขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนสิ่งที่ทำ เพราะจะทำให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และท่าที่ที่แข็งกร้าวก็ไม่เป็นผลดีต่อตัวรัฐบาลและนายกฯ เพราะประชาชนที่ออกมาชุมนุมตั้งใจมาแสดงสิทธิประกาศว่าไม่เอากฏหมายล้างผิดคนโกง คนเผาบ้านเมือง ทั้งนี้พรรคยินดีที่จะเข้าร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อหาคำตอบเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับในการนำไปสู่ความปรองดอง

                     นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของปัญหาบ้านเมืองที่ผิดพลาด เพราะมัวแต่เร่งที่จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวเข้าสภา ทั้งที่ประชาชนครึ่งประเทศไม่เห็นด้วย โดยมองว่าประชาชนเป็นศัตรู ทั้งที่ขณะนี้รัฐบาลควรจะหันไปใส่ใจกับปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันรั่วที่บริษัทบอกว่าแก้ปัญหาภายใน 3 วันก็เสร็จ แต่ตอนนี้เกือบ 7 วันแล้วปัญหาก็บานปลาย ล่าสุดนายกฯได้โทรศัพท์สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่จ.จันทร์บุรี จ.ตาก ที่รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจดูแล จึงขอให้รัฐบาลทบทวนจัดลำดับความสำคัญใหม่ เพราะสิ่งที่ทำอยู่สะท้อนให้เห็นว่าการเดินหน้าผลักดันกฎหมายล้างผิดเป็นเป้าหายแรกและสุดท้ายของรัฐบาลเพื่อไทยที่ใช้นโยบายประชานิยมมาหาเสียงจนชนะการเลือกตั้ง ถือเป็นระยะ 100 เมตรสุดท้ายที่จะเข้าสู่เส้นชัย รัฐบาลละทิ้งปัญหาทุกอย่างมุ่งเขาสู่เส้นชัยโดยไม่สนใจประชาชนครึ่งประเทศที่ยืนขวางเส้นชัย แต่เพื่อไทยก็ใส่เกียร์ห้า

                     นายชวนนท์ ยังกล่าวว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมจะออกพ.ร.บ.ความมั่นคง ควบคุมมวลชนถือเป็นการจำกัดสิทธิ์ของประชาชนที่จะใช้สิทธิ์การชุมนุมที่ถูกต้องตามกรอบกฏหมาย ต่างจากกลุ่มเสื้อแดงที่ขณะนี้มีการชุมนุมอยู่หน้ารัฐสภา แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการใช้กฏหมาย 2 มาตรฐาน ที่รัฐบาลใช้กฏหมายมาบังคับใช้กับคนที่ไม่ใส่เสื้อแดงเท่านั้น จึงขอเตือนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับคนทุกกลุ่ม ทุกสี เพราะหากไม่ทำอาจจะต้องรับผิดชอบเนื่องจากใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องดำเนินคดี

                     ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดลำดับความสำคัญกับการปฏิบัติภารกิจและเข้าร่วมประชุมรัฐสภา ซึ่งจากการที่ติดตามข้อมูลพบว่า หลังจากกลับจากภารกิจที่ต่างประเทศ มีการเตรียมการเดินทางไปต่างจังหวัดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งยังพบว่ามีกลุ่มบุคคล 2-3 กลุ่ม ที่เกี่ยวข้องกับว่านเครือนายกรัฐมนตรีเตรียมเดินทางไปต่างประเทศวันที่ 1-10 ส.ค. ซึ่งเป็นการปลุกเร้าสถานการณ์ความไม่ปกติ

                     ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลประเมินว่าจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 5,000 คน แต่กลับมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ถึงสามหมื่นนาย และจะมีการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในการควบคุมผู้ชุมนุมนั้น จึงอยากให้นายกฯออกมาชี้แจงในเรื่องนี้

 

'วัชระ' จี้ 'ผบ.ตร.' จัดการม็อบแดงหน้าสภาฯ

 

                     นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 แถลงข่าวว่า ขอทวงคำตอบจากพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่มาให้การในการของบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) โดยกมธ.ได้ถามพล.ต.อ.อดุลย์ ว่า กรณีเต้นท์ที่ขายอาหารของคนเสื้อแดง ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งทางผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต ได้มาชี้แจงโดยบอกว่าได้ไปแจ้งสถานีตำรวจนครบาล และแจ้งสำนักงานเขตแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดกล้ามาแตะต้อง โดยพล.ต.อ.อดุลย์ ก็ได้รับว่าจะรับไปปฎิบัติ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายไปในมาตรฐานเดียวกัน ตนจึงขอทวงถามคำตอบจากพล.ต.อ.อดุลย์ ว่าจะดำเนินการตามกฎหมายต่อกรณีที่มีการตั้งเต้นท์ขายอาหาร และปลุกระดมมวลชนของคนเสื้อแดงอย่างไร

                     นายวัชระ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมกมธ.ในวันเดียวกัน ยังได้ถามพล.ต.อ.อดุลย์ ถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือถึงสตช.ให้ดำเนินการกรณีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ จากพล.ต.อ.อดุลย์ รวมถึงกรณีที่สำนักงานกฤษฎีกาได้ส่งหนังสือถึงสตช.ถึง 2 ครั้งว่า สตช.สามารถถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากถูกศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี แต่พล.ต.อ.อดุลย์ กลับไม่ดำเนินการใดๆ และไม่ตอบคำถามในที่ประชุมกมธ.งบประมาณ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157

                     "ถ้าผบ.ตร.ใสสะอาดอย่างแท้จริง ท่านต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ควรจะยกเว้นกับผู้ที่อนุมัติให้ท่านดำรงตำแหน่งผบ.ตร.ด้วย ซึ่งบุคคลนั้นก็คือบุคคลที่อยูู่เมืองนอก โดยท่านต้องบังคับใช้มาตรฐานเดียวกัน" นายวัชระ กล่าว

 

'ส.ส.ปชป.' เผย 'อสส.' ชงของบ 1.4 แสน ตามตัว 'วัฒนา' ที่เขมร

 

                     นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการการฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้าง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 เปิดเผยว่าในการพิจารณาการเสนองบประมาณ ของสำนักงานอัยการสูงสุดที่ผ่านมา พบว่ามีการขอเงินจำนวน 149,000 บาท เพื่อดำเนินการติดตามตัวนายวัฒนา อัศวเหม ผู้ต้องหาหลบคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินคลองด่าน จ.สมุทรปราการ

                     โดยมีรายละเอียดการใช้งบประมาณ คือ ค่าเครื่องบินของสายการบินไทย ปลายทางประเทศกัมพูชา สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับ 9 จำนวน 2 คน เป็นเงิน 48,400 บาท, ค่าเครื่องบินของผู้ต้องหา จำนวน 1 คน เป็นเงิน 14,200 บาท, ค่าเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ 2 คนวันละ 3,100 บาทต่อคน รวมจำนวน 4 วัน คิดเป็นเงิน 24,800 บาท, ค่าที่พักของเจ้าหน้าที่รวม 30,000 บาท และค่าแท็กซี่ จำนวน 1,600 บาท

                     นายอภิชาต กล่าวต่อว่าในรายละเอียดดังกล่าว ทางกรรมาธิการฯ ได้สอบถามผู้ที่มาชี้แจงในเรื่องรายละเอียดอื่นๆ แต่ไม่พบคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ทั้งนี้อนุกรรมาธิการฯ ไม่ได้มีการปรับลดงบประมาณส่วนดังกล่าวแต่อย่างใด เบื้องต้นตนตั้งข้อสังเกตว่าการของบประมาณดังกล่าว แปลว่าสำนักงานอัยการสูงสุดเตรียมจับตัวนายวัฒนาให้ได้ภายในปี 2557 นี้