ข่าว

ไฟเขียว!ใช้'พรบ.มั่นคง'คุมม็อบ1-10ส.ค.

ไฟเขียว!ใช้'พรบ.มั่นคง'คุมม็อบ1-10ส.ค.

31 ก.ค. 2556

'ครม.' ไฟเขียว ใช้พรบ.มั่นคงคุมม็อบ มีผล 1-10 ส.ค. ครอบคลุม 3 เขต ดุสิต พระนคร ป้อมปราบฯ ด้าน 'พงศ์เทพ' ชี้ม็อบไร้อำนาจยื่นศาลปค.สั่งยกเลิก

 

                          31 ก.ค. 56  เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็กซึ่งใช้จำนวนครม.1 ใน 3ข องครม.ทั้งหมด เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วนในการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในช่วงของการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป ในวันที่ 1 สิงหาคมว่า ในการประชุมครั้งนี้มี อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม รวมทั้งยังมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รองนายกฯ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที รวมถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทุกคน นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม. นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.อ.อุดมเดช สูตบุตร เสนาธิการทหารบกและตน โดยมติที่ประชุมวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศได้รับทราบมติในการประชุมครั้งนี้แล้ว

                          เลขาธิการสมช. กล่าวว่า จากกรณีที่มีกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มประกาศชุมนุมไม่เห็นด้วยกับการพิจารณากฎหมายของรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการชุมนุมของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ มีแนวโน้มที่จะระดมมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และอาจชุนนุมยืดเยื้อ รวมทั้งลุกลามไปถึงการยึดพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ หรืออาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อเหตุแทรกซ้อน เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง เพื่อหวังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือขัดขวางการทำหน้าที่ของฝายนิติบัญญัติ

                          "เพื่อให้สามารถป้องกัน ควบคุม แก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ผลกระทบต่อความมั่นคงภายใน ไม่ให้เกิดความเดือดร้อนหรืออันตรายต่อประชาชน ให้สมาชิกรัฐสภาสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย และเป็นการป้องกันและป้องปรามภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นต่อสาธารณชน และไม่ให้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลมีความหลากหลาย รวดเร็ว จนสามารถขยายตัวจนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิติบัญญัติ ระบบบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบเรียบร้อยในประเทศ สมควรประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในเขตพื้นที่คือ เขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีกำหนด 10 วัน ระหว่างวันที่ 1-10 สิงหาคม 2556 โดยมีผบ.ตร.เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ(ศอ.รส.) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะตั้งอยู่ที่อาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เลขา. สมช. กล่าว

                          พล.ท.ภราดร ได้กล่าวถึงการประเมินตัวเลขผู้มาร่วมชุมนุมว่า ยังระบุจำนวนตัวเลขที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะเมื่อมีการเริ่มเปิดสภาแล้ว ผู้ชุมนุมจะเริ่มทยอยเข้าร่วม และเนื่องจากมีจำนวนหลายกลุ่มและมีความหลากหลาย ซึ่งมีโอกาสที่จะรวมกันได้มาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกัน เพื่อไม่ให้กลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเผชิญหน้ากัน ส่วนจำนวนกลุ่มใหญ่ๆของฝ่ายเห็นด้วยน่าจะมีหลักๆแค่ 1 กลุ่ม ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยประมาณ 3-4 กลุ่ม

                          "ในตอนนี้มีมาตรการที่จะป้องกันเพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายที่เห็นต่างเผชิญหน้ากัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สงบได้ แล้วตรงนี้จะเป็นเหตุให้มือที่สามเข้ามาแทรกแซงได้ โดยเจ้าหน้าที่จะไม่มีการใช้อาวุธอยู่แล้ว จะมีเพียงแค่โล่ และกระบองเท่านั้น และตอนนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สมช.) ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด" พล.ท.ภราดร  กล่าว

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่นั้น เลขา สมช. กล่าวว่า คงไม่ได้เป็นการสกัด แต่รัฐบาลทำเพื่อจัดระเบียบของสถานที่และอำนวยความสะดวก ซึ่งตอนนี้มีมาตรการในการจัดกำลังตำรวจในพื้นที่สำคัญไว้แล้ว

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นมีการนำมติครม.ในการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เข้าไปพิจารณาในการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ที่อาคารสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำมติครม.ไปสู่กระบวนการทำแผนและออกประกาศเพื่อบังคับใช้ต่อไป

 

 

'พงศ์เทพ' ชี้ม็อบไร้อำนาจยื่นศาลปค. ยกเลิกประกาศพรบ.มั่นคงฯ

 

                          นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม.ชุดเล็ก กรณีที่มีกระแสข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อคัดค้านการประกาศ พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีอำนาจที่จะไปยื่นให้ยกเลิกประกาศ พรบ.ความมั่นคงฯ ได้ เนื่องจากเป็นอำนาจโดยชอบธรรมของฝ่ายบริหารที่จะพิจารณาประกาศใช้ และที่ไม่สามารถไปยื่นให้ยกเลิกคำสั่งได้ เพราะได้ผ่านขั้นตอนความเห็นชอบจากครม.แล้ว แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมจะไปยื่นก็ต้องไปยื่นที่ศาลยุติธรรม และให้ยกคัดได้เฉพาะรายละเอียดการปฏิบัติไม่ใช่ยื่นให้ยกเลิกประกาศ

 

 

'ผบ.ตร.' ระบุ พรบ.มั่นคงฯ เป็นเกราะป้องกันตำรวจ หากเหตุบานปลาย

 

                          พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวถึงสาเหตุที่ ตร.เสนอให้รัฐบาลประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง เพื่อเตรียมรับสถานะการณ์ผู้ชุมนุม เนื่องจากได้มีการหารือหน่วยงานหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะงานข่าวด้านความมั่นคง ต่างมีความเห็นว่าควรเสนอให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะจะให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่กระทบกับประชาชนที่เกี่ยวข้อง การประกาศก็เป็นบางพื้นที่ ใช้เฉพาะพื้นที่ที่มีการชุมนุม เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีกฏหมายรองรับ เป็นเครื่องมือในการทำงาน เป็นเกราะป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

                          "เหมือนการชุมนุมแต่ละครั้งที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ๆ เดี๋ยวเกิดบานปลายลุกลามขึ้นมา ถ้าเราใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็จะเป็นเครื่องมือที่ดี เป็นเกราะป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เหมือนกับการชุมนุมของม็อบ เสธ.อ้าย ครั้งที่ผ่านมา การชุมนุมที่ไม่ใช้เวลาเยอะ พอหมดก็จบ ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ที่จะมารักษาการณ์ยังไม่ได้กำหนดว่าจะใช้เท่าไหร่ ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์" ผบ.ตร.กล่าว

 

 

'สุขุมพันธุ์' สั่งเตรียมแพทย์-รถพยาบาล-ดับเพลิง รับมือม็อบชุมนุมใหญ่

 

                          นางสาวตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความพร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่บริเวณอาคารรัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเขต สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักอนามัย และสำนักการแพทย์ เตรียมพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ที่อาจจะมีการชุมนุมในเขตดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย และพระนคร ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่เทศกิจ รวมถึงรถพยาบาล รถสุขา รถดับเพลิง

                          นางสาวตรีดาว กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ไปตรวจสอบระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(ซีซีทีวี) ในพื้นที่โดยรอบอาคารรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาลและพื้นที่ใกล้เคียงว่า สามารถใช้งานได้หรือไม่ ขณะเดียวกัน นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกทม.จะออกหนังสือด่วน (ว.8) ถึงสำนักงานเขตให้เตรียมความพร้อมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กทม.ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงในการรับมือการชุมนุม