
มติ'พท.'ถกนิรโทษ'วรชัย'ฉบับเดียว
'พท.' มีมติให้พิจารณากม.นิรโทษกรรมฉบับ 'วรชัย' ฉบับเดียว ปัด 'นายกฯ' ลอยตัวปัญหาน้ำมันรั่ว ขู่ยื่น 'กกต.' ยุบ 'ปชป.' ประกาศปลุกระดมมวลชนค้านทั้งใน-นอกสภา
31 ก.ค. 56 เมื่อเวลา 15.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมมีมติว่า ในการประชุมสภาฯ วันที่ 7-8 ส.ค.นั้น ขอให้มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เพียงฉบับเดียวเท่านั้น และไม่อนุญาตให้นำกฎหมายฉบับอื่นมาพิจารณารวมด้วย และไม่มีการเอื้อประโยชน์เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำคนอื่นๆ นอกจากนี้ ขอให้สมาชิกพรรคที่เป็นเจ้าของร่างกฎหมายอื่นนั้น อย่าเสนอกฎหมายเข้ามาประกบ โดยให้ประธานวิปรัฐบาลไปประสานกับนายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเจ้าของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีเนื้อหาคล้ายกับร่างของนายวรชัย เพื่อขอให้ถอนร่างออกไป เพื่อเป็นการป้องกันความสับสน รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ก็รับปากกับที่ประชุมพรรคว่า จะไม่เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เข้ามาประกบด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย นั้น จะพิจารณาไปตามขั้นตอนปกติ ไม่มีการพิจารณา 3 วาระรวด และจะไม่มีการลักไก่นำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 1 ส.ค.อย่างแน่นอน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังขอให้ ส.ส.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนด้วยว่า การผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลดทอนปัญหาของประชาชนที่เป็นเหยื่อทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น พรรคร่วมรัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นมาเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน และเพื่อป้องกันการบิดเบือนจากฝ่ายค้าน โดยเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยจะส่งเลขาธิการพรรค ประธานวิปรัฐบาล รองประธานวิปรัฐบาล และโฆษกพรรค เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
ปัด 'นายกฯ' ลอยตัวปัญหาน้ำมันรั่วไหล
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขาดความเอาใจใส่ในการแก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหลที่ จ.ระยอง ว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นายกรัฐมนตรีไม่เคยละเลยการแก้ปัญหา โดยได้สั่งการให้ผบ.ทร.เข้าไปช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ รวมทั้งให้ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนด้วย ทั้งนี้ เชื่อว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีกลับจากต่างประเทศนั้น จะลงพื้นที่ไปติดตามการแก้ปัญหาทันที ไม่อยากให้ฝ่ายค้านนำเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมือง
ขู่ยื่น 'กกต.' ยุบ 'ปชป.' หลังประกาศปลุกระดมมวลชนค้านทั้งใน - นอกสภาฯ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นการเหิมเกริมของรัฐบาล และเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง การประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ เพราะฝ่ายความมั่นคงและพรรคได้รับข้อมูลตรงกันว่า ฝ่ายค้านและฝ่ายตรงข้ามมีการปลุกระดมมวลชนมาร่วมชุมนุม เห็นได้จากการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศนำมวลชนออกมาคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้งในและนอกสภาฯ จึงต้องประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ เพื่อป้องกันความเสียหายและมือที่สาม รวมทั้งยังเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วย ไม่ใช่การลุแก่อำนาจหรือจำกัดสิทธิประชาชน ทั้งนี้ การประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเคยประกาศใช้ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี มาแล้วถึง 7 ครั้ง และในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เคยประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ และพ.ร.ก.ฉุกเฉินถึง 18 ครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลก สถานการณ์วันนี้ รัฐบาลต้องมีเครื่องมือไว้ดูแลประชาชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังรวบรวมคำให้สัมภาษณ์และคำปราศรัยบนเวทีของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ปราศรัยเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภาฯ รวมถึงการปลุกระดมมวลชน เพราะถือเป็นการขัดขวางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ส่อเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งน่าจะเข้าข่ายขัดต่อพ.ร.บ.พรรคการเมือง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อกกต.เพื่อขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์
จี้คณะกรรมการคดีพิเศษคุ้มครองพนักงานสอบสวน คดีเงินบริจาคเข้าปชป.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จะยื่น ป.ป.ช.เอาผิดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ โดยอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการตรวจสอบคดีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ถือเป็นการข่มขู่ขัดขวางเจ้าพนักงาน แทนที่จะไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่กลับเตะถ่วง ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าดีเอสไอมีคณะกรรมการคดีพิเศษในการพิจารณารับเรื่องเป็นคดีพิเศษ นายธาริต ไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้ตรวจสอบ ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์แกล้งโง่มามุ่งโจมตีนายธาริต เพื่อกดดันพนักงานสอบสวนหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการคดีพิเศษนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคดีพิเศษเพื่อให้ความคุ้มครองพนักงานสอบสวน เพราะผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานสอบสวนแจ้งความกลับนายบัญญัติในข้อหาแจ้งความเท็จด้วย
'พท.' เหน็บ 'อุทัย' มาถูกที่แต่ผิดเวลา!
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเรื่องความปรองดองแห่งชาติ ที่ส่งถึงประชาชน ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรี ผู้พิพากษา และตุลาการ ว่า หากท่านห่วงใยสถานการณ์บ้านเมืองจริง เหตุใดไม่เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกก่อนหน้านี้ ช้าไป 6 - 7 ปีหรือไม่ วันนี้บ้านเมืองเดินมาถึงจุดนี้แล้ว จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 7 ส.ค.แล้ว แต่กลับมาเรียกร้องให้ถอนกฎหมายปรองดอง และพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกจากสภาฯ มันจะวนกลับไปสู่จุดเดิมอีก บ้านเมืองจะถอยหลังกลับไปอีก ส่วนการเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมอย่าเช้าชามเย็นชามนั้น ดูเหมือนจะมาถูกที่แต่ผิดเวลา หากนายอุทัยออกมาเรียกร้องก่อนหน้านี้ และสามารถทำให้พี่น้องประชาชนได้รับสิทธิในการประกันตัวทุกคน ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได้รับอยู่แล้ว วันนี้ก็คงไม่มี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เพื่อนิรโทษกรรมให้กับประชาชน
ชี้ไม่ระบุเวลา สถานที่ ก่อม็อบอาจเกิดปัญหารุนแรงจากพวกเดียวกันเอง
นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มหน้ากากขาวประกาศเป็นพันธมิตรกับ กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณว่า กลุ่มหน้ากากขาวที่เคยประกาศตัวว่าไม่มีแกนนำ ไม่มีผู้สนับสนุน แต่กลับมีตัวแทนหน้ากากขาวมานั่งแถลงข่าวกับนายไทกร พลสุวรรณ ทั้งนี้ คณะเสนาธิการร่วมฯ ไม่ได้มีความน่ากลัวอะไรเลย ไม่มีศักยภาพอะไรด้วยซ้ำ เห็นได้จากการพูดจากลับกลอกหลอกผู้คนให้สับสนไปวันๆ ตนขอเตือนไปยังกลุ่มเสนาธิการร่วมฯ ว่า การไม่ระบุเวลาและสถานที่ในการก่อม็อบให้ชัดเจนนั้นจะทำให้เกิดปัญหารุนแรงได้ เพราะบางพรรคการเมืองประกาศขนม็อบเข้ากรุงเทพฯ เกรงว่าถ้ามัวกั๊กกันไปกั๊กกันมา ไม่ยอมบอกกัน จะไปทับที่ทับเส้นกัน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เพราะอีกฝ่ายใส่หน้ากาก อีกฝ่ายก็นำม็อบใหม่ ที่ว่าจะนองเลือดระวังจะเล่นกันเอง นองกันเอง



